24 ธ.ค. 2562
4,087 ครั้ง

รร.เปิดโต๊ะแถลง ไม่ได้สั่งปิดข่าว นร.ม.6 ปาดคอเพื่อนกลางรร. คืบหน้า พร้อมดูแลทั้งสองฝ่าย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ธ.ค 2562 ที่โรงเรียนปทุมวิไล ต.ปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับโรงเรียนปทุมวิไลชี้แจงกรณี เด็กนักเรียน ม.6 ใช้แก้วกรีดคอเพื่อนภายในโรงอาหารของโรงเรียน เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา จากกรณีที่ สังคมทวิตเตอร์พร้อมใจติดแฮชแท็ก ‘รรชื่อดังย่านปทุม’ หลังมีข่าวว่านักเรียน ม.6 กรีดคอหนุ่ม ม.6 จนบาดเจ็บในโรงเรียน ทำเอาติดเทรนด์ทวิตเตอร์ โดยถูกแชร์และแสดงความคิดเห็นกันอย่างมาก รวมทั้งให้ข้อมูลว่าโรงเรียนสั่งให้ปิดข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ดร.เอกพรต สมุทธานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนปทุมวิไล กล่าวว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่าทางโรงเรียนปิดข่าว โดยมีข้อความว่าทางโรงเรียนบังคับให้ผู้ปกครองไม่แจ้งความเพื่อปิดข่าว ซึ่งสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้โดยการตรวจสอบการลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองปทุมธานี เป็นปกติโดยเหตุการณ์ทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2562 ส่วนตนได้ทำบันทึกเพื่อรายงานไปยังเขตพื้นที่ฯ แสดงให้เห็นว่าไม่มีการปิดข่าวแต่อย่างใด

 

ในส่วนของที่มีการสั่งให้เก็บภาพถ่ายและสั่งให้ลบภาพถ่ายในโทรศัพท์ ในส่วนของผมอยากจะถามย้อนกลับไปว่าท่านเป็นสื่อมวลชน ท่านเอาภาพเด็กลงสื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ยังมีการเซ็นเซอร์ปิดหน้า แต่เด็กนักเรียนของเราถ้าหากถ่ายภาพแล้วโพสต์ภาพเลย ท่านคิดว่าปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับใคร จะเกิดกับผม เกิดกับผู้ก่อเหตุ เกิดกับเด็กที่ถูกทำร้าย หรือเกิดกับคนส่ง ผมมีความจำเป็นจะต้องดูแลลูก ๆ จำนวน 3,200 คน ซึ่งเหตุการณ์นี้ทางโรงเรียนได้สั่งให้พวกนักเรียนเก็บภาพไว้ก่อน ห้ามส่งขึ้นอินเตอร์เน็ต แต่มีเด็กบางคนไม่เข้าใจว่าทางโรงเรียนไม่ต้องการให้ภาพที่ไม่เหมาะสมขึ้นไปบนเว็บไซต์ต่าง ๆ เท่านั้นเอง

 

ทางโรงเรียนไม่ได้ปิดข่าวได้รายงานไปยังผู้ว่าการเขตสถานศึกษา กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และได้ทำบันทึกขั้นตอนการดำเนินการต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนไม่ได้ปิดข่าว ส่วนที่ว่าจะดำเนินการกับผู้ที่โพส ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้โพสต์ ซึ่งทางโรงเรียนไม่ได้ติดใจว่าใครจะโพสต์ เราไม่ได้ปิดข่าว แต่เราต้องปกป้องสิทธิ์ของเด็กทั้งผู้กระทำ ผู้ถูกกระทำ และผู้ที่กำลังจะโพสต์เอง

 

ในส่วนของการศึกษาของเด็กผู้ก่อเหตุนั้นทางโรงเรียนไม่ได้ไล่ออกแต่อย่างใด แต่จะหาทางจัดการศึกษาให้จนจบ โดยทางโรงเรียนสามารถทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งอยู่ที่ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นผู้ป่วยมีอาการทางจิตว่ามีความพร้อมที่จะมาเรียนที่โรงเรียนหรือไม่ หากไม่สามารถมาเรียนที่โรงเรียนทางโรงเรียนก็จะมีชุดการสอน มีคุณครูไปดูแลไปสอบเป็นระยะ สุดท้ายแล้วเด็กทั้งสองคนทางโรงเรียนจะไม่ทิ้งใครเลย

 

ดร.งามพิศ ลวากร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของโรงเรียนปทุมวิไล ทางเราได้ดูข้อมูลจากรายงานที่ผู้อำนวยการฯได้รายงานขึ้นมา โดยเรามีขั้นตอนของการดำเนินงานเป็นข้อเท็จจริงมาที่เขตพื้นที่การศึกษาฯ โดยเป็นเขตเฉพาะกิจของพื้นที่การศึกษาฯ สพฐ. เพื่อที่สื่อมวลชนจะได้ไม่นำเรื่องที่ได้จากแหล่งอื่นจากเพจนั้นเพจนี้ ถือว่าเป็นขั้นตอนหนึ่ง ที่เป็นวิธีการของเขตพื้นที่ได้ดำเนินการ เมื่อเกิดเหตุการณ์ณืขึ้นแล้วถือว่าเป็นบทเรียนให้กับพวกเราชาว สพฐ. เช่นกัน

 

นายชนะ สุมมาตย์ ผู้อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือนักเรียน สพฐ. กล่าวว่า แนวทางในการดำเนินการแก้ไขที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตทั้งโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดสภานศึกษาทั่วประเทศ จำนวน 30,000 กว่า โรงเรียน ซึ่งเหตุความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นภายในโรงเรียนนั้น เกิดจากภัยคุกคามที่เกิดทางอารมณ์ โดยมอบภารกิจให้สถานศึกษา จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาระบบ EQ ให้กับเด็กนักเรียน ทั้งการพัฒนาจิตใจ การปฏิบัติธรรม รวมถึงทำกิจกรรมที่เสริมสร้างลักษณะนิสัย ทั้งกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี กิจกรรมแนะแนว เพื่อให้เกิดความรักความสามัคคีในกลุ่มเด็กนักเรียนของเรา นอกจากนี้เป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างเครือข่ายผู้ปกครองและประชาชนในพื้นที่

 

นางสาวนงลักษณ์ เรือนทอง ผู้อำนวยการสำนักบริหารการมัธยมศึกษาตอนปลาย กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงของโลกทางด้านเทคโนโลยีทำให้เด็ก ๆ มีภาวะทางอารมณ์ที่เกิดจากความเครียดหรือความผิดหวัง จึงอยากให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของอารมณ์ของนักเรียนโดยให้ความร่วมมือกับโรงเรียน โดยการดูแลบุตรหลานของท่าน ทั้งการใช้โทรศัพท์ การเลียนแบบ เมื่อมีการควบคุมที่ดีทำให้นักเรียนมีความปลอดภัย ในอนาคตทางโรงเรียนอาจจะต้องทำความร่วมมือกับนายแพทย์ หรือสาธารณสุขจังหวัด มีจิตแพทย์ไว้ที่โรงเรียน เป็นการป้องกันและแก้ไขให้เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ดีขึ้น

 

ดร.เกษม สดงาม ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิจัยและพัฒนาบุคลากร สพฐ. กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะมีและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ไม่มีการเผยแพร่ในสื่อ โดยระยะหลังมีกรณีที่แปลกและดูรุนแรง เมื่อลงในโซเซียลทำให้มีการแกระจายตัวของข่าวอย่างรวดเร็ว จนทำให้เป็นพฤติกรรมเรียนแบบ เราต้องมีการป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะยาวด้วย

 

เท่าที่ได้สอบถามพฤติกรรมของนักเรียนที่ก่อเหตุจากนางอุบลวรรณ มงคลางกูร ครูที่ปรึกษา พบว่า เป็นเด็กที่เรียนดี มีทักษะเรื่องของกีฬา ดนตรี แต่เป็นเหตุการณ์ชั่ววูบที่ไม่อยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องเห็นใจในส่วนหนึ่งด้วย ลูกหลานเราก็ไม่อยากให้เกิดแบบนี้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องช่วยกันประคับประคอง ก็คิดว่าครูอาจารย์คงจะไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UmyfSdsVmC8

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ