05 ก.พ. 2563
7,747 ครั้ง

ทำความรู้จัก ‘อู่ฮั่น’ เมืองรุ่งเรืองในดินแดนใหญ่ สู่เมืองไวรัสที่ถูกปิดขัง

 

ชิคาโกแห่งตะวันออก ฉายาของเมืองเศรษฐกิจอันดับ 8 ของประเทศจีนอย่าง ‘อู่ฮั่น’ เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ขณะนี้กลายเป็นเมืองต้องห้ามที่ ไม่สามารถเข้าออกได้ จากการแพร่เชื้อของไวรัสร้ายแรง อย่างไวรัสโคโรนา(2019-nCoV)   ที่กำลังระบาดหนักในขณะนี้

 

รู้จักอู่ฮั่น

 

เมืองอู่ฮั่น ตั้งอยู่ตรงกลางของประเทศจีนค่อนมาทางตะวันออก เป็นนครที่ใหญ่ที่สุดในมณฑหูเป่ย ถือว่าเป็นเมืองเศรษฐกิจของจีนอีกเมืองหนึ่ง ซึ่งเป็นมณฑลที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 7 ของจีน หรือประมาณ 11 ล้านคน อีกทั้งยังเป็นเมืองส่วนกลางที่เชื่อมต่อการคมนาคมรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่สำคัญของจีนไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งจากเหนือไปใต้ จากตะวันออกไปตะวันตก ด้วยเหตุนี้ทำให้อู่ฮั่นเป็นศูนย์การพัฒนาและวิจัยรถไฟฟ้าความเร็วสูง รวมทั้งยังมีศูนย์อบรมเกี่ยวกับวิชาชีพทางด้านรถไฟฟ้าที่สำคัญหลายแห่งอีกด้วย

 

 

นอกจากนี้ ยังมีการคมนาคมทางอากาศอย่างการบิน ทางถนน และการขนส่งทางน้ำ ก็พัฒนาไม่แพ้ใคร ด้วยมีเที่ยวบินตรงถึงเมืองต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ มีเครือข่ายมอเตอร์เวย์ที่เชื่อมไปพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศจำนวนมาก ถือเป็นเมืองทันสมัยอยู่ในอันดับต้น ๆ ของเอเชีย จนถูกขนานนามว่าเป็น ชิคาโกแห่งตะวันออก และเมืองอู่ฮั่นมีแม่น้ำสำคัญอย่าง แม่น้ำฉางเจียงและแม่น้ำฮั่นเจียง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งทางน้ำสายหลักไหลผ่าน จึงมีอุตสาหกรรมการเดินเรือที่ทันสมัยอีกแห่งหนึ่ง

 

 

 

เมืองอู่ฮั่นมีที่ราบลุ่มแม่น้ำ ภูเขา และทะเลสาบที่สวยงามขึ้นชื่อหลายแห่ง รวมทั้งทะเลสาบตะวันออกและทะเลสาบถังซุน ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กหลักของนักท่องเที่ยว ชีวิตความเป็นอยู่ของคนอู่ฮั่นนั้นมีความเรียบง่าย บรรยากาศของเมืองน่าอยู่ ร่มรื่น และว่าด้วยเรื่องการศึกษานั้น อย่าเพิ่งตกใจไปใด ๆ เพราะ อู่ฮั่นมีจำนวนมหาวิทยาลัย 89 แห่ง มีจำนวนนักศึกษาทั้งหมดประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งในนั้นก็มีนักศึกษาจากบ้านเราอยู่ประมาณ 64 คนที่ยังติดอยู่ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือและเดินทางกลับบ้านเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธุ์ที่ผ่านมา

 

ต้นตอของไวรัสร้ายแห่งปี 2020

 

The wall street journal

 

ด้วยความเจริญทางเศรษฐกิจ อู่ฮั่นจึงมีตลาดอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในภาคกลางของจีน ซึ่งถูกระบุว่าเป็นต้นตอของไวรัสโคโรนา นั่นก็คือ ‘ตลาดหัวหนาน (Huanan)’ ตลาดแห่งนี้มีร้านค้ามากกว่า 1,000 ร้าน ซึ่งไม่ต้องสืบเลยว่าทำไมถึงมีพื้นที่กว่า 50,000 ตารางเมตร

นอกจากอาหารทะเลแล้ว ตลาดหัวหนานยังมีร้านขายสัตว์ป่ามากกว่าร้อยชนิด ทั้งตัวเป็น ๆ ที่ถูกขังไว้ในกรง และเนื้อสัตว์ป่าที่ถูกชำแหละขาย แขวนโชว์รอคนมาปลดใส่ถุงไปทำเป็นอาหาร ไม่ว่าจะเป็น อูฐ นกยูง หมาป่า เม่น โคอาลา หรือซาลาแมนเดอร์ยักษ์ และสัตว์ที่เป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นต้นตอของไวรัสนี้คือ ค้างคาวและงู

 

The wall street journal

 

ผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญหลายแห่งในจีนชี้ว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่น่าจะเป็นไวรัสสายผสม (recombinant) ระหว่างไวรัสโคโรนาของค้างคาวและไวรัสโคโรนาจากอีกแหล่งหนึ่งซึ่งยังไม่ทราบที่มา

การผสมกันของไวรัสเกิดขึ้นภายในสไปค์ไกลโคโปรตีน (spike glycoprotein) ซึ่งเป็นหน่วยรับที่ยื่นออกมานอกเยื่อหุ้มเซลล์  โดย “งู” เป็นสัตว์ป่าที่น่าจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่มากที่สุด โดยอ้างอิงการวิเคราะห์ด้วยวิธีการใช้รหัสพันธุกรรมที่มีความหมายเหมือนกัน นำมาประกอบกับผลการวิจัยจึงชี้ว่าการผสมกันแบบคู่เหมือน (homologous recombination) ภายในสไปค์ไกลโคโปรตีนอาจนำไปสู่การถ่ายโอนข้ามสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตจาก งูสู่ร่างกายของมนุษย์

 

สถาบันควบคุมและป้องกันโรคจากเชื้อไวรัสแห่งชาติ (IVDC) สังกัดศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติจีน ได้มีการลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 1-12 มกราคม 2563 ระบุว่าจากการสำรวจตลาดหลังจากที่พบผู้ป่วยกลุ่มแรกที่ส่วนใหญ่มีแหล่งสัมผัสจากตลาดหัวหนาน โดยผลตรวจสอบพบว่าตัวอย่าง จากทั้งหมด 585 รายการ ที่รวบรวมจากตลาดขายส่งอาหารทะเลหัวหนานในอู่ฮั่นพบ 33 รายการ มีกรดนิวคลีอิกของเชื้อไวรัสโคโรนา และจากความสำเร็จในการแยกเชื้อไวรัส ช่วยยืนยันว่าตลาดขายส่งอาหารทะเลหัวหนาน เป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ขนาดใหญ่

 

โดยขณะนี้ยังพบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 9692 ราย เสียชีวิตแล้ว 214 ราย รวมทั้งผู้ติดเชื้อในต่างประเทศอีก โดย 3 อันดับต่อจากจีนคือที่ประเทศไทยบ้านเรา 25 ราย, สิงคโปร์ 24 ราย, ญี่ปุ่น 23 ราย, ส่งผลให้ยอดรวมของผู้ติดเชื้อทั่วโลกทั้งหมดขณะนี้ 24,541 ราย เสียชีวิต 492 ราย หายป่วย 910 ราย ในไทย 8 ราย (ข้อมูล ณ วันที่5 ก.พ 63) 

 

 

 

หลังจากที่มีการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาในเมืองอู่ฮั่นจนต้องมีการปิดเมือง ห้ามคนนอกเข้าคนในออก ทำให้จากเมืองที่มีสีสัน กลายเป็นเมืองเงียบที่ปกคลุมไปด้วยความเหงาและความกลัว หลายประเทศรวมถึงบ้านเราเร่งประสานช่วยเหลือประชาชนของตนกลับบ้าน กลายเป็นฝันร้ายของผู้คนในเมืองโดยไม่รู้ว่าฝันร้ายนี้จะจบลงเมื่อไหร่ ทำได้เพียงให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ทั้งประชาชนและทีมแพทย์ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในเมืองนี้ รอคอยวันที่เมืองอู่ฮั่นจะกลับมาเป็นเมืองน่าอยู่เหมือนเดิม

 

เรื่องโดย : ไอลดา สุนทรวรพจน์

 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ