18 ม.ค. 2563
9,605 ครั้ง

ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูง! กระทบคนกรุงผื่นขึ้น เด็กป่วยปากบวม กรมอนามัยขอความร่วมมือ ช่วงตรุษจีนใช้ธูปขนาดเล็ก-ลดปริมาณการเผากระดาษ

ปริมาณฝุ่น PM 2.5 พื้นที่กรุงเทพฯ ประจำวันที่ 18 ม.ค.2563 เวลา 10.00 น. เกินค่ามาตรฐาน 42 จุด (จากจุดวัด 61 จุด)
 
5 อันดับสูงสุด
ริมถนนสามเสน เขตพระนคร 82 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม.
แขวงคลองกลุ่ม เขตบึงกุ่ม 72 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม.
ริมถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 95 เขตวังทองหลาง 77 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม.
ริมถนนดินแดง เขตดินแดง 69 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม.
ริมถนนนวมินทร์ แยกบางกะปิ เขตบางกะปิ 69 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม.
 
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะช่วงเทศกาลตรุษจีนใช้ธูปขนาดเล็ก ลดปริมาณการเผา กระดาษเงิน กระดาษทอง หรือสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ให้น้อยลง
 
เผยผลสำรวจอนามัยโพลในช่วงตรุษจีนปี 2562 พบใช้ธูปขนาดสั้นเพียงร้อยละ 33 มีการเผากระดาษเงิน กระดาษทองถึงร้อยละ 98 ขอความร่วมมือประชาชน ลดปริมาณการใช้และการเผา เพื่อลดการเพิ่มฝุ่นในช่วงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5
 
แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีน คนไทยเชื้อสายจีนนิยมจุดธูป เผากระดาษเงินกระดาษทอง และเผาสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ เพื่อบูชาเทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษ ซึ่งการจุดธูปและการเผากระดาษเงิน กระดาษทองในแต่ละครั้งจะปล่อยสารมลพิษออกมาคือ ควันและขี้เถ้า ซึ่งสารมลพิษที่ปล่อยออกมา ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน และสารก่อมะเร็งหลายชนิด เช่น สารโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอนหรือสารพีเอเอช และสารอินทรีย์ระเหยง่าย เช่น เบนซิน (Benzene) และ 1,3-บิวทาไดอีน (1,3-butadiene) 
 
ส่วนขี้เถ้าจะมีสารโลหะหนัก 4 ชนิด ได้แก่ โครเมียม นิกเกิล ตะกั่ว แมงกานีส และพบโลหะหนักเหล่านี้อยู่ในขี้เถ้ามากกว่าฝุ่นละอองในอากาศประมาณ 3-60 เท่า ซึ่งหากได้สัมผัสอาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้
 
แพทย์หญิงพรรณพิมล กล่าวต่อว่า จากการสำรวจอนามัยโพลเรื่องพฤติกรรมการใช้ธูปกระดาษเงินกระดาษทอง กับเทศกาลตรุษจีนในช่วงเดือนมกราคม 2562 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 1,657 คน พบว่า ในวันไหว้ตรุษจีน ประชาชนมีการจุดธูปร้อยละ 79 เผากระดาษเงินกระดาษทองร้อยละ 51 และเผาสิ่งประดิษฐ์จากกระดาษต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์ บ้าน รถ ร้อยละ 19
 
และพบว่าประชาชนบางส่วนยังมีพฤติกรรมการใช้ธูปและเผาที่ไม่ถูกต้อง เช่น ใช้ธูปขนาดสั้นเพียงร้อยละ 33 มีการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง ถึงร้อยละ 98 โดยส่วนใหญ่เป็นการเผาจนหมดแล้วดับ ในส่วนของสุขภาพ ประชาชนเห็นด้วยว่าควันธูปและมลพิษจากการเผากระดาษเงินกระดาษทองมีอันตรายต่อสุขภาพถึงร้อยละ 87
 
เมื่อสอบถามถึงผลกระทบต่อสุขภาพ และพบว่าประชาชนมีอาการถึงร้อยละ 97 โดยเฉพาะอาการแสบตา แสบจมูก คัดจมูก หายใจลำบาก คันตา และปวดตา และยังไม่ได้มีการป้องกันถึงร้อยละ 54
 
“ทั้งนี้ ช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ อาจจะตรงกับสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่ยังคงต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ การจุดธูป รวมทั้งการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง ในปริมาณที่มากอาจจะทำให้เกิดควันที่มีสารก่อมลพิษต่าง ๆ มากมาย ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งความรุนแรงของอาการจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปริมาณและระยะเวลาที่ได้รับสารนั้น
 
โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดโรคระบบทางเดินหายใจ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังอื่น ๆ จะได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าประชาชนทั่วไป การป้องกันที่ดีคือลดปริมาณการใช้ โดยใช้ธูปขนาดสั้น ลดปริมาณการ เผากระดาษเงิน กระดาษทอง ให้น้อยลง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นขณะจุดธูปหรือเผา เมื่อจุดแล้วดับหรือเก็บธูป ให้เร็วขึ้น ควรจุดนอกบ้านหรือที่อากาศถ่ายเท และยืนอยู่เหนือทิศทางลม ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสธูปและกระดาษเงินกระดาษทอง 
 
พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการพักผ่อนหรือนอนหลับบริเวณที่มีการจุดธูป เพื่อลดการสะสมของฝุ่นละอองจากควันธูปที่อาจตกค้างได้ รวมทั้งกำจัดขี้เถ้าจากธูปและกระดาษเงิน กระดาษทอง โดยเก็บขี้เถ้า ใส่ถุง และส่งให้ท้องถิ่นรับไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป”
 
กทม.ติดตามแก้ไขปัญหา PM2.5 นางศิลปสวย ระวีแสงสรูย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม. ได้ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง โดยเฉพาะประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการบังคับใช้กฎหมายควบคุมปัญหาแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองทั้งจากยานพาหนะ การก่อสร้างรถไฟฟ้า อาคารสูง ตลอดจนการเผาและกิจกรรมที่ก่อให้เกิดควันหรือฝุ่นละออง 
 
รวมไปถึงการติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศฝุ่นละออง PM2.5 เพิ่มเติมให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีพร้อมทั้งสามารถปฏิบัติตัวหรือดูแลสุขภาพของตนเองในเบื้องต้น ซึ่งปัจจุบัน กทม.มีสถานีตรวจวัด 24 สถานี ติดตั้งเพิ่มในเดือนมกราคม 13 สถานี และจะติดตั้งเพิ่มอีก 13 สถานี ในเดือนกุมภาพันธ์ รวมทั้งสิ้นจึงครบทั้ง 50 สถานี 
 
นอกจากนี้ กทม. ยังได้เปิดให้บริการคลินิกมลพิษตามนโยบายรัฐบาล เพื่อเตรียมพร้อมในการดูแล ตรวจรักษา และให้คำแนะนำแก่ประชาชน เบื้องต้นสำนักการแพทย์จะเปิดให้บริการคลินิกมลพิษทางอากาศ ณ โรงพยาบาล 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ และโรงพยาบาลกลาง
 
ขณะที่เพจ 'Infectious ง่ายนิดเดียว' โพสต์เตือนภัย โดยระบุข้อความว่า "เตือนภัย PM2.5 เกินมาตราฐาน เมื่อวานอยู่เวรนอน รพ. เป็นวันที่ค่า PM2.5 สูงมาก เกือบ 150-200 เห็นผลเลย เป็นวันที่เด็กป่วยระบบทางเดินหายใจเยอะมาก ไข้หวัด คัดตมูก ไอ น้ำมูกไห ตาแดง คัน จาม หอบหืดกำเริบ หลอดลมกำเริบ อักเสบ และอาการแพ้ ลมพิษ ผื่นนูนแดง คัน ปากบวม หลายเคส
 
แนะนำหลีกเลี่ยงออกนอกบ้าน, จำเป็นต้องออกควรใส่หน้ากากอนามัย , ควรเช็คสภาพอากาศ เครื่องวัด PM เครื่องกรองอากาศ เครื่องฟอกอากาศ และจิตสาธารณะ งดเผาหญ้า สร้างมลพิษ งดจุดไฟ งดจุดธูปเทียน ด้วยความปรารถนาดี"
 
ส่วนผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Pornsan Panjathep' โพสต์ พาครอบครัวหนีฝุ่นพิษ กทม. กลับเจอหมอกควันเขาค้อ โดยระบุข้อความว่า "ฝุ่น PM2.5 ท่วมกรุงเทพฯ ภรรยาเริ่มไอไม่สบาย วันหยุดลูกก็สงสารเพราะออกไปเล่นนอกบ้านไม่ได้ เลยตัดสินใจพาครอบครัวหนีฝุ่นมาเขาค้อ
 
เมืองที่ครอบครัวเรามาเป็นประจำ และคาดว่าอย่างน้อยอากาศก็น่าจะดีกว่ากรุงเทพฯ ระหว่างทางขับมาสองข้างถนนหลวง เห็นการเผาทุ่งนาควันพวยพุ่งตลอดทาง หรือไม่ก็เห็นพื้นเป็นเถ้าถ่านจากการเผาที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน
 
ถึงเขาค้อ เห็นควันคลุมทั้งเมือง กังหันลมแทบมองไม่เห็น อากาศที่หายใจรู้สึกได้ว่ามีกลิ่นควันไฟอยู่ในอากาศตลอดเวลา เอาวะ ทำใจ มาถึงนี่แล้ว ทำอะไรไม่ได้
 
ออกจากที่พักตอน 4 โมงเย็นเพื่อไปหาข้าวกิน มองไปหน้าที่พักเห็นควันไฟอยู่ไม่ไกล กลิ่นควันไฟในอากาศอีกแล้ว หวังว่าก่อนเข้านอนมันจะดับ กลับมาถึงที่พักตอนทุ่มครึ่ง เจอกับภาพที่เห็น ไฟลุกลามไปทั่ว ใกล้ที่พักเข้ามาทุกที กลิ่นควันชัดขึ้นอย่างมาก ทิศทางลมมาทางห้องที่ผมพัก ยังไม่ได้ยินเสียงรถดับเพลิง
 
ผมประเมินสถานการณ์ว่าอยู่ไม่ได้แน่ ไฟเข้ามาใกล้มาก ควันทิศมาทางนี้อย่างเห็นได้ชัด แนวกั้นไฟมีแค่ถนนในโครงการซึ่งมีแนวเสาไฟฟ้า ผมคาดว่ามีโอกาสสูงมากที่ไฟฟ้าจะดับ และหากควันไฟประจวบเหมาะพอดีมันจะรมควันห้องที่ผมพักแบบโหมเข้าใส่ ตัดสินใจหนีมาหาที่พักใหม่ มีลูกเล็กอยู่ด้วยคือเสี่ยงไม่ได้
 
ความคิดแรกในหัวหลังจากหาที่พักใหม่ได้คือยอมแล้ว ผมยอมแพ้ ผมตัดสินใจแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 ด้วยตัวเองมาตลอดเพราะรู้ว่าหวังพึ่งใครไม่ได้ ที่บ้านซื้อเครื่องฟอกอากาศ 3 เครื่อง ติดแอร์เพิ่มเติม ซื้อลู่วิ่ง ลงทุนไปเป็นแสน
 
มีโอกาสคือพาครอบครัวหนีออกต่างจังหวัด ผมสงสารลูกที่ถ้าอยู่ก็ต้องบังคับให้อยู่แต่ในบ้านเท่านั้น วิ่งเล่นขี่จักรยานอะไรก็ไม่ได้ สิ่งที่เห็นคือการเผาพื้นที่มาตลอดทาง ผิดกฎหมายก็ไม่ได้มีใครเกรงกลัว ไม่ได้มีการร่วมมืออะไร อยากเผากูก็เผา
 
จนกระทั่งมันใกล้ชีวิตผมส่งผลกระทบขนาดนี้ ผมสรุปว่าผมยอมแพ้แล้ว ไม่ต้องดิ้นรนทำอะไรอีกแล้ว ไม่ต้องไปไหน ผมจะอยู่บ้าน เปิดเครื่องฟอกอากาศ ร้อนมากก็เปิดแอร์ ค่าไฟแม่งจ่ายกันเข้าไป 
 
ผมไม่รู้จะทำอะไรได้มากไปกว่านี้อีกแล้วกับเรื่องพื้นฐานในการดำรงชีวิต แค่เรื่องขอให้มีคุณภาพอากาศที่ดีให้เราได้หายใจ คือแม่งยอมแพ้จริงๆ"
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/WgpOMtdqNIM
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ