27 ม.ค. 2563
5,395 ครั้ง

เร่งล่าตัวเพื่อนบ้านโหดขับชนช่างโยธาดับ เผยคำพูดก่อนก่อเหตุ "หมั่นไส้เดี๋ยวจะชนให้ตาย" เมีย-ลูกสาวโผล่รดน้ำศพ ร่ำไห้ก้มกราบขอโทษ

เพื่อนบ้านโหดขับเก๋งชนช่างโยธาดับ ยังหลบหนี คาดไปหาแม่ที่ภาคใต้ ตร.เร่งล่าตัว กล้องหน้ารถจับภาพซ้อน จยย.รับจ้างหนี เผยคำพูดก่อนก่อเหตุ "หมั่นไส้เดี๋ยวจะชนให้ตายเลย" ภรรยาผู้ตายวอนจับกุมโดยเร็ว สามีจะได้ตายตาหลับ ด้านภรรยาและลูกสาวผู้ต้องหาโผล่รดน้ำศพ ร่ำไห้ก้มกราบขอโทษญาติผู้ตาย 
 
กรณีนายไพบูลย์ ส่างสาร อายุ 56 ปี เพื่อนบ้านสุดโหดขับรถเก๋งพุ่งชน นายสุพรรณ์ ญาติบรรทุง อายุ 57 ปี นายช่างโยธา กรมทางหลวงชนบท ขณะกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านแล้วลากไปไกล 50 เมตร จนเสียชีวิต ก่อนขับรถไปจอดทิ้งไว้ที่สนามฟุตบอลซึ่งอยู่ห่างไป 3 กม. แล้วหลบหนีไป เหตุเกิดภายในหมู่บ้านกรุงศรีซิตี้ ซอยที่ 3 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
 
โดยมูลเหตุจูงใจที่ทำให้นายไพบูลย์ ก่อเหตุ มาจากเรื่องที่ผู้ตายนำราวตากผ้ามาขวางหน้าบ้าน เมื่อมีการพูดคุยกันแล้วแต่ผู้ตายมีทีท่าไม่พอใจ ทำให้นายไพบูลย์ โกรธจึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ต่อมาตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้ออกหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนีนั้น
 
เมื่อวานนี้ (26 ม.ค.) ชุดสืบสวน เปิดเผยว่า คาดว่านายไพบูลย์ เดินทางลงไปจังหวัดทางภาคใต้เพื่อไปหาแม่ โดยระหว่างที่เดินทางนั้น แม่ซึ่งทราบข่าวก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว จากนั้นก็ติดต่อผู้ต้องหาไม่ได้อีกเลย โดยพบว่ามีการใช้โทรศัพท์มือถือเปิดและปิดโทรศัพท์สลับกันไปมา ทั้งนี้ได้แบ่งชุดสืบสวนออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกไปติดตามบ้านเพื่อน คนสนิท และบ้านญาติในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ชุดที่ 2 ออกติดตามกลุ่มเพื่อนสนิท และญาติพี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัด โดยมุ่งเน้นไปที่บ้านญาติ จ.นครปฐม และ จ.ภูเก็ต
 
พ.ต.อ.ประเวศ ศรีนาค ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ติดตามจับกุมตัวนายไพบูลย์ และตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดที่สถานีรถไฟ สถานีขนส่ง ท่ารถตู้ และที่คาดว่านายไพบูลย์ จะหลบหนีไป รวมทั้งที่บ้านญาติและบุคคลใกล้ชิด แต่ก็ยังไม่พบตัว โดยยังไม่มีการติดต่อกลับมาแต่อย่างใด และยังไม่มีการติดต่อขอมอบตัว
 
ขณะที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานได้ภาพจากกล้องติดรถยนต์คันที่นายไพบูลย์ ขับก่อเหตุชนนายสุพรรณ์ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญบันทึกทั้งภาพและเสียงของนายไพบูลย์ พูดก่อนจะขับรถพุ่งชน โดยเสียงในคลิปได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ฟังแล้วโหดเหี้ยมอย่างมาก 
 
ขณะที่ 2 ตายาย ที่นั่งอยู่ภายในรถเก๋งคันเกิดเหตุ กับหลานอีก 2 คน โดยยายที่นั่งอยู่ในรถ ให้ปากคำกับตำรวจว่า บุตรสาวเป็นเจ้าของรถเก๋งคันเกิดเหตุ ที่ผ่านมาได้ว่าจ้างนายไพบูลย์ จ่ายเงินรายเดือนให้เป็นคนขับรถรับส่งไปทำงานนานกว่า 1 ปี หลังเลิกงานก็จะไปขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยเช้าวันเกิดเหตุบุตรสาวไม่ว่างต้องไปโรงพยาบาล จึงให้นายไพบูลย์ มาช่วยขับรถเพื่อส่งหลาน 2 คน ไปสนามฟุตบอลและโรงเรียน ซึ่งตนและคุณตาก็นั่งรถไปด้วย
 
ก่อนเกิดเหตุนายไพบูลย์ พูดว่าราวตากผ้าขวางทางถอยรถยาก ตนจึงพูดว่าเดี๋ยวจะไปบอกให้ ไม่ทันได้ลงจากรถไปบอก นายไพบูลย์ ก็พูดว่า "หมั่นไส้เดี๋ยวจะชนให้ตายเลย" แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น ตนตกใจมาก หลาน 2 คน ที่นั่งอยู่บนรถก็ร้องไห้
 
ระหว่างทางนายไพบูลย์ ได้ขับรถไปจอดบนสะพานคลองสวนพลู ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ก่อนจะลงจากรถพูดว่า "ตาผมขอโทษนะ" แล้วก็โบกมือเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างหลบหนีไป แต่ไม่ทราบว่าไปที่ใด จากนั้นคุณตาก็ขับรถเก๋งคันดังกล่าวไปส่งหลานที่สนามฟุตบอลเยลโล่การ์ด และจอดรถทิ้งไว้ตรงนั้น เนื่องจากสภาพรถถูกชนได้รับความเสียหาย ยางล้อรถแตกไม่สามารถขับไปต่อได้ ก่อนจะเรียก จนท.มาตรวจสอบ และให้โค้ชที่สอนฟุตบอลหลานไปดูนายช่างโยธาที่ถูกชนซึ่งทราบว่าเสียชีวิตแล้ว
 
สำหรับศพของสุพรรณ์ ทางครอบครัวได้เดินทางไปติดต่อรับศพที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี นำร่างไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเสนาสนาราม ท่ามกลางความเสียใจของภรรยา ญาติ และเพื่อนร่วมงานที่มาร่วมรดน้ำศพ
 
ภรรยาของผู้ตาย กล่าวว่า ไม่เคยเห็นสามีกับผู้ต้องหามีปากเสียงกัน แต่จะมองหน้าไม่สบอารมณ์กันนั้นอาจจะมีบ้าง เพราะบ้านอยู่ติดกัน ตนรู้จักผู้ต้องหามานานก่อนจะมาอยู่บ้านติดกัน เคยคุยกันบ้าง ตอนลูกเรียนอยู่อนุบาลก็เคยวานนายไพบูลย์ ไปส่งลูกที่โรงเรียน  ไม่รู้นิสัยใจคอเขาเป็นอย่างไร
 
เชื่อว่าเรื่องราวตากผ้าก็มีส่วนทำให้เกิดเหตุดังกล่าว มันเหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้าย ไม่รู้ในใจผู้ก่อเหตุคิดอะไร แต่มันไม่น่าทำกันถึงขนาดนี้ สิ่งที่ตนได้ยินคือการเร่งเครื่องขับด้วยความเร็วชนสามีของตนอย่างแรง เขาเจตนาฆ่าให้ตาย โดยที่สามีของตนไม่รู้ตัว ยืนหันหลังให้ อยากให้จับกุมตัวมารับโทษโดยเร็ว ตนมีเซ้นส์คืนเกิดเหตุเชื่อว่าสามีมาหาเพราะสุนักเห่าหอนเสียงดัง จึงเดินออกไปที่จุดเกิดเหตุบอกสามีว่าไม่ต้องห่วง จากนั้นสุนัขก็หยุดหอน
 
หลังเกิดเหตุภรรยาและลูกสาวของนายไพบูลย์ ได้มายกมือไหว้ขอโทษและแสดงความเสียใจ บอกยินดีรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยภรรยาผู้ก่อเหตุบอก "ขอโทษ ไม่รู้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร" และบอกจะมาร่วมงานศพ ทั้งนี้ ตนจะได้รับการชดใช้อย่างไรมันไม่คุ้มกับสิ่งที่สูญเสียไป ตนควรได้รับความยุติธรรมกลับคืนมา เสียใจมากเพราะเหตุเกิดขึ้นกะทันหัน  
 
ขณะที่ภรรยาพร้อมบุตรสาว พี่ชายของนายไพบูลย์ นำพวงหรีดเดินทางมาร่วมรดน้ำศพพร้อมแสดงความเสียใจ ร่ำไห้ตรงเข้าไปก้มกราบขอโทษภรรยาและบุตรชายวัย 11 ขวบ ของผู้ตาย โดยญาติของผู้ตายคนหนึ่งตะโกนว่า "ให้ไปบอกสามีมามอบตัวดีกว่า" จากนั้นภรรยาและบุตรสาวของนายไพบูลย์ ก็รีบเดินทางกลับทันที
 
นอกจากนี้ เพื่อนร่วมวิน จยย.รับจ้างของนายไพบูลย์ เผยว่า นายไพบูลย์ ขี่ จยย.รับจ้างมาตั้งแต่ปี 54 เป็นคนพูดจาสนุกสนานไม่ใช่คนหงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย ไม่น่าทำแบบนี้เลย ส่วนสาเหตุไม่ทราบเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ถามว่าตั้งใจหรือไม่ผมไม่รู้เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่รู้เขาคิดอะไร ที่ผ่านมาไม่เคยมาเล่าให้เพื่อนร่วมวินฟังว่ามีปัญหาอะไรกับเพื่อนบ้าน เห็นคลิปแล้วตกใจเพราะมันรุนแรงเกินไป อยากให้เข้ามอบตัว
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/XP6Rs-cYb_4
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ