13 ก.พ. 2563
335 ครั้ง

ปทส.-ป่าไม้ เอาจริง ตรวจพิกัดฟาร์มไก่ 'ปารีณา' ขอสู้คดีรุกป่า ปัดปล่อยหมาไล่กัด จนท.ที่ดิน

ความคืบหน้าที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคปลังประชารัฐ และนายทวี ไกรคุปต์ ผู้เป็นบิดา จากที่ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกฤษฎีการะบุว่า ที่ดิน 682 ไร่ นั้นยังคงมีสถานะเป็นป่า กรมป่าไม้จึงยังคงมีหน้าที่และอำนาจในการดูแลรักษาที่ดินที่เป็นป่าตามพ.ร.บ.ป่าไม้ ด้วยเหตุนี้ทั้งกรมป่าไม้และ ส.ป.ก. ต่างมีหน้าที่และอำนาจดูแลรักษาที่ดิน ป่าสงวนแห่งชาติในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมร่วมกันตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน

 

เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตร.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส) สนธิกำลัง ลงพื้นที่ ฟาร์มเขาสน ฟาร์มไก่ของ น.ส.ปารีณา ใน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เพื่อตรวจวัด พื้นที่จุดชัดเจน หลังจากคณะกรรมการกฤษฎีการะบุชัดว่าเป็นพื้นที่ป่า

 

โดยนายธวัชชัย ลัดกลูด ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) กรมป่าไม้ ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบที่ดิน น.ส.ปารีณา เข้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อชี้จุดเกิดเหตุที่ น.ส.ปารีณา บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จำนวน 46 ไร่เศษ พร้อมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และจะไปตรวจสอบพื้นที่ ส.ป.ก.อีก 682 ไร่ที่อยู่ใกล้เคียงกันด้วย นำหมายค้นจากศาล จ.ราชบุรี เข้าตรวจค้นจุดต่างๆในฟาร์ม ซึ่งถือเป็นการ เข้าไปในฟาร์มเป็นครั้งแรก พบว่าภายในฟาร์มมีโรงเรือนเลี้ยงไก่เกือบ 100 โรงเรือน พร้อมอุปกรณ์ครบ และบ้านพักคนงาน และอุปกรณ์ โดยตอนนี้ไม่พบแม้แต่สัตว์เลี้ยงหรือ คนงานภายในฟาร์ม

 

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กล่าวว่า หลังมีกฤษฎีกาตอบรับว่าที่ดินเป็นพื้นที่ของป่าสงวน ทางกรมป่าไม้ในฐานะผู้เสียหายจึงต้องลงตรวจสอบพื้นที่ร่วมกับ ส.ป.ก. ซึ่งพื้นที่เสียหายอาจจะไม่ใช่ 672 ก็ได้ เพราะในคำตัดสินของกฤษฎีกายังไม่ได้ระบุพื้นที่เสียหาย ซึ่งทีมรังวัดที่มาทำงานวันนี้เพื่อทำการรังวัดที่ดินใหม่ ซึ่งมีการแจ้งไปยังคุณปารีณาเจ้าของที่แล้ว แต่เมื่อไม่มาชี้จุด เจ้าหน้าที่ก็ทำได้ โดยมีตัวแทนชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นพยานนำพาชี้จุด

 

จากนี้ก็เข้าสู่ขั้นตอนการรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย ที่ผ่านมาใช่ว่าการคืนพื้นที่แล้วจะไม่ถูกดำเนินคดี แต่ความผิดชัดเจน ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายตาม พรบ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484  ส่วนข้อหาอื่นๆ ต้องหารือในเเนวเขตของที่ดินดังกล่าวทับซ้อนกับพื้นที่รัฐในกฎหมายฉบับใด ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีความชัดเจนว่าเจ้าของที่ จะถูกดำเนินคดีข้อหาใดบ้าง

 

ด้าน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ กล่าวภายหลังกฤษฎีกาตีความการถือครองที่ดินว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นการศึกษารายละเอียด แล้วจะออกมาแถลงข่าวพร้อมกับทนายความ เนื่องจากเป็นเรื่องข้อกฎหมาย ส่วนกรณีที่ เจ้าหน้าที่กองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส. พร้อมตัวแทนกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก. ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินวันนี้ น.ส.ปารีณา ขอไม่ชี้แจงอะไร เพราะต้องรอทนาย ถ้ามีข้อสงสัย ให้สอบถามนายทศพล เพ็งส้ม ทีมกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ ที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่ ยืนยันจะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้บุกรุกป่า

 

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการปล่อยสุนัขในพื้นที่ระหว่าง เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบนั้น น.ส.ปารีณา บอกว่า ไม่ทราบว่าเป็นสุนัขของใคร ยืนยันว่าไม่ใช่ของตนเอง และไม่รู้ว่าจะปล่อยไปทำไม ที่ดินของตนเองไม่เคยเลี้ยงสุนัขไว้ ถ้าใครพบเห็นให้ไปถ่ายรูปมาว่าเป็นสุนัขพันธุ์ใด ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่อง ของในไร่หายไปเยอะ และได้ไปแจ้งความที่โรงพักแล้ว อยากเรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามคดีให้ด้วย

 

ส่วนเมื่อถามว่ารู้สึกเครียดหรือไม่ น.ส.ปารีณา ไม่ตอบเรื่องนี้ โดยย้ำว่าเรื่องนี้เป็นข้อกฎหมาย “ใครพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบ” หลังจากนี้จะตอบคำถามอะไรกับสื่อก็ต้องระมัดระวัง ใครพูดอะไรที่ผิดก็จะฟ้อง ส่วนตนเองก็จะระมัดระวัง ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อปกป้องตัวเอง

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3UJat17qPZ8

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ