12 ธ.ค. 2562
19,953 ครั้ง

ไขทุกข้อสงสัย ต้องทำอย่างไรกับภาษีที่ดิน ล่าสุด มท.เลื่อนเก็บเป็นเดือน ส.ค.63

กระทรวงมหาดไทยออกประกาศด่วน เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2562  ขยายกำหนดเวลาการดำเนินการตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 ซึ่งเดิมจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2563 โดยเลื่อนเวลาออกไปเป็นเดือนสิงหาคม 2563 จากเดิมต้องเสียภาษีภายในเดือนเมษายน 2563

 

การขยายเวลานั้น เหตุผลเพราะว่าตัวกฎหมายลูกยังไม่แล้วเสร็จ เลยทำให้เจ้าหน้าที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ทราบรายละเอียดและหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติ ทำให้ตอนที่ส่งจดหมายมาระยะเวลาถูกเลื่อนออกไป และประชาชนไปติดต่อขอแก้ไขประเภทอสังหาริมทรัพย์กันไม่ทัน ดังนั้นจึงขยายเวลาให้

 

ทั้งนี้จากเดิมเราจะต้องไปเสียภาษีภายในวันที่ 30 เมษายน 63 ขยายเวลาไป 4 เดือน สรุปต้องไปเสียภาษีที่ดินภายในเดือนสิงหาคม 63  ส่วนการผ่อนชำระภาษี 3 งวดก็ขยายระยะให้งวดละ 4 เดือน ตามนี้ งวดที่ 1 ส.ค. 64 , งวดที่ 2 ก.ย.  63 และงวดที่ 3 ต.ค. 63 ขยายเวลาให้ 4 เดือน แต่จัดเก็บเหมือนเดิม และอัตราการเก็บภาษีที่ดินก็ยังคงเป็นตามเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

 

เกณฑ์แบ่งที่ดิน จะแบ่งเป็น 4 ประเภท 1.ที่ดินเพื่อการเกษตร 2.ที่ดินเพื่ออยู่อาศัย 3.ที่ดินเพื่อการพาณิชย์ และ 4.ที่ดินรกร้างว่างเปล่า และอัตราการจัดเก็บก็ไล่ไปตั้งแต่ ที่ดินเพื่อการเกษตร จะจัดเก็บถูกที่สุด ซึ่งที่ดินเพื่อการเกษตรจะได้รับการยกเว้น 3 ปีแรก ถัดมาที่ดินเพื่ออยู่อาศัย ก็จะแพงขึ้น และจะจัดเก็บแบบขั้นบันได ตามมูลค่าของสิ่งปลูกสร้าง บ้านหลังแรกที่มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี ส่วนหลังถัดมา ที่ราคาไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องเสียภาษี 0.02% หรือ ล้านละ 200 บาท

 

ส่วนที่ดินเพื่อนการพาณิชย์ จะจัดเก็บเป็นแบบขั้นบันไดเช่นเดียวกัน ถ้าราคาประเมินไม่เกิน 50 ล้านบาท จัดเก็บในอัตรา 0.3% หรือล้านละ 3,000 บาท และสุดท้ายที่ดินรกร้างว่างเปล่า เสียภาษีล้านละ 3,000 บาท แต่จะเพิ่มอีกล้านละ 3,000 บาท ในทุกๆปี ซึ่งทั้ง 4 ประเภทนี้จะพิจารณาการชำระภาษีจากราคาประเมิน ไม่ใช่ราคาซื้อขาย แต่ราคาประเมินยังไม่ออก อย่างไรก็ตามหลายคนลองคูณดูแล้ว พบว่าการจัดเก็บภาษีจะแพงขึ้นบางจุด และถูกลงบางจุด

 

ทางทีมข่าวได้สอบถามไปยังนายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้อธิบายไว้ว่า

 

ประเด็นแรกที่พูดถึงมากที่สุดในขณะนี้ คือ จดหมายที่แจ้งส่งมายังเจ้าของห้อง อย่างในกรุงเทพมาจากสำนักงานเขต ส่วนในต่างจังหวัดมากับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ทางเจ้าหน้าที่จะจัดให้ที่หนึ่งจะเป็นที่อยู่อาศัยหลัก ซึ่งที่อยู่อาศัยหลักจะถูกสุดในการเสียภาษี ส่วนที่อยู่ที่เหลือจะถูกจัดไปอยู่ในประเภทอื่นๆ

 

อื่นๆ ในที่นี้หมายถึง ประเภทพาณิชยกรรม หรือ กลายเป็นห้องเช่านั้นเอง จึงทำให้เกิดคำถามขึ้นทันทีว่า แล้วถ้าเราจะเปลี่ยน ถ้าเราซื้อบ้านหลังนึง คอนโดอีกหลังนึง หรือคอนโดหลังอื่นๆ ไว้เพื่ออาศัยทั้งหมด ไม่ได้เป็นห้องเช่า เราจะทำอย่างไร

 

สรุปได้ว่าสามารถยื่นแก้ไขได้ 2 รอบด้วยกัน รอบแรกดำเนินการได้ทันทีหลังได้รับจดหมาย แจ้งเจ้าหน้าที่ตามข้อเท็จว่าอสังหาริมทรัพย์ของเราอยู่ในประเภทไหน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ไปประเมินช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จกานั้นจะมีการออกหนังสือฉบับแก้ไข

 

แต่หากมีการตรวจสอบแล้วไม่ตรงกับที่เจ้าของแจ้ง สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ครั้งที่ 2 ในช่วงเดือนมิถุนายน แต่การอุทธรณ์ครั้งที่ 2 อาจจะไม่ทันช่วงของการเสียภาษี เพราะสุดท้ายทุกคนต้องไปเสียภาษีภายในเดือนสิงหาคม 63 ตามที่ได้ขยายเวลาออกมาแล้ว แต่หลังจากเสียแล้วค่อยไปเข้ากระบวนการอุทธรณ์ และการอุทรณ์สรุปแล้วเป็นจริงตามที่แจ้ง ก็จะได้เงินคืน

 

แต่หากว่าถ้าอุทธรณ์แล้วไม่ผ่าน เพราะกระบวนการตรวจสอบแล้วพบว่าไม่จริง หรือแจ้งเท็จ ผู้แจ้งจะโดนโทษอาญา จำคุก 2 ปี ปรับสูงสุด 40,000 บาท ดังนั้นถ้าจะแจ้งเปลี่ยนประเภทอสังหาริมทรัพย์ ต้องแจ้งตามจริงและสามารถยืนยันได้ 

 

ด้านนางเพ็ญรุ่ง แก้วพรหม หัวหน้าฝ่ายรายได้ สำนักงานเขตคลองเตย เผยว่า เจ้าหน้าที่เขตได้ติดต่อกับนิติคอนโดไว้แล้ว ซึ่งข้อมูลจากนิติคอนโดส่งมาบอกสำนักงานเขตอยู่แล้วว่าเป็นห้องประเภทไหน ปล่อยเช่าหรืออยู่อาศัยจริงๆ

 

โดยจะพิจารณาหลายส่วน ส่วนหนึ่งคือข้อมูลจากนิติบุคคลอาคารชุดด้วย ว่าที่ส่งมานั้นเป็นตามที่แจ้งหรือไม่ สองคืออำนาจของพนักงานสำรวจ ที่กฎหมายให้ไว้คือแต่งตั้งพนักงานสำรวจ เรามีสิทธิ์ที่จะออกไปตรวจสอบของทุกๆห้อง ทุกๆหลัง ทุกๆครัวเรือน ว่ามีการใช้ประโยชน์ถูกต้องตามที่แจ้งไว้หรือไม่

 

แต่ยังมีรายละเอียดในเชิงลึกอีกว่า หากชื่อในทะเบียนบ้าน ตรงกับในโฉนดหลังใดนั้น จะถือว่าเป็นบ้านหลังหลักทันที ส่วนที่มีเพียงชื่อในโฉนดอย่างเดียว จะระบุไว้ในประเภทอื่นๆ ทันที จึงเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันคือ มีสิทธิ์อะไรมาจัดไว้ในประเภทอื่นๆ เพราะบ้านหรือห้องชุดนั้นอาจเป็นที่อยู่อาศัยเราจริงๆก็ได้ แต่เมื่อไปอยู่หมวดอื่นๆ ทำให้กลายเป็นบ้านเช่า ส่งผลให้เสียภาษีแพงขึ้น นอกจากนี้การที่ระบุว่าเป็นประเภทอื่นๆ เพราะส่วนใหญ่ไม่ให้ความร่วมมือในการประเมินรอบแรก ดังนั้นจึงระบุไว้ในประเภทอื่นๆก่อนที่จะมีการแจ้งแก้ไขที่สำนักงานเขต

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_qmJvE7bkng

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ