14 ก.พ. 2563
880 ครั้ง

เปิดโปงขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ นายทุนรวย แม่อุ้มบุญสบาย แต่เด็กรับกรรม ร้ายสุดอาจถึงขั้นตัดอวัยวะ

พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำกำลังชุดสืบสวนปฏิบัติการตำรวตปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม.เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด เพื่อททลายขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ

 

จุดแรกเป็นบ้านหรู 2 หลัง ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งภายในซอยนาคนิวาส 37 และทาวน์โฮมหรู ย่านทาวน์อินทาวน์ ที่เปิดบริษัทบังหน้า แต่แท้จริงแล้วเป็นกลุ่มขบวนการนายทุนชาวจีนและนายหน้าชาวไทยที่ว่าจ้างหญิงไทยให้มารับจ้างอุ้มบุญ และกระจายกำลังค้นเป้าหมายทั้งในพื้นที่ปทุมธานี และหนองคาย ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของแม่อุ้มบุญรวม 10 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 9 ราย

 

ทันทีที่เจ้าหน้าที่เข้าไปค้น พบหญิงอุ้มบุญอยู่ภายในบ้าน 7 ราย มีทั้ง ตั้งท้องแก่ และเพิ่งฉีดไข่มา และทารก 2 คน คนแรกอายุ 4 เดือนและคนที่สองอายุ 10 วัน พร้อมอุปกรณ์การแพทย์ที่ดูแลทารก ตู้อบ และอุปกรณ์อื่นๆหลายชิ้น คาดว่าในช่วงนี้ประเทศจีนกำลังเกิดโรคระบาด COVID-19 จึงต้องจัดหาซื้อตู้อบเด็ก เตรียมรับมือเด็กที่คลอดออกมาและยังมีร่างกายไม่แข็งแรงสมบูรณ์เพื่อดูแลเด็กทารก ไม่ต้องออกไปสถานพยาบาล

 

พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ เปิดเผยว่า ขบวนการนี้มีนายทุนจีนจะว่าจ้างกลุ่มนายทุนไทย ให้เป็นผู้ติดต่อชักชวนให้หญิงไทยที่เน้นผ่านการมีบุตรมาแล้ว มารับจ้างตั้งครรภ์แทน ค่าตอบแทน หลักแสน ถึงสุงสุดเกือบล้านบาท/ครั้ง โดยเลือกหญิงที่มีรายได้น้อยและร่างกายแข็งแรง

 

จากการสืบสวนพบว่าขบวนการนี้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 พบข้อมูลมีหญิงไทยรับจ้างตั้งครรภ์กระจายอยู่ตามต่างจังหวัดทั่วประเทศ กว่า 100 ราย โดยมีรายชื่อที่สามารถระบุตัวตนได้ จำนวน 29 ราย มีเด็กที่คลอดจากการอุ้มบุญไม่ต่ำกว่า 50 ราย ซึ่งวันนี้ได้เชิญตัวหญิงไทยที่รับจ้างตั้งครรภ์มาสอบปากคำ 15 ราย และสามารถช่วยเหลือเด็กที่เกิดจากแม่อุ้มบุญ 2 ราย (อายุ 4 เดือน และอายุ 22 วัน)

 

จากการสอบสวน หญิงอุ้มบุญให้การรับสารภาพว่า รับจ้างอุ้มบุญจริง โดยทุกอย่างจะเป็นนายหน้าดำเนินการให้หมด

 

ในส่วนขบวนการนี้ พล.ต.ต วรวัฒน์  วัฒน์นครบัญชา  ผู้บังคับการปคม. เปิดเผยว่า คดีนี้จุดเริ่มต้นมาจากการจับกุมกลุ่มผู้ลักลอบขนถังอสุจิ ที่จังหวัดหนองคาย เมื่อปี 2560 ตร.ตรวจพบความผิดปกติบางอย่าง จึงขยายผลสอบสวน และพบว่าขบวนการอุ้มบุญยังมีอยู่จริงและทำเป็นขบวนการใหญ่กว่าเดิม โดยหลีกเลี่ยงกฎหมายไทย พฤติกรรมคือ

 

1.มีนายหน้าคัดสรรหาหญิงไทยที่ร่างกายสมบูรณ์ ผ่านการตั้งครรภ์มาแล้ว หรือไม่เคยตั้วครรภ์มาก่อนก็ทำได้

 

2.เมื่อได้หญิงอุ้มบุญแล้วก็จะนำไปตรวจร่างกายตรวจภายในทุกขั้นตอน หากผ่านขั้นตอนนี้แล้ว

 

3. นายหน้าอีกส่วนจะพาหญิงที่ผ่านการคัดเลือก ไปฉีดไข่ หรือเชื้ออสุจิที่ผสมแล้ว ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขั้นตอนนี้ เป็นการทำหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายไทย  ซึ่งอาศัยช่องทางนี้ไปทำที่ประเทศเพื่อนบ้าน

 

4. หลังจากฉีดไข่เสร็จสิ้น ก็จะนำหญิงอุ้มบุญนี้กลับมาประเทศไทย กระจายตามบ้านพักต่างๆ 10 จุด ที่ตร.ไปตรวจค้น ในระหว่างนี้ก็ดูแลอย่างดี พาไปพบแพทย์ตรวจครรภ์ตามปกติ ในขั้นตอนนี้หญิงอุ้มบุญจะได้รับค่าจ้างงวดแรก และได้รับค่าดูแลรายเดือนอีกด้วย และระหว่างที่ตั้งครรภ์อยู่นั้นจะมีผู้ดูแล ห้ามหนี หรือ ทำผิดสัญญา ถ้าทำคือไม่ได้ค่าจ้างและไม่รับผิดชอบใดๆ

 

5.พอหญิงอุ้มบุญท้องแก่ อายุครรภ์เข้า 7-8เดือน จะมีนายหน้าอีกส่วน ดำเนินเรื่องไปขอใบรับรองแพทย์เดินทางไปประเทศจีน โดยหญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ 7 เดือนขึ้นไปจะเดินทางตปท.ต้องมีใบรับรองแพทย์

 

6.พอออกจากประเทศไทยได้ ก็จะไปคลอดที่ประเทศจีน โดยพักรักษาตัวก่อนคลอด เมื่อคลอดเสร็จ ก็ส่งลูกให้กับนายทุน

 

7.หญิงอุ้มบุญก็จะได้รับค่าจ้างก้อนใหญ่ ถือว่าจบงาน โดยราคาก็ขึ่นอยู้กับเด็กทารกตรงตามเพศที่ลูกค้าต้องการ หรือถ้าเป็นเด็กแฝดจะได้ราคาสูงมาก หลังจากนั้นหญิงอุ้มบุญนี้ก็เดินทางกลับประเทศไทย

 

ซึ่งขั้นตอนนี้ พบว่าขณะที่คลอดเสร็จแม่อุ้มบุญยังไม่เคยเห็นหน้าลูกของตนเองด้วยซ้ำ มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการให้หมด โดยขบวนการนี้ คนที่มีรายได้ดีคือนายทุน เพราะค่าจ้างอุ้มบุญต่อคนหลายล้านบาท คนที่ทำงานสบายและมีรายได้ตลอดคือหญิงอุ้มบุญ แต่คนที่ต้องรับกรรมคือเด็กทารก

 

จากการสอบถามผู้ต้องหาอ้างว่า นำทารกไปขายให้กับครอบครัวคนจีน ที่บางครอบครัวยังอยากมีลูกอีก แต่ติดที่ปัญหาควบคุมการตั้งครรภ์ของประเทศจีน จึงต้องทำวิธีการอุ้มบุญเพื่อจะได้มีลูกตามต้องการ และบางคนก็ต้องการเลือกเพศลูก และอยากได้ลูกแฝด จึงต้องมาทำที่เมืองไทย

 

นอกจากนี้ ตร.ยังตรวจยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหา ทรัพย์สินที่ยึดมาได้ มีหลายรายการ ทั้งรถยนต์ 16 รายการ มูลค่า15ล้านบาท และบ้านพัก/บริษัทย่านลาดพร้าว2หลัง มูลค่า20ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินรายการอื่น ตรวจสอบและยึดได้รวมอีกกว่า 100 ล้านบาท

 

ขั้นตอนจากนี้ แน่นอนว่ากระบวนการทำต้องมีผู้เชี่ยวชาญและมีความรู้เกี่ยวกับการตั้งครรภ์มา หลังจากนี้ จะเร่งดำเนินคดีกับกลุ่มนายหน้า, แพทย์ และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับจ้างอุ้มบุญ

 

และจะดำเนินคดีกับผู้ที่โฆษณา ชักชวนให้หญิงมารับจ้างอุ้มบุญ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย พร้อมจะประสานไปกับทางการจีน เพื่อพิสูจน์ทราบว่าเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญได้ออกไปเพื่อ ประโยชน์ด้านใด หากพบว่ามีการนำไปค้ามนุษย์ เช่น การนำไปตัดอวัยวะบางส่วนเพื่อรักษาผู้ว่าจ้างอุ้มบุญ ก็จะได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับกลุ่มผู้ต้องหาต่อไป

 

เบื้องต้นแจ้ง 3 ข้อหา สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า และห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือขายข่าวให้แพร่หลายด้วยประการใดๆเกี่ยวกับการตั้งครรภ์แพง ว่ามีหญิงประสงค์ที่จะเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทนผู้อื่น หรือมีบุคคลอื่นที่ประสงค์จะให้หญิงอื่นเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทน ไม่ว่าจะได้กระทำเพื่อประโยชน์ทางการค้า

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hJu2c7Gwy_0

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ