10 ธ.ค. 2562
6,567 ครั้ง

ทีม 'อาม่าฮวย' งัดหลักฐานเด็ด ยันลูกสาวปลอมเอกสาร ชี้เงินเดือน 2 หมื่น แต่มีเงินเข้า 3 ร้อยล้าน!

จากกรณีนางฮวย ศรีวิรัตน์ อายุ 76 ปี ร้องขอความช่วยเหลือต่อ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ หลังไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากตั้งแต่ปี 2557  ถูกนางมาวดี ศรีวิรัตน์ อายุ 53 ปี ลูกสาวแท้ๆ ทยอยถอนเงินในบัญชีหลายร้อยครั้ง รวมมูลค่ากว่า 253 ล้านบาท และถ่ายโอนทรัพย์สินอื่นๆไปจนหมดเกลี้ยง ขณะนอนพักฟื้นรักษาตัวด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบที่รพ.แห่งหนึ่ง โดยมีพนักงานแบงก์รวม 4 ราย คอยให้การสนับสนุนแอบเปลี่ยนเงื่อนไขการเบิก-ถอน ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
 
ความคืบหน้า เวลา 10.10 น. วันที่ 9 ธ.ค. ที่โรงงานภายในซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ พร้อมนางฮวย หรืออาม่าฮวย และนายมานพ ลูกชาย น.ส.มินตรา หรือใบเตย ศรีวิรัตน์ หลานสาว และครอบครัว ร่วมกันชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงหลักฐานสำคัญในคดี การฟ้องร้องนางมาวดี ศรีวิรัตน์ บุตรสาวคนที่ 2 กรณีเปลี่ยนแปลงสิทธิการเบิกถอนเงินในบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
นายอนันต์ชัย กล่าวว่า นางมาวดีและทนายความอ้างว่าลูกสะใภ้ และหลานเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด ซึ่งข้อเท็จจริงทางครอบครัวมีหลักฐานชัดเจนว่า นางมาวดีมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยมีเอกสารการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข การเบิกถอนเงิน การเปลี่ยนเงื่อนไขจากการลงลายมือชื่อ เป็นการปั๊มลายนิ้วมือ โดยใช้หลักฐานเอกสารใบรับรองแพทย์ ระบุว่าอาม่าฮวยเข้ารับการรักษาอาการหลอดลมติดเชื้อ ไม่สามารถสื่อสารได้เนื่องจากเจาะคอ และไม่มีเรี่ยวแรงเซ็นเอกสารได้ เพื่อนำไปเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการลงนามเบิกจ่ายเงินแบบผิดปกติ
 
ประเด็นนี้ขัดแย้งกับความจริงที่ว่า นางฮวยสามารถเขียนชื่อตัวเองได้ จึงไม่จำเป็นต้องใช้การปั๊มลายนิ้วมือเพื่อเบิกถอนเงิน ทั้งยังพบหลักฐานบัญชีธนาคารและการซื้อกองทุนจำนวนหลายบัญชี ในชื่อของนางมาวดี โดยในจำนวนเหล่านี้พบมีเส้นทางการโอนเงินมากถึงหลัก 100 กว่าล้านบาท ซึ่งขัดแย้งกับรายรับของนางมาวดีที่มีเงินเดือนละประมาณ 20,000 บาท แต่รายการเงินเข้าบัญชีและมูลค่ากองทุนมากถึงประมาณ 300 ล้านบาท
 
ส่วนภรรยานายมานพ ลูกสะใภ้ของนางฮวย ที่ถูกพาดพิงว่าอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ปฏิเสธว่า ตัวเองไม่เคยเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินมรดก หรือยุยงครอบครัวนางฮวย เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของครอบครัวสามี
 
ด้าน น.ส.มินตรา กล่าวว่า กรณีนางมาวดีกล่าวหาว่าตนปลอมลายเซ็นนั้น ทางครอบครัวมีหลักฐานที่อาม่าฮวยเซ็นเอกสารต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ปี 2560 เป็นคลิปวิดีโอทั้งหมด เพราะปัจจุบันไม่สามารถเขียนหนังสือได้แล้ว
 
ส่วนกรณีนางมาวดีอ้างว่า ไม่ได้มีเงินในบัญชี 250 ล้านตามที่ถูกฟ้องร้อง โดยปิดบัญชีและแบ่งเงินกับนายมานพ พี่ชาย คนละ 30 ล้านบาท ส่วนที่เหลือคืนอาม่าฮวยเป็นค่ารักษาตัวนั้น นายมานพยืนยันว่า ตนไม่เคยทราบจำนวนเงิน และจำนวนบัญชีของอาม่าฮวยแต่อย่างใด ยอมรับว่าเคยได้รับเงิน 30 ล้านบาทจริง ซึ่งเงินส่วนนี้อาม่ารับรู้ และเป็นคนระบุให้ตนนำไปเป็นทุนทำธุรกิจ
 
ทั้งนี้ อาม่าฮวยได้ยกมือขึ้น เพื่อยืนยันว่าการฟ้องร้องคดีความกับนางมาวดีลูกสาวตนเอง ทั้งหมดนี้เป็นความความประสงค์ของตนเอง ไม่มีคนในครอบครัวชักจูง
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A06Wg9Pe2Rc
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ