25 ก.พ. 2563
10,174 ครั้ง

'บิ๊กตู่' สวนกลับ 'ชลน่าน' ปมปิดเหมืองอัครา ลั่นทำเพื่อ ปชช. ชี้ชาวบ้านร้องเรียนมานาน รัฐบาลที่ว่าเก่ง ทำไมไม่แก้

นายกฯ ชี้แจง รัฐบาลไทยพร้อมต่อสู้คดีเหมืองบริษัทอัครา ยืนยันที่ใช้คำสั่งมาตรา 44 ไม่ได้ยึดเหมือง แต่ให้ระงับใบอนุญาตไว้ชั่วคราว เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ย้ำว่ายังไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ เหตุอนุญาโตตุลาการไม่ให้เปิดเผยความลับ อาจกระทบต่อรูปคดี
 
วันที่ 25 ก.พ. 63 ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม (กห.) ลุกขึ้นชี้แจงภายหลัง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายกรณีการปิดเหมืองทองอัครา
 
โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจว่า ตอนกลางวันก็ทักทายกันดี แต่พออภิปรายบรรยากาศตึงเครียด ไม่รู้ว่าไปกินอาหารอะไรผิดมาหรือเปล่า พร้อมชี้แจงว่า บริษัทอัคราเป็นผู้ดำเนินการขอสัมปทานเพิ่มอีก 9 แปลง อายุ 20 ปี ถึงปี 2571 แต่ที่ผ่านมาก็มีการร้องเรียนมาถึง 6 รัฐบาลด้วยกัน ว่ามีการปนเปื้อนมีสารพิษ มีการเดินขบวนต่อต้าน จึงมีการพิสูจน์อย่างต่อเนื่องโดยคณะกรรมการหลายคณะ ยืนยันว่าไม่ได้ออกคำสั่งยึดเหมืองมาเป็นของตนเอง แต่เป็นการระงับใบอนุญาตชั่วคราว เพื่อผลประโยชน์สาธารณะและสุขภาพที่ดีของประชาชน และให้ปิดกิจการตั้งแต่ปี 2560 จนกว่ามติจะเป็นอย่างอื่น โดยบริษัทคิงส์เกตซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัทอัคราได้ยื่นต่ออนุญาโตตุลาการ ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องการพิจารณาตามความเหมาะสม พร้อมยกปัญหาที่ผ่านมาหลายรัฐบาล แต่ไม่ได้รับการแก้ไข
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่ามาตรา 44 เป็นการระงับใบอนุญาตชั่วคราวของรัฐที่เหมาะสม เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของประชาชน ซึ่งตนคิดว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลต้องคิดแบบนี้ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม มีเหตุมีผล ถ้ามีความเสียหาย
 
"อยากถามว่าที่ผ่านมา มีความเสียหายเยอะหรือไม่ ทุกเรื่องผมแก้มาหมดทุกอัน ทั้งเรื่องคลองด่าน และเรื่องอื่นๆ ซึ่งเรื่องทั้งหมดเกิดก่อนที่จะมีรัฐบาลผม รัฐบาลที่ท่านว่าเก่ง ทำไมถึงไม่แก้ ซึ่งก็เป็นรัฐบาลของท่านด้วย ใน 6 รัฐบาลที่ประชาชนร้องเรียน 3 รัฐบาลก็เป็นของท่าน ที่ท่านบอกว่ามีผู้รับประโยชน์แทน จากความเสียหาย ผมก็ไม่รู้ว่าใครเหมือนกัน"
 
นายกฯ กล่าวอีกว่า ถึงวันนี้เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ ขณะเดียวกันฝ่ายคู่พิพาท ก็พยายามหาช่องทางในการเจรจาหลายอย่างอยู่ในกลไก ซึ่งคณะอนุญาโตตุลาการกำลังพิจารณา ซึ่งจากที่ฟังการอภิปรายเหมือนกับจะมีการเชียร์อยู่เหมือนกัน แต่ตนไม่เชียร์ เพราะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายเสมอ
 
"การที่รัฐบาลต้องทำตรงนี้ แม้จะยังไม่ชัดเจนในเรื่องของสาเหตุ แต่ก็ได้ให้ยุติไปก่อน เราจำเป็นต้องต่อสู้แบบนี้ ซึ่งถึงวันนี้ยังไม่มีการตัดสินใจเพราะการพิจารณาเพิ่งจะเริ่มต้น เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2562 ถือเป็นการแก้ปัญหาเก่าที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องปกป้องประชาชนตอบรับข้อร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2550 จำเป็นต้องตัดสินใจดำเนินการ ซึ่งไม่ว่าใครก็คงตัดสินใจไม่ต่างจากผม ถ้าเป็นรัฐบาลที่รักประชาชนจริง"
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ระหว่างนี้ก็มีคำสั่งจากคณะอนุญาโตตุลาการบังคับไม่ให้คู่พิพาทเปิดเผยข้อเท็จจริงเอกสารและรายละเอียดต่างๆ ในคดีข้อพิพาทดังกล่าวต่อสาธารณะ และให้เฉพาะผู้เกี่ยวข้องลงนามในหนังสือรักษาความลับเท่านั้นที่จะเข้าถึงข้อมูลได้ หากใครเปิดเผยถือเป็นการขัดคำสั่งคณะอนุญาโตตุลาการ ทั้งนี้ เพื่อปกป้องผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น อันจะส่งผลกระทบต่อรูปคดี
 
"ยืนยันอีกครั้งว่าเราจะต้องสู้ให้เต็มกำลัง มีช่องทางใดจะเกิดขึ้นได้ในสิ่งที่จะทำให้ยุติได้ก็ต้องทำ และมีการพิจารณาในมาตรการที่หากต่อสู้ไม่ได้ เรื่องนี้ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และอยากฝากถึงประชาชน ถ้าฟังเพลินๆ ก็ดูเหมือนดีที่พูดกันมา ดูเหมือนรักชาติ รักแผ่นดินก็ว่ากันไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่า
 
ส่วนข้อสังเกตที่มีผู้รับผลประโยชน์แทน พลเอกประยุทธ์ชี้แจงว่า เรื่องนี้ก็ไม่รู้เช่นกัน แต่ขณะนี้ฝ่ายคู่พิพาทก็พยายามหาช่องทางการเจรจาคู่กันไปด้วย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับกลไกการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ โดยการพิจารณาเพิ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 แต่ยืนยันว่าเป็นไปโดยความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อปกป้องพี่น้องประชาชน ซึ่งคณะอนุญาโตตุลาการมีข้อบังคับไม่ให้คู่พิพาทเปิดเผยข้อมูลเอกสารต่อสาธารณะ และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลงนามหนังสือรักษาความลับ เพื่อไม่ให้กระทบต่อรูปคดี แต่รัฐบาลยืนยันว่าจะต่อสู้คดีให้เต็มกำลัง หากมีช่องทางใดจะทำให้ยุติได้ก็ต้องทำ
 
นายกรัฐมนตรี ยังชี้แจงถึงการจัดตั้งร้านค้าปลอดอากรในสนามบิน ที่มีกล่าวหาว่าเพื่อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนรายเดียวว่า ศาลปกครองมีคำวินิจฉัยว่ากิจการร้านค้าปลอดอากร ไม่ใช่บริการสาธารณะ แต่เป็นการบริการเชิงพาณิชย์ ประกอบกับไม่ใช่กิจการเกี่ยวเนื่องที่จำเป็นต้องมีทุกท่าอากาศยาน นอกจากนี้กิจการร้านค้าปลอดอากรเป็นกิจการที่เสริมท่าอากาศยาน ไม่ใช่กิจการที่จำเป็นหรือขาดไม่ได้ โดยมีความเห็นพิจารณาร่วมกันหลายหน่วยงาน และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักการร่างประกาศที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เข้าข่ายสั่งการเอื้อประโยชน์
 
นายกรัฐมนตรี ยังชี้แจงถึงการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ว่าดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ มีการรับฟังความคิดเห็น มีการใช้แผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินทั้ง 3 จังหวัดในพื้นที่ โดยพื้นที่พัฒนาเมืองและชุมชนรวม 1 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 13 ของพื้นที่ทั้งหมด พื้นที่อุตสาหกรรมรวม 424,854 ไร่ ถือเป็นร้อยละ 5.12 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยการตัดสินใจต้องมีการพิจารณาโดยคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และต้องให้คณะรัฐมนตรีตัดสินใจด้วย 
 
ซึ่งร่างแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่และการรักษาทรัพยากรสิ่งแวดล้อม กำหนดพื้นที่อุตสาหกรรมให้อยู่ห่างจากป่าไม้ แม่น้ำ ลำคลอง ชายฝั่งทะเล โดยกำหนดพื้นที่สงวนเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากร 1.6 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 20 ของพื้นที่ทั้งหมด มีวิธีการดูแลเยียวยาที่เหมาะสมยอมรับได้ คณะกรรมการจะติดตามผลงานต่อเนื่องเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ และเน้นย้ำให้ประชาชนมีส่วนร่วมเสมอ
 
 
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ