14 ธ.ค. 2562
992 ครั้ง

คุมตัว 'แก้ว' สาวร่วมแก๊งค้ายา จุดไฟเผา 'ป้ามาลัย' ทำแผน ร่ำไห้โผกอดสามี เป็นห่วงป่วยโปลิโอ ไม่มีใครดูแล

ความคืบหน้าคดีแก๊งค้ายาเสพติดบ้านโคกเมา ในต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา รุมซ้อมและจุดไฟเผานางมาลัย ชุมประมาณ อายุ 48 ปี หรือป้ามาลัย เหตุเพราะไม่พอใจที่แอบนำยาไอซ์ 300 กรัมไปละลายน้ำทิ้ง
 
ซึ่งคดีนี้มีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งหมด 5 คน จับกุมได้แล้ว 2 คนคือ นายแบงค์ เยาวชนอายุ 17 ปีซึ่งจับได้เป็นคนแรกและน.ส.ภัทราพร เพชรรัตน์ อายุ 29 ปี หรือแก้ว ซึ่งถูกจับได้เป็นคนที่สอง
 
ส่วนอีก3คนยังหลบหนีประกอบด้วย นายส่อแหล๊ะ จิสวัสดิ์ หรือแหละ อายุ 41 ปี, นางจันทิรา บินเสหาะ รือแอด อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยากันและเป็นเจ้าของยาไอซ์ และนายยงยุทธ ชุมประมาณ หรือเป้ อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นคนราดน้ำมันและจุดไฟเผา
 
ต่อมาตำรวจได้ควบคุมตัว น.ส.ภัทราพร หรือแก้ว ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพรวม 4 จุด จุดแรกเป็นบ้านลูกสาวของป้ามาลัย ซึ่ง น.ส.แก้วและนายแบงค์ไปรับตัวมาลัยออกมา จุดที่ 2 บนสะพานข้ามคลองรอหนึ่ง หมู่13 ต.ท่าช้าง ซึ่งนำป้ามาลัยมาสอบถามเรื่องยาไอซ์ จุดที่ 3 ภายในขนำเกิดเหตุที่จุดน้ำมันราดไฟเผาป้ามาลัย และจุดที่ 4 เป็นจุดที่ น.ส.แก้วไปซื้อน้ำมันเบนซิลใส่ขวดมาให้
 
โดยระหว่างที่ทำแผน น.ส.แก้วได้ขออนุญาตตำรวจมาพบกับสามี ซึ่งป่วยเป็นโปลีโอแขนขาลีบมาแต่กำเนิดซึ่งอยู่ที่บ้านใกล้กับขนำเกิดเหตุ ซึ่งสาเหตุที่ น.ส.แก้วต้องกลับมาที่บ้านจนถูกจับก็เพราะเป็นห่วงสามีที่ไม่มีใครดูแล
 
ด้านบังอะ สามีของ น.ส.แก้วบอกว่า ตอนเกิดเรื่อง น.ส.แก้วก็ทุบตีป้ามาลัยบ้าง แต่ตอนหลังช่วยห้ามและยังเป็นคนเอาน้ำไม่ดับไฟที่ป้ามาลัย อยากให้สังคมเข้าใจว่าใครเป็นคนทำและใครผิดใครถูก เพราะปกติแก้วเป็นคนดีมากอยู่กินและดูแลตนที่ป่วยเป็นโปลิโอมา 3 ปี
 
ด้านนางฟาตีมะ ซึ่งเป็นญาติของกลุ่มผู้ต้องหารวมถึงป้ามาลัยบอกว่า ผู้ต้องหาทั้ง5 คนปกติก็เป็นคนดีช่วยเหลือญาติพี่น้องและไม่มีปัญหากับเพื่อนบ้าน แต่ก็ไม่รู้ว่าสาเหตุว่าทำไมถึงเกิดเรื่องนี้ขึ้น และอยากให้ที่เหลือเข้ามอบตัว
 
คดีนี้จากคำให้การของ น.ส.แก้วระบุว่า คนที่ราดน้ำมันและจุดไฟเผาป้ามาลัยคือ นายยงยุทธ หรือเป้ เพียงคนเดียวส่วนคนอื่นต่างตกใจและช่วยกันดับไป ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 3 คน ขณะนี้ตำรวจยังคงกดดันไล่ล่าผู้เชื่อว่ายังกบดานอยู่ในพื้นที่และน่าจะเข้ามอบตัวในเร็วๆนี้ เพราะถูกกดดันอย่างหนัก
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/S86sc0gxwns
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ