25 ม.ค. 2563
947 ครั้ง

ตร.นำฆาตกรทำแผนที่เกิดเหตุปมฆ่า ‘ครูโน๊ต’ ชาวบ้านโกรธรุมสาปแช่งตลอดทาง

เมื่อเวลา 11.00 น. เมื่อวานนี้ (24 ม.ค. 63) พล.ต.ท. มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชาคริต สวัสดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำตัวนายสันต์ สิทธิชัย หรือ แจ็ค อายุ 39 ปี และนางศุภมาส คำภูศิริ หรือ แอม อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ก่อนนำผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

 

ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 18 มกราคม 2563 ร.ต.อ.ประเสริฐ เดชสุภา พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตเปลือยภายในห้องน้ำบ้านพัก จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธโสธรและหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบ โดยที่เกิดเหตุภายในหมู่บ้านพาขวัญ 2 จ.ฉะเชิงเทรา พบรอยเลือดหยดเป็นทางยาวภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในห้องน้ำชั้น 2 ของตัวบ้าน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นเพศหญิง ลักษณะนอนหงายเปลือย ไม่สวมเสื้อผ้า มีผ้าขนหนูสีชมพูปกคลุมศีรษะลงไปจนถึงขาทั้งสองข้าง บริเวณลำคอมีผ้าขนหนูสีชมพูผูกรัดอยู่ นอนน้ำลายฟูมปาก เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโดยรอบพบบริเวณโถส้วม มีร่องรอยการเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม ในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้

 

ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส. เนติมา พัฒนากุล ผู้ช่วยคณบดีโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎแห่งหนึ่ง โดยคาดว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของผู้ตายยังจอดอยู่ มีเพียงโทรศัพท์มือถือและกุญแจบ้านของผู้ตายที่หายไป ก่อนส่งร่างของผู้เสียชีวิตไปยังส่งสถาบันนิติเวช เพื่อทำการตรวจสอบว่ามีคราบอสุจิในตัวของผู้ตาย และชิ้นเนื้อ หรือDNA อื่นที่แปลกปลอม

 

กระทั่งตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา พบพิรุธในบ้านที่เกิดเหตุหลายประการ จึงทำงานเชิงลึก จนสามารถติดตามโทรศัพท์มือถือของ อ.เนติมา ผู้เสียชีวิตได้จากนางศุภมาสที่นำไปขายที่ร้านค้าเขตบางบอน กรุงเทพมหานคร ก่อนจะมีการซักทอดว่า นายสันต์ ผู้ต้องหา ให้นางศุภมาส นำมาขายในราคา 6,500 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจะวางแผนรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และวางกำลังแบ่งออกเป็น 2 ชุด กันผู้ต้องหาหลบหนี จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด ที่คอนโดวังเกษม เขตบางแค กทม. เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา

 

นายสันต์ ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง และรู้จักกับอ.เนติมา มาก่อน เนื่องจากตนเองขับแท็กซี่ และอาจารย์เคยใช้บริการให้ไปส่งที่โรงบาลในกรุงเทพมหานคร ก่อนที่ตนเองจะเลิกกับภรรยาและออกไปอยู่นอกหมู่บ้านมานานกว่า 3 - 4 เดือนแล้ว

 

โดยคืนวันเกิดเหตุ (15 ม.ค.) ตนเองได้เสพยาเสพติดเข้าไป ก่อนให้นางศุภมาสมาส่งบริเวณหน้าบ้านของอ.เนติมา ก่อนจะเดินสำรวจบริเวณบ้านโดยรอบและปีนเข้าทางหน้าบ้าน จากนั้นไปซุกตัวอยู่ข้างแท้งก์น้ำหลังบ้าน จนแน่ใจว่าอาจารย์สาวอยู่บนบ้านแล้ว จึงเปิดประตูด้านข้างบ้านเข้าไป เนื่องจากประตูไม่ได้ล็อค หลังจากนั้นเข้าไปหากุญแจรถยนต์ของ อ.เนติมา เพื่อจะไปหยิบเงินในรถและจากไป แต่หากุญแจรถยนต์ไม่เจอ จึงขึ้นไปขึ้น 2 ของบ้าน เป็นจังหวะที่อ.เนติมา เปิดประตูห้องน้ำออกมา จึงเกิดการต่อสู้กัน ตนเองได้ชกท้องอ.เนติมา ไป 4 ครั้ง จนแน่นิ่งน้ำหลายฟูมปาก แล้วเอามือปิดปากปิดจมูกอ.เนติมา จนนอนแน่นิ่งไป ก่อนจะนำโทรศัพท์มือถือของผู้ตายไปและโทรศัพท์ให้นางศุภมาสมารับ จากนั้นทั้ง 2 ได้เดินทางเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อหลบหนี ส่วนเงินที่ได้จากการขายโทรศัพท์ นายสันต์ยอมรับว่า ใช้หนี้นางศุภมาสไป 4,000 บาท ส่วนที่เหลือใช้ในการหลบหนีและซื้อยาบ้ามาเสพ โดยปฏิเสธว่าไม่ได้ทำการข่มขืนอ.สาวแต่อย่างใด

 

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังพานายสันต์ ผู้ต้องหา ทำแผนตามจุดต่าง ๆ เสร็จสิ้น ได้ควบคุมผู้ต้องหามาไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา รอผลการตรวจหาสารคัดหลั่งจากสถานบันนิติเวชมาประกอบในสำนวนคดี เพื่อดำเนินการส่งฟ้องศาลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ktfDC77ADHQ

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ