12 ธ.ค. 2562
1,575 ครั้ง

การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
 
 
วันนี้ เวลา 16 นาฬิกา 3 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา , สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ไปยังเรือนแพที่ประทับรับรอง บริเวณท่าวาสุกรี ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ซึ่งเป็นพระราชพิธีเบื้องปลาย
 
จากนั้น ทรงฉลองพระองค์ครุย ทรงพระมาลาเส้าสูง ทรงพระดำเนินไปยังท่าวาสุกรี มีนายกรัฐมนตรี , ประธานรัฐสภา , ประธานศาลฎีกา , คณะองคมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ และพลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการขบวนเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลพระกรุณารายงานจำนวนเรือ ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ประทับเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ตามเสด็จในขบวนพยุหยาตรา
 
สำหรับขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีเรือพระราชพิธีจำนวน 52 ลำ กำลังพลฝีพาย 2 พัน 200 นาย ประกอบด้วยเรือพระที่นั่ง 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือพระที่นั่งทรง , เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรือประดิษฐานพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 , เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เป็นเรือพระที่นั่งรอง และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ทั้ง 2 พระองค์ จัดรูปแบบขบวนเรือเป็น 5 ริ้ว 3 สาย คือ ริ้วสายกลาง ริ้วสายใน และริ้วสายนอก นอกจากนี้ ยังมีการเห่เรือ หรือการเห่เรือหลวง ซึ่งเป็นการให้จังหวะแก่พลฝีพาย โดยนาวาเอก ณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ ทำหน้าที่พนักงานเห่เรือ
 
ซึ่งระหว่างที่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เคลื่อนผ่านไปตามท้องน้ำเจ้าพระยา มีพระบรมวงศานุวงศ์ รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จในเส้นทางตามจุดต่าง ๆ โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ พลับพลาที่ประทับบริเวณสวนสันติไชยปราการ , พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทอดพระเนตร ณ บริเวณสวนหลวงพระราม 8 ตลอดจน ประชาชนจำนวนมาก เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ชื่นชมพระบารมี และความวิจิตรงดงามของขบวนเรือพระราชพิธี ตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
 
เมื่อเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เข้าเทียบสะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินขึ้นสะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ แล้วเสด็จเข้าพลับพลาที่ประทับรับรอง เพื่อทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์ สำหรับยาตราขบวนราบไปยังพระบรมมหาราชวัง
 
 
 
 
 
 
 
เวลา 17 นาฬิกา 44 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระมาลาเส้าสูง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในฉลองพระองค์ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เสด็จออกจากพลับพลาที่ประทับรับรอง เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย เพื่อประทับพระราชยานพุดตานทอง เสด็จพระราชดำเนินโดยริ้วขบวนราบ กลับเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง
 
โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จไปยังพระบรมมหาราชวัง
 
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับพระราชยานพุดตานทอง ที่เกยหน้าพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ท่าราชวรดิฐ พันโท สมชาย กาญจนมณี ถวายพระแสงขรรค์ชัยศรี  พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง ในฐานะผู้อำนวยการริ้วขบวนราบ ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตยาตราริ้วขบวนราบ โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระดำเนินเข้าริ้วขบวนราบ ในฐานะราชองค์รักษ์ประจำพระองค์คู่เคียงพระราชยานพุดตานทอง ออกจากท่าราชวรดิฐ ไปตามถนนมหาราช เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหน้าพระลาน แล้วเลี้ยวขวา เข้าพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ผ่านประตูพิมานไชยศรี ไปเทียบยังเกยหน้าพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง รวมระยะทางประมาณ 800 เมตร
 
ใช้กำลังพลประมาณ 800 นาย ประกอบด้วย ข้าราชบริพารในพระองค์ จากหน่วยราชการในพระองค์ ได้แก่ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักพระราชวัง และกำลังพลจากกองทัพบก กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงเรียนเตรียมทหาร เดินในท่าเดินกึ่งสวนสนามประกอบจังหวะเพลงมาร์ชในเพลงพระราชนิพนธ์ ประกอบด้วย เพลงมาร์ชราชวัลลภ มาร์ชธงชัยเฉลิมพล เพลงยามเย็น ใกล้รุ่ง สรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์
 
ริ้วขบวนราบมี เลขาธิการพระราชวัง เป็นผู้อำนวยการ ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ขบวนหน้า เป็นขบวนนำ  ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หรือ "ขบวนเสด็จ" เป็นขบวนกลาง  และขบวนหลังเป็นขบวนตาม
 
โดยขบวนหน้า ประกอบด้วย ตำรวจม้านำ วงดุริยางค์วงนำ กองบังคับการกองผสม และกองพันทหารเกียรติยศนำ
 
ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หรือ "ขบวนเสด็จ" ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนนำริ้ว กับส่วนพระราชยาน ซึ่งส่วนนำริ้ว แบ่งเป็น 3 ตอน การเดินประกอบด้วย ตอนนำริ้ว ได้แก่ เจ้าพนักงานพระราชพิธีนำริ้ว เจ้าพนักงานพระราชพิธีประตูหน้าและธงสามชาย  ต่อด้วยตอนเครื่องประโคม ประกอบด้วย หมู่กลองมโหระทึก ริ้วกองชนะ ริ้วแตรฝรั่ง แตรงอน และสังข์ ตามด้วยตอนพระนำ อัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 ที่อัญเชิญมาในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มาประดิษฐานบนพระราชยานถม
 
จากนั้น เป็น ส่วนพระราชยาน ประกอบด้วย 3 ตอนการเดิน ได้แก่ ตอนเครื่องสูงหักทองขวางหน้า แบ่งเป็นสองสาย โดยเชิญพระแสงศาสตราวุธสำคัญ 6 องค์ เรียกว่า "ริ้วพระแสงหว่างเครื่องหน้า"  ตอนพระราชยาน เป็นริ้วขบวนเชิญพระราชยานพุดตานทอง ซึ่งเป็นพระราชยานทรง ตามด้วยริ้วพระตำรวจหลวงรักษาพระองค์นำเสด็จ 16 นาย
 
จากนั้นเป็นหมู่พระราชยาน มีข้าราชบริพารในพระองค์ปฏิบัติหน้าที่เป็นริ้วคู่เคียงพระราชยาน และแถวแซงเสด็จทั้งสองฝั่ง สายในสุดของทั้งสองข้าง เป็นมหาดเล็กคู่เคียงพระราชยาน ถัดออกมาเป็นราชองครักษ์ในพระองค์คู่เคียงพระราชยาน สายนอกสุด เป็นแถวมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ แซงเสด็จ ในหมู่พระราชยานได้เชิญพระกลด พัดโบก บังพระสูรย์ และพระทวย เป็นเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ เคียงข้างพระราชยาน และเชิญพระแสงรายตีนตอง ซึ่งเป็นพระแสงสำคัญ คู่เคียงพระราชยาน ได้แก่ พระแสงดาบคาบค่าย พระแสงดาบใจเพชร พระแสงดาบอัษฎาพานร และพระแสงดาบนาคสามเศียรลายมงคล 8 
 
ส่วนตอนเครื่องสูงหักทองขวางหลัง เป็นริ้วเชิญฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางประกอบพระบรมราชอิสริยยศ อยู่ด้านหลังพระราชยาน และริ้วเชิญพระแสงสำคัญประจำรัชกาลต่าง ๆ ปิดท้ายขบวนด้วยวงดุริยางค์วงตาม และกองพันทหารเกียรติยศ
 
การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างพระมหากษัตริย์ไทยกับราษฎรมาอย่างยาวนาน สืบสานโบราณราชประเพณี รักษาขนบธรรมเนียมไทย และต่อยอดให้คงอยู่สืบไป และในวันนี้เป็นการเสร็จสิ้นพระราชพิธีเบื้องปลาย เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 อย่างสมบูรณ์และสมพระเกียรติ ตามโบราณราชประเพณี และเป็นสิริมงคลกับประชาชนทุกหมู่เหล่า ที่ได้เห็นพระราชพิธีครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะความงดงามของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และขบวนราบ อันเป็นวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของไทย ซึ่งจะปรากฎให้เห็นที่ประเทศไทยเพียงแห่งเดียวในโลก ที่ทุกคนจะช่วยกันอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบต่อไป

 

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ