11 ธ.ค. 2562
6,681 ครั้ง

พิรุธเพียบ! เร่งคลี่ปมสาวหายตัวนาน 3 ปี กลายเป็นศพในเก๋งจมคลอง จ่อออกหมายเรียกเสี่ยใหญ่แฟนเก่าสอบ

จากกรณีพบศพเซลล์สาววัย 36 ปี หายตัวไปนาน 3 ปี พบอีกทีเป็นศพเหลือแต่โครงกระดูกห่อด้วยผ้าอยู่ในรถเก๋งจมน้ำอยู่ในคลอง คาดอาจถูกฆาตกรรมนั้น 
 
โดยในที่เกิดเหตุน้ำในคลองชลประทาน คลอง ชัยนาท-ป่าสัก หมู่ที่ 1 ต.บ้านโปร่ง อ.หนองโดน จ.สระบุรี เกิดน้ำคลองแห้งและชาวบ้านเห็นหลังคารถจมอยู่ในน้ำ และมีศพอยู่ในรถ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสันสีขาว หมายเลขทะเบียน 4 กฐ 6348 กรุงเทพ ตัวรถจมอยู่ในน้ำ ภายในรถเต็มไปด้วยดินโคลน กระจกหน้าด้านซ้ายแตก และหลังคายุบ เจ้าหน้าที่ใช้รถยกลากขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ตรวจสอบภายในรถ พบกระดูกคนขับอยู่ที่เบาะหลังห่อผ้าปูที่นอนลายดอกไว้ มีกะโหลกศีรษะ ซีกโครง และส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
 
พ.ต.ท ณัฎฐวร กันธายอด สารวัตรเวรสอบสวน สภ.หนองโดน ได้ตรวจสอบทะเบียน พบว่าผู้ครอบครองรถ คันดังกล่าวเป็นของ น.ส. กลิ่นเกสร วงษ์สิงห์ อายุ 36 ปี เป็นชาว ต.เนินขาม อ.เนินขาม จ.ชัยนาท
 
นายสรุเดช ปรางค์ทอง อาสาสมัครร่วมกตัญญู คนที่เข้าไปกู้ซากรถและพบศพผู้ตาย เล่าว่า สภาพรถที่พบคือ หงายท้องล้อชี้ฟ้า ตอนที่ดำน้ำลงไปพบว่า กระจกด้านซ้ายด้านหน้าและหลังแตก กระจกหน้ารถแตกครึ่งบาน ประตูฝาท้ายเปิด กระจกบานหลังฝั่งขวาลดลงมาครึ่งนึง สภาพเบาะที่นั่งปกติ
 
ในครั้งแรกก็คิดว่าคงเป็นอุบัติเหตุรถตกน้ำ เพราะจุดนี้ก็เคยมีรถไหลตกน้ำมาก่อน พอกู้ซากรถขึ้นมาก็พบว่าในห่อผ้านั้นเป็นโครงกระดูก มีเสื้อผ้าติดอยู่เป็นชุดนอนและกางเกงติดอยู่บริเวณเอวจึงคาดว่าเป็นผู้หญิง จากที่ตนเคยกู้ซากรถมาที่ผิดปกติตรงที่มีห่อผ้ากระดูกอยู่ด้านหลังรถและถูกผูกปมไว้บริเวณทางด้านหัว ส่วนเกียร์อยู่ตรงกลางแต่ไม่สามารถเห็นได้ว่าอยู่ในตำแหน่งใดเพราะเวลานั้นขี้โคลนเต็มรถและตนต้องเข้าเกียร์ไปที่ตำแหน่งตัว P
 
นาง ลั่นทม วงษ์สิงห์ อายุ 56 ปี ผู้เป็นแม่ เดินทางมาจาก จังหวัดลพบุรี ได้มาถึงจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้ง ให้ข้อมูล กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.หนองโดน ยืนยัน ผู้เสียชีวิต คือ น.ส. กลิ่นเกสร หรือ น.ส. ต่อ มีอาชีพเป็นเชลล์ขายปุ๋ย อยู่บริษัทผลิตปุ๋ย แห่งหนึ่งในอำเภอพระพุทธบาท จ.สระบุรี และมีกิจการขายสเต็ก และให้เช่าชุดแต่งงาน ได้หายตัวไปพร้อมรถยนต์ เมื่อปี 2559 ทางญาติ ติดต่อกับ น.ส. กลิ่นเกสรไม่ได้ จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ. พระพุทธบาท แต่คดีไม่คืบหน้า อีกทั้งนำเรื่องดังกล่าวไปร้องกับกองปราบปราม
 
ขณะที่นายไพโรจน์ กร่ำกลิ่น ชาวบ้านระแวงนั้นเล่าว่าเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วตนได้เดินทางผ่านบริเวณนี้เห็นรอยหญ้าคล้ายว่าจุดนี้มีรถยนต์พุ่งลงไปในคลองตนรู้สึกสงสัยและคิดว่าน่าจะมีรถยนต์ตกลงไป ตนจึงได้ลองไปสอบถามคนบ้านด้วยกันว่ามีรถบ้านไหนหายหรือไม่ก็ไม่พบ ทีมข่าวจึงสอบถามไปว่าทำไมถึงไม่แจ้งความลุงบอกว่า ไม่อยากไปแจ้งความกลัวตำรวจหาว่าตนโมเมโกหกตนและไม่มีรถใครสูญหายด้วยจึงไม่ได้สนใจอะไร
 
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า หลังจากนี้จะมีการค้นหาและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่ม และหากพบว่ามีหลักฐานที่แน่นหนาถึงบุคคลที่ใกล้ชิด และคนสนิทของผู้ตายจะทำการเรียกมาสอบสวนทั้งหมด โดยเฉพาะเสี่ยที่เคยคึบหากับผู้ตาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยอมรับว่าหลักฐานทั้งหมดนั้นถูกทำลายไปหมดแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าน่าจะมีหลักฐานนิตวิทยาศาสตร์ ที่จะสามารถคลี่คลายในคดีนี้ได้ พร้อมกับเร่งติดตามผลชันสูตร ก่อนที่จะนำผลดังกล่าวมาประกอบสำนวนคดี 
 
อยางไก็ตามเมื่อกล่าวถึงข้อพิรุธที่พบสามารถไล่เรียงตามดังนี้ คือ
 
1. กระดูกผู้ตายอยู่ที่บริเวณเบาะหลัง ซึ่งผิดธรรมชาติ 
 
2. มีการเอนเบาหน้ารถมาติดกับเบาะหลัง ซึ่งอาจจะเป็นการเอนมาเพื่อกดทับศพเอาไว้หรือไม่ 
 
3.มีการล็อคศพไว้พร้อมผ้าปูที่นอน และห่อพันด้วยแลคซีน พร้อมกับเสื้อผ้าที่พบเป็นเสื้อสายเดี่ยว ทั้งในในส่วนของเรื่องเกียร์รถกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าสรุปแล้วเป็น N หรือ P และที่สำคัญนั้นมีการไปพบปูนขาวจำนวนมากลักษณะคล้ายต้องการถ่วงน้ำหนักเพื่อให้รถจมหายไปหรือไม่ 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ