13 ธ.ค. 2562
2,704 ครั้ง

จับได้อีก 1 แก๊งค้ายาโหด จุดไฟเผา 'ป้ามาลัย' ทั้งเป็น แค้นเอายาไอซ์ละลายน้ำทิ้ง

สงขลา-ความคืบหน้าคดีแก๊งค้ายาบ้านโคกเมา ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา รุมซ้อมและจุดไฟเผาป้ามาลัย อายุ 48 ปี อย่างโหดเหี้ยม เพราะ ไม่พอใจที่แอบนำยาไอซ์ไปละลายน้ำทิ้ง เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา ภายในขนำที่พักของป้ามาลัย

 

ซึ่งคดีนี้มีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งหมด 5 คน คือ นายส่อแหล๊ะ จิสวัสดิ์ หรือแหละ อายุ 41 หรือ แหล๊ะ , นาง จันทิรา บินเสหาะ อายุ 36 ปี หรือ แอด ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน , นายยงยุทธ ชุมประมาณ อายุ 26 ปี หรือ เป้ ที่เป็นคนจุดไฟเผา , น.ส.ภัทราพร เพชรรัตน์ อายุ 29 ปี หรือ แก้ว ที่ร่วมในเหตุการณ์ และนายแบงค์ เยาวชนอายุ 17 ปี คนที่ขับรถไปรับป้ามาลัยจากบ้านลูกสาว ซึ่งตำรวจได้ควบคุมตัวได้แล้วเป็นคนแรกนั้น

 

ล่าสุด (12 ธ.ค.) ตำรวจ สภ.บางกล่ำ สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ได้อีก 1 คน คือ น.ส.ภัทราพร เพชรรัตน์ หรือ แก้ว อายุ 29 ปี โดยตามไปจับกุมได้ที่บ้านพัก ถูกแจ้งดำเนินคดี 2 ข้อหา คือรวมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยทรมานหรือโดยทารุณโหดร้าย และ กระทำการหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำการประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

 

จากการสอบสวน น.ส.ภัทราพร ให้การรับสารภาพว่า คนที่ลงมือราดน้ำมัน และจุดไฟเผาป้ามาลัย คือ นายยงยุทธ หรือ เป้ เพียงคนเดียวเท่านั้น และตนเป็นคนไปซื้อน้ำมันเบนซินใส่ขวดมาให้ เนื่องจากถูกบังคับ เพราะยังเป็นหนี้ค่ายาเสพติดอยู่ด้วย

 

ในคืนเกิดเหตุตนกับนายแบงค์ ได้ขับรถจักรยานยนต์ไปรับป้ามาลัย มาจากบ้านลูกสาว โดยมีนางจันทิราและนายยงยุทธ รออยู่เพื่อที่จะสอบถามเรื่องยาไอซ์ที่ป้ามาลัย เอาไปจำนวน 3 ขีด หรือ 300 กรัม แต่ป้ามาลัยไม่ตอบ จึงได้มีการตบตี

 

จากนั้นก็พาป้ามาลัยมาที่ขนำเกิดเหตุ ซึ่งมีนายส่อแหล๊ะ เจ้าของยามาร่วมอีกคน ทางป้ามาลัยยังไม่ยอมตอบ และพูดกวนประสาท ทำให้นายยงยุทธโมโหราดน้ำมันจุดไฟเผาป้ามาลัย ซึ่งพวกตนทั้งหมดก็ตกใจมาก และพยายามดับไฟช่วยเหลือก่อนวิ่งลงจากขนำวิ่งหนีไป ซึ่งโดยปกติป้ามาลัย ก็เป็นคนสติไม่ค่อยดีอยู่แล้วด้วย

 

ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 คน ซึ่งเป็นตัวการก่อเหตุทั้ง 2 สามีภรรยา นายส่อแหล๊ะ และนางจันทิรา รวมทั้งนายยงยุทธ คนราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผา ตำรวจกำลังเร่งหาเบาะแสติดตามจับกุม พร้อมกับประสานญาติเพื่อให้เข้ามอบตัวต่อไป

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ay7zIAWpTQM

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ