07 มี.ค. 2563
1,429 ครั้ง

สธ.แจงวิธีคัดกรองผีน้อย - พบตะลอนทัวร์ทั่วไทย ไร้จิตสำนึก

ความคืบหน้ากรณีกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่เข้าไปทำงานในประเทศเกาหลีแบบผิดกฎหมายเดินทางกลับมายังประเทศไทย หรือที่เรียกว่าผีน้อย ท่ามกลางการผวาและหวาดกลัวกลุ่มคนที่กลับมานี้จะแพร่เชื้อโควิด-19 ทำให้ประชาชนไม่สบายใจนั้น
 
ล่าสุดนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า เจอแรงงานผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ 1 คน โดยเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่สนามบินสุวรรณภูมิ หญิงไทยอายุ 30 ปี เดินทางกลับมาที่ไทย แล้วปรากฎว่ามีไข้ ส่งตรวจแล้ว พบผลว่าผลตรวจจากห้องแล็บ 1 แห่ง ยืนยันว่าติดโควิด-19 แต่จะต้องใช้ผลตรวจจาก 2 ห้องปฏิบัติการณ์จึงจะยืนยันได้ว่าติดเชื้อ ดังนั้นต้องผลอีกครั้งหนึ่ง
 
มีรายงานข่าวจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และข้อมูลจากรัฐมนตรีคมนาคม พบว่ามื่อวันที่ 6 มี.ค.มีผีน้อยที่กลับมาไทย มีไข้-ไอ ต้องส่งโรงพยาบาล จำนวน 9 คน และนับตั้งแต่ 2-5 มี.ค.มีไข้ทั้งหมด 31 ราย ในจำนวนนี้ไม่พบเชื้อ 21 ราย ที่เหลือรอผลตรวจ ซึ่งมีผีน้อยที่กลับภูมิลำเนาไปแล้วทั้งหมด 445 ราย
 
โดย นายแพทย์สุขุม ชี้แจงขั้นตอนการดูแลกลุ่มผีน้อยเหล่านี้ว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ ยังคงวางมาตราการเข้มงวด  โดย ตั้งแต่ลงเครื่องมาจะมีการคัดแยกตรวจร่างการดังนี้
 
หากกลุ่มผีน้อยเดินทางมาจากเมืองเสี่ยงคือ แทกู และคย็องยังเหนือ กลุ่มคนที่มาจาก 2 เมืองนี้ หากพบว่ามีไข้ ก็จะกักตัวนำส่งรพ. แต่หากไม่มีไข้ ก็จะทำประวัติว่าจะเดินทางไปที่ไหน ภูมิลลำเนาที่ไหน จากนั้น จะมีการซักประวัติ ว่าจะเดินทางไปที่ใดบ้างและมีการกักตัวหรือไม่ โดยกลุ่มที่จะสมัครใจกักตัวเองที่บ้านก็จะมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ ลงบันทึกข้อมูลว่า ไปจังหวัดใดบ้าง – จากนั้นเจ้าหน้าที่ ก็จะประสานไปยังสาธารณสุขจังหวัด ที่มีกลุ่มผีน้อยเดินทางกลับไปตามภูมิลำเนา ให้คอยตรวจสอบและติดตามอาการ
 
โดยกลุ่มที่กลับไปกักตัวที่บ้าน ก็ต้องรายงานการตรวจร่างกายทุกวันให้กับเจ้าหน้าที่รับมทราบ และทางจังหวัดก็จะมีอาหาร ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากลกุ่มซีพีเอฟ ส่งอาหารให้กลุ่มที่กักตัว ครบ 3 มื้อ
 
ส่วนกรณีที่ประสงค์จะขอเข้ากักตัว ตามสถานที่ทางรัฐบาลจัดให้ เช่น กองบัญชาการกองทัพไทย จะใช้พื้นที่อาคารรับรอง หาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี หรือบ้านพักรับรอง ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ กองทัพไทย ที่แหลมแท่น จ.ชลบุรี กองทัพบก ใช้พื้นที่อาคารรับรองสวนสนประดิพัทธ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กองทัพอากาศ ใช้โรงเรียนการบิน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ส่วนกองทัพเรือ ใช้อาคารรับรอง 3-8 อ่าวดงตาล ภายในฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ขั้นตอนดูแลเหมือนกับการรับคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่น ทุกประการ
 
ส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มผีน้อยที่ละเมิดไม่ยอมทำตามนั้นและยังดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทางกระทรวงสาธารณสุข จะมีวิธรีการดำเนินการดัวนี้ โดยหากประชาชนพบเบาะแส ก็ให้แจ้งมาที่สายด่วน 1422 หรือ หากเป็นรในพื้นที่ต่างจังหวัด ก็ให้แจ้งที่ นายอำเภอ/ เทศบาล/ผู้นำชุมชน /ผู้ว่า ในจังหวัดนั้นๆ เพื่อประสานงานกับสาธารรณสุขจังหวัด ในการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปดูแล โดยช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าไปหานั้นก็จะมีการประสานกับตำรวจช่วยตรวจสอบด้วย โดยหากพบว่า ผีน้อยนั้นปฏิเสธ หรือยังไม่ยอมทำตามกฎระเบียบ ก็จะถูกดำเนินคดีตามพรบ.โรคติดต่อ 2558 ซึ่งมีโทษปรับ 2หมื่นบาท
ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้อยากดำเนินคดีกับกลุ่มคนเหล่านี้แต่อยากให้รู้จักดูแลตนเองป้องกันการแพร่เชื้อมากกว่า
 
ซึ่งการที่กลุ่มผีน้อยนี้ได้เดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย ก็จะมองว่าตนเองร่างกายแข็งแรงไม่มีเชื้อ จึงได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องกลัยบมาได้ จึงคิดว่าไม่เป็นรี แต่ที่จริงไม่ใช่ เพราะเชื้อนี้มีระยะฟักตัวและยังไม่ได้แสดงอาการทันทีทันใด จึงจำเป็นต้องกักตัวก่อน ซึ่งในมุมของกลุ่มผีน้อย พอได้กลับมาประเทศไทยก็อยากไปเที่ยวกับครอบครัว แต่อยากขอให้ใจเย็นๆ
 
สำหรับประเด็นที่ประชาชนสงสัยว่าจะมีการลักลอบ เล็ดลออดออกไปหรือไม่เพราะ ประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่มีความเชื่อมั่นว่ากลุ่มผีน้อยจะกักตัวเองได้ รวมทั้งการที่กลุ่มคนเหล่านี้ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆและถ่ายรูป เช็คอิน เป็นเรื่องที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตามตัวได้ง่ายขึ้น  เรื่องนี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขระบุ ว่า หากกลุ่มผีน้อยไม่ทำตามและปล่อยตัวเองเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากเขาติดโรค คนใกล้ชิดเขาทั้งหมดก็จะติดโรคไปด้วย ดังนั้น กลุ่มคนเหล่านี้ หากไม่อยากให้คนในครอบครัว คนใกล้ชิดเดือดร้อนก็ควรจะดูแลตนเอง
 
 
 
จัดทีมล่าผีน้อยลงเกาะพีพี หลังโพสต์ภาพอวดมาเที่ยว ทำนักท่องเที่ยวและชาวเกาะผวา
 
ส่วนกรณีที่ได้มีผีน้อยเดินทางมาที่เกาะพีพี ถ่ายรูปเชคอิน พร้อมระบุข้อความต่างๆ ว่าหลังจากเดินทางมาจากเกาหลีใต้แล้วก็ได้มาเที่ยวที่ภูเก็ต และมาเกาะพีพี จ.กระบี่ อากาศร้อนทำให้เชื้อโควิดตายไม่ติดต่อ และยังโพสต์วิดิโอระบุว่า เป็นการกักตัวที่เยี่ยมมาก นั้น
 
นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้นำทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเดินทางไปยังเกาะพีพี และหารือร่วมกับทาง ตร.สภ.เกาะพีพี ผู้ประกอบการท่องเที่ยว อบต.อ่าวนาง เพื่อติดตามหาตัวหญิงสาวรายดังกล่าว แต่เบื้องต้นจากการประชุมและค้นหา ซึ่งไม่พบว่ามีหญิงสาวรายดังกล่าวพร้อมเพื่อนอีก 3 คนที่เดินทางมานั้น เข้าพักในโรงแรมใดๆ บนเกาะพีพี ซึ่งทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ระบุว่า ผีน้อยรายนี้ น่าจะรู้ตัวเองแล้วว่าได้กระทำความผิดสร้างความตื่นตระหนก จึงได้ลบคลิปและภาพจากเฟสบุ๊คทั้งหมดไปแล้ว แต่ก็ยังได้ให้ทางตำรวจเร่งค้นหาตัวอยู่ว่าอยู่ที่ใด แม้ว่าขณะนี้จะออกจากพื้นที่ไปแล้วก็ตาม
 
นายสมควร ยังกล่าวอีกว่า สำหรับเกาะพีพีนั้นที่ผ่านมาได้มีการระดมทีมเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลมาตั้งจุดตรวจคัดกรองการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวทุกรายที่ท่าเรืออยู่แล้ว และไม่พบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ และก็จะยังดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อ โดยในวันที่ 18 มีค.นี้ ก็จะมีเรือสำราญครุ้ยเดินทางมาจากลังกาวี ประเทศมาเลเซียเข้ามาที่เกาะพีพีจำนวน 500 คน ก็จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจวัดอุณหภูมินักท่องเที่ยวก่อนลงมายังเกาะทุกราย
 
ขณะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวบนเกาะพีพี เผยว่า มีความกังวลว่าจะกระทบต่อการท่องเที่ยว เพราะภาพลักษณ์ที่สื่อออกไปขณะนี้สร้างความตระหนก จึงต้องเร่งหาตัวให้เจอเพื่อยืนยันว่าไม่ได้ติดเชื้อโควิดจึงจะมั่นใจ แต่หลังจากนี้หากไม่เจอก็อาจจะทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาตื่นตระหนกและเดินทางออกจากเกาะเร็วขึ้น ขณะที่ผู้ที่จะเดินทางมาก็อาจจะลดลง ตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล
 
 
 
สาวเชียงใหม่ กลับจากเกาหลีเที่ยวร้านหม่าล่า เข้ารายงานตัวกับสสจ.
 
เชียงใหม่ - นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า กรณีที่มีการแชร์ภาพและข้อความลงในสื่อโซเชียล ที่หญิงไทยกลับจากทำงานประเทศเกาหลี และได้ไปนั่งกินเบียร์ที่ร้านอาหารที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 สร้างความวิตกกังวลแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงเจ้าของร้านอาหารดังกล่าว และมีข้อสงสัยว่าบุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ควรกักตัวอยู่ในบ้าน ไม่ควรออกมาเดินเพ่นพ่าน นั้น หลังจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้รับทราบข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามตัว และได้แจ้งข้อมูลเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อกับหญิงไทยคนดังกล่าว ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้พบตัวหญิงไทยคนดังกล่าวแล้ว จึงขอเรียนชี้แจงรายละเอียดดังนี้
 
หญิงไทยรายนี้เดินทางกลับมาจากเมืองอันยาง ประเทศเกาหลีใต้ เดินทางเข้าประทศไทย เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2563 ได้รับการตรวจคัดกรองเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประทศ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ไม่มีอาการไข้ และในเย็นวันนั้นได้ไปนั่งดื่มเบียร์ที่ร้านอาหารที่จังหวัดเชียงใหม่ตามที่เป็นข่าววันที่ 6 มีนาคม 2563 เวลา 12.00 น. หญิงรายนี้ได้เดินทางมารายงานตัวที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่
 
โดยขณะเดินทางมาได้สวมหน้ากากอนามัยปิดปากปิดจมูกตลอดเวลา แพทย์ได้ทำการตรวจสุขภาพเบื้องต้น พร้อมซักประวัติการเดินทาง พบว่าไม่มีไข้ ไม่เจ็บคอ แต่มีน้ำมูก และไอ อุณหภูมิร่างกายปกติ 36.8 องศาเซลเซียส ผู้ป่วยให้ประวัติว่าเป็นภูมิแพ้ก่อนไปเกาหลี และให้ความรู้เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการให้ความร่วมมือในการกักตัวอยู่ในสถานพยาบาล เป็นเวลา 14 วัน ตามมาตรการผู้เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ซึ่งเจ้าตัวได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอโทษสังคมจากที่กระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
 
ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินการคัดกรองและเฝ้าระวังติดตามผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศที่มีการระบาดของโรคทุกราย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อและการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเข้มงวดต่อไป 
 
 
ร้านเสริมสวยปิดร้านทำความสะอาดหลังลูกค้าที่เดินทางมาจากต่างประเทศเสี่ยง เข้ามาใช้บริการ
 
ชัยภูมิ - นางสาวนิลประภา บุญพิมพ์(คุณหมวย) เจ้าของร้านเสริมสวยหมวยไฮเทค ถนนโนนไฮเมืองเก่า ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ออกมายอมรับว่ามีลูกค้าที่เดินทางมาจากประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นประเทศกลุ่มเสี่ยง โรคโควิท19 เข้ามาใช้บริการสระผม ไดร์ทผม และนั่งรับประทานมะม่วงน้ำปลาหวานภายในร้าน โดยทางร้านไม่ทราบว่าเดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ซึ่งขณะนั้นตนเองออกไปทำธุระนอกร้าน หลังจากกลับมาช่วงเย็น ลูกน้องได้แจ้งให้ทราบ ตนรู้สึกตกใจมาก จึงเรียกลูกน้องที่ให้บริการลูกค้ารายนั้นเข้ามาเล่าให้ฟัง จึงทราบความจริง และตนได้ประชุมด่วนพร้อมแจ้งให้พนักงานทุกคน หยุดทำงาน เพื่อมาช่วยกันทำความสะอาดร้านตามที่เห็น
 
 
ตะวันแดงปิด 1 วัน หลังมีสาวกลับจากประเทศเสี่ยงโควิด -19
 
ขอนแก่น-กรณีโลกโซเชียลแชร์หน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวของหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งเป็นชาว จ.ขอนแก่น เช็คอินการเดินทางกลับจากประเทศใต้หวัน ซึ่งเป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงของเชื้อไวรัสโควิด 19 และได้มีการมาท่องเที่ยวที่ร้านตะวันแดงขอนแก่น ในวันต่อมา โดยที่ไม่มีการกักตัว 14 วัน ตามแผนการป้องกันเชื้อโรคโควิด 19 แพร่ระบาดของกระทรวงสาธารณสุข ทนำให้ชาวเน็ตโดยเฉพาะชาวขอนแก่นได้มีการแชร์ข้อความของเฟซบุ๊กดังกล่าวออกไปเพื่อให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ และเตือนถึงชาวขอนแก่นที่มีการไปท่องเที่ยวยามราตรีในคืนวันเดียวกันกับหญิงสาวรายที่กลับมาจากประเทศใต้หวันได้ทราบและสังเกตอาการตัวเองเพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ด้วย
 
ต่อมาทางตะวันแดงขอนแก่น ได้มีการประกาศปิดร้านทันที 1 วัน เมื่อวานนี้ (6 มี.ค.) เพื่อทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม โดยมีผู้บริหารร้าน พร้อมพนักงานนำเครื่องฉีดพ่นสเปร์แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ และเช็ดถูทุกซองทุกมุมภายในร้าน และรอบบริเวณร้านให้ครบทุกซอกทุกมุมของร้าน เพื่อเป็นการทำความสะอาดและเพื่อป้องกันหากมีเชื้อไวรัสโควิด 19 
 
 
เดอะมอลล์ บางแค สั่งปิดร้าน Fresh Me และ Miniso รวด 3 วัน 
 
บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ออกแถลงการณ์ มาตรการเฝ้าระวังและการป้องกันเชิงรุกขั้นสูงสุด เพื่อความปลอดภัย ระบุว่าบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ได้มีมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับมาตรการการป้องกันขั้นสูงสุดตามมาตรฐานสุขอนามัยของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า พนักงาน ผู้ประกอบการ และผู้ใช้บริการทุกท่านเป็นสำคัญ
 
สำหรับกรณีทีมีผู้ที่กลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงและหลีกเลี่ยงเฝ้าระวังอาการ 14 วัน มาใช้บริการที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์บางแคนั้น บริษัทฯ ได้มีการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อและการทำความสะอาดใหญ่ ในคืนวันที่ 5 มีนาคม 2563 เป็นการเพิ่มเติมทันที นอกเหนือจากแนวทางการฏิบัติตามมาตรการป้องกัน เชิงรุกขั้นสูงสุดที่ดำเนินการเป็นประจำทุกวัน
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้บริการ ร้านค้า ที่กลุ่มเสี่ยงเข้าไปใช้บริการ จะทำการปิดทำการเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 6 – 8 มีนาคม 2653 เพื่อทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค รวมทั้งให้พนักงานร้านค้าเฝ้าระวังอาการในที่พักเป็นเวลา 14 วัน
 
บริษัทขอให้มั่นใจว่าจะปฏิบัติตามแนวทางมาตรฐานอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน และขอความร่วมมือจากผู้ที่เดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง โปรดปฏิบัติตามนโยบายของภาครัฐด้วยการเฝ้าระวังตนเองภายในระยะเวลา 14 วัน เพื่อร่วมกันผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันอย่างดีที่สุด
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/1oCv6pIKgZA
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ