10 ม.ค. 2563
11,478 ครั้ง

'บิ๊กโจ๊ก' เปิดหน้าชน! พ้อโดนกระทำมานาน ผบ.ตร.รับเป็นเจ้าของคลิปเสียง ปัดสั่งเบรคทำคดียิงรถ

กรณีคนร้ายลอบยิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ที่บริเวณซอยสาริกา ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ โดยบิ๊กโจ๊กมั่นใจว่าสาเหตุที่ถูกลอบยิงมาจากการที่มีคำสั่งยกเลิกโครงการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ไบโอแมทริกซ์ ในสมัยที่เป็นผบช.สตม.

 

ต่อมา มีคลิปเสียงสนทนาของผู้ชาย 2 คน เผยแพร่ออกมาในโซเชียลมีเดีย ลักษณะสั่งการให้อีกฝ่ายเลิกยุ่งกับคดีดังกล่าว ซึ่งพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. ยืนยันว่าเป็นบทสนทนาระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. จริง โดยตนก็นั่งอยู่ด้วยขณะที่มีการสนทนาทางโทรศัพท์

 

ซึ่งเป็นการกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาตามปกติ ในการทำงานให้เป็นพี่เลี้ยง ทำการกำกับดูแล ให้การสนับสนุน และปล่อยให้หน่วยที่รับผิดชอบได้ดำเนินการตามหน้างานตามปกติไป ซึ่งในคดีนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนตามปกติ และได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ทราบเป็นระยะๆ ซึ่งได้กำชับมาโดยตลอดในที่ประชุมบริหารตำรวจ

 

สำหรับเรื่องการอัดคลิปเสียง และมีการปล่อยเสียงสนทนาดังกล่าวลงในโลกโซเชียลมีเดีย ก็ไม่ทราบว่าใครอัดและอยากรู้เหมือนกันว่าใครทำ เพราะโดยมารยาทแล้วการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างบุคคลนั้น ไม่ควรอัดบทสนทนาเอาไว้ ยกเว้นคู่สนทนาจะมีเจตนารมณ์แอบแฝงในทางที่ไม่ดีกับอีกฝ่ายหนึ่ง

 

ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาชี้แจงถึงคลิปเสียงดังกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยเรื่องคดีบิ๊กโจ๊กกับพล.ต.อ.วิระชัยจริง แต่ไม่ได้สั่งให้หยุดทำงาน โดยเป็นการสั่งให้เป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ตามขั้นตอน และยืนยันว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังในคดีนี้ หลังถูกบิ๊กโจ๊กพูดพาดพิงว่าเป็นผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลัง เพราะทำไปก็ไม่ได้ประโยชน์ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าใครกันแน่ที่ได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์นี้ที่ทำให้มีชื่อเสียงอีกครั้ง

 

ขณะที่พล.ต.อ.วิระชัย ได้เดินทางมาร่วมตรวจสอบรถยนต์ยี่ห้อเล็กซัส สีขาว หมายเลขทะเบียน 9 กจ 351 กรุงเทพมหานครของบิ๊กโจ๊ก พร้อมยืนยันว่าจะทำคดีนี้อย่างถึงที่สุดในช่วงที่ทำหน้าที่แทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในช่วงที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ และมั่นใจว่าจะจับคนร้ายได้ ส่วนการให้ปากคำของบิ๊กโจ๊กนั้น พนักงานสอบสวนได้รวบรวมไว้ในสำนวน โดยรับฟังคำให้การไว้เป็นข้อมูลเท่านั้น คงไม่สามารถไปชี้ชัดประเด็นใดประเด็นหนึ่ง เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน

 

โดยล่าสุดกองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ารื้อค้าและหาหลักฐานที่รถของบิ๊กโจ๊ก และพบหัวกระสุนปืนเพิ่มอีก 6 หัว เป็นชนิด .38 หรือ ขนาด 9 มม. จากเดิมพบแล้ว 2 หัว แต่ยังไม่ยืนยันว่า มาจากปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่ ซึ่งเตรียมส่งตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพิ่มเติม จึงจะสามารถยืนยันชนิดของปืนที่ใช้ก่อเหตุได้ ทั้งนี้ ยอมรับว่าได้พูดคุยเรื่องคดีก่อนหน้านี้กับพล.ต.อ.จักรทิพย์จริง ส่วนคลิปเสียงสนทนาที่ปรากฎตอนนี้ยังไม่ได้ฟัง จึงไม่ขอให้ความเห็นในเรื่องนี้

 

ด้านพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้เดินทางมารับรถยนต์ที่ถูกลอบยิงที่ สน.บางรัก พร้อมเผยกับผู้สื่อข่าวว่า กรณีคลิปเสียง เป็นเรื่องที่สะท้อนใจถึงแม้ว่าคดีนี้จะเป็นคดียิงรถที่ความเสียหายไม่เยอะ แต่เป็นคดีที่สื่อมวลชนสนใจ แล้วมีการไปพาดพิงถึงผู้ใหญ่ขององค์กร การที่ผู้นำองค์กรโทรศัพท์มาสั่งการไม่ให้ผู้ทำหน้าที่รักษาการแทน ลงไปยุ่งเกี่ยวกับคดีและไม่ให้ไปแถลงข่าว ยิ่งเห็นชัดถึงเจตนา

 

ในฐานะตำรวจเก่า ตนรู้สึกหดหู่จากการกระทำของผู้นำองค์กรยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องเมื่อสองปีก่อนที่มีการยิงรถนักข่าว ซึ่งเป็นการใช้อำนาจแบบไม่เป็นธรรม การเป็นผู้รักษากฎหมายต้องทำตัวเป็นเยี่ยงอย่าง อีกทั้งในวันเกิดเหตุ รองผบ.ตร. ท่านนี้ได้ลงไปไล่ดูกล้องวงจรปิดเอง ซึ่งทาง ผบช.น ไม่ได้ลงมาดูด้วยตัวเอง มีเพียงผู้บังคับการและผู้กำกับการที่ลงมากำกับดูแลเท่านั้น

 

การที่รองผบ.ตร. ท่านนี้ลงมากำกับดูแลเพื่อให้องค์กรเป็นที่น่าเชื่อถือศรัทธา โดยเฉพาะเมื่อมีการพาดพิงถึงผู้ใหญ่ในองค์กรเมื่อรู้ตัวว่าถูกพาดพิงต้องยิ่งรีบสั่งให้เร่งรัดติดตามคนร้ายให้ได้ เพื่อจะเคลียร์ความจริงให้ปรากฏและเคลียร์ตัวเองให้ได้

 

ยืนยันว่าไม่ได้มีการเตี๊ยมกันกับรองผบ.ตร. ทุกอย่างเป็นข้อเท็จจริงมีมูลเหตุทั้งหมดไม่มีอะไรที่ตนต้องไปเตี๊ยม ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับรองผบ.ตร. ตนเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้นไม่มีอะไรอย่างอื่น

 

และคำพูดในคลิปที่บอกว่า ตนไปหรอกใช้พลเอก 5 คน ตนจะทำได้อย่างไร สื่อมวลชนควรไปถามเจ้าตัวมากกว่าว่าโดนตนหลอกใช้จริงหรือไม่ คำว่าผู้นำองค์กรบ่งบอกถึงเรื่องคุณธรรมจริยธรรม แต่ผู้นำองค์กรเป็นแบบนี้ องค์กรจะอยู่ได้อย่างไร สั่งแบบนี้เป็นการสั่งเพื่อส่วนรวมหรือสั่งเพื่อตัวเอง ซึ่งถ้าตนเป็นผู้นำองค์กร ตนคงลาออกไปแล้ว

 

จะมาบอกว่าตนสร้างสถานการณ์เพื่ออยากจะกลับมา ถ้าอยากดังจริงตนแค่เดินไปหานักข่าวก็ดังแล้ว แต่ที่ผ่านมาเกือบปีตนเก็บเนื้อเก็บตัวมาตลอด ที่ออกมาวันนี้เพราะทนไม่ไหวแล้วโดนกระทำมานานต้องพอเสียที ส่วนเรื่องจะจับคนร้ายได้หรือไม่ตนไม่ได้คิด เพราะตนหมดศรัทธา 4 วันที่ผ่านมาก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ

 

เรื่องที่บอกว่าไบโอแมทริกซ์ จับคนร้ายได้นั้น มันก็ถูก แต่เมื่อเครื่องมันไม่ดี ตนก็ต้องทำบันทึกยกเลิกสัญญาแล้วไปเอาของบริษัทอื่นที่ดีมาใช้  เพราะเครื่องดังกล่าวสมมุติว่าสามารถทำได้ 30 กว่าอย่างแต่กลับทำได้แค่ 7 อย่าง ถึงแม้ว่าจับคนร้ายได้จริง แต่คุณสมบัติอีก 20 กว่าอย่างมันทำไม่ได้ แล้วงบประมาณกว่า 2 พันล้าน ที่มาจากภาษีประชาชนความคุ้มค่ามันอยู่ตรงไหน โดยวันนี้ เวลา 09.30 น. ตนจะเข้าไปให้ข้อมูลกับป.ป.ช. เรื่องไบโอแมทริกซ์ และก็มีอีกหลายคนที่ถูกเรียกไปเช่นเดียวกัน

 

อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ใครทำชั่วทำไม่ดีไว้เดี๋ยวมันจะออกมาเอง ยืนยันไม่ได้สร้างสถานการณ์ แต่ในฐานะที่เป็นผู้ถูกกระทำตนจึงต้องออกมาพูดและยืนยันว่าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับคลิปเสียงดังกล่าวที่หลุดออกมา จะเป็นการวางแผนได้อย่างไร เพราะเสียงที่สั่งเป็นเสียงจริงโดยเสียงใครคนนั้นก็ต้องรับผิดชอบไป

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YEfm4ZT-Jgc

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ