08 มี.ค. 2563
4,473 ครั้ง

เปิดจดหมาย 3 ฉบับ ผู้พิพากษา ‘คณากร’ - ย้อนไทม์ไลน์ จาก 4 ต.ค.62 สู่การยิงตัวตายครั้งที่ 2

จากกรณีช่วงเช้าวันที่ 7 มี.ค. 2563 นายคณากร เพียรชนะ อายุ 50 ปี ผู้พิพากษาศาลแขวงเชียงใหม่ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง ภายในบ้านพักใน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ อาการสาหัส และเจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลแมคคอร์มิค  
 
โดย พ.ต.อ.อัครภูมิ ชนะใหญ่ ผกก.สภ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เผยว่า เมื่อเวลา 8.00 น. วานนี้ ภรรยาของนายคณากรได้พาลูกไปส่งเรียนพิเศษ ขณะนั้นนายคณากรอยู่บ้านเพียงลำพัง หลังจากนั้นไม่นานเพื่อนของนายคณากรพบว่ามีการโพสต์จดหมายลาตายในเฟซบุ๊ก จึงรีบโทรแจ้งภรรยา เมื่อกลับถึงบ้านพบว่านายคณากรได้ใช้ปืนยิงเข้าที่หน้าอกของตัวเองอยู่บริเวณเก้าอี้นอนหน้าบ้าน จึงได้พยายามช่วยปั๊มหัวใจและเรียกรถพยาบาล โดยนายคณากร เสียชีวิตในเวลาต่อมา
 
ทั้งนี้ จดหมายที่นายคณากร โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวมีทั้งหมด 3 ฉบับ โดยฉบับที่ 1 บางช่วงบางตอน ระบุว่า
 
เรียนเพื่อนๆ พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รัก เรื่องจดหมายลา สืบเนื่องจากผมนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลาใช้อาวุธปืนยิงตนเองในห้องพิจารณาคดีที่ 4 ที่ศาลจังหวัดยะลาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 
 
ทั้งแถลงการณ์ผ่านสื่อออนไลน์แจ้งให้ประชาชน ทราบถึงการที่ นายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง อธิบดีผู้พิพากษาภาค 6 แทรกแซงผลคำพิพากษาที่ผม เป็นเจ้าของสำนวนรายละเอียดตามคำแถลงการณ์ 25 หน้าของผม ซึ่งคงได้อ่านกันแล้ว
 
ต่อมาผมถูกศาลยุติธรรมตั้งกรรมการสอบสวน และยังถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา เป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ซึ่งผมเชื่อว่าต้องถูกลงโทษออกจากราชการเป็นแน่ ทั้งการดำเนินคดีกับตัวผมเพิ่งจะเริ่มต้นการสูญเสียหน้าที่การงานที่รักนั้น คือการสูญเสียตัวตน ทั้งกลับกลายเป็นผู้ต้องหาเสียเอง สภาพร่างกายและจิตใจของผม ไม่อาจรับไหวเต็มไปด้วยความทุกข์
 
เส้นทางชีวิตของผมในชาตินี้ได้ขาดลงแล้ว ผมขอยืนยันกับเพื่อนๆพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านว่า สิ่งที่ทำลงไปผมทำด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ต้องการให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนและไม่เสียใจที่ได้กระทำ ผมภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนในอดีตที่เราใช้รัฐธรรมนูญพ. ศ. ๒๕๔๐ ที่ถูกร่างขึ้นโดยสสร. ประชาชนและนักวิชาการทั้งหลายต่างยอมรับว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดเท่าที่ประเทศเราเคยมีมา
 
ท่านคงสงสัยว่าขณะใช้รัฐธรรมนูญดังกล่าวทำไมจึงไม่ให้มีการตรวจร่างคำพิพากษาในศาลชั้นต้นเพราะอะไรหรือสสร. รู้ว่าการตรวจร่างคำพิพากษาในศาลชั้นต้นอาจเปิดโอกาสให้มีการแทรกแซงผลคำพิพากษาโดยอธิบดีผู้พิพากษาภาคขออนุญาตถามเพื่อนๆ พี่น้องประชาชนชาวไทยง่ายๆว่าสิ่งที่ผมทำลงไปจนถูกสอบวินัยและตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญานี้ท่านพบความชั่วหรือความเลวอยู่ในการกระทำของผมบ้างหรือไม่ขอทุกท่านตอบในใจเบาๆ ก็พอส่วนผมรู้คำตอบมาตั้งแต่ต้นแล้วเสียดายที่ท่านไม่ใช่ผู้ตัดสิน
 
ในวันที่ 4 ตุลาคม 2562 ผมไม่คิดว่าจะมีชีวิตรอดแต่วันนั้นสวรรค์ทรงเมตตาให้ผมมีชีวิตอยู่ต่อเข้าใจว่าทรงมีพระประสงค์ให้มาอยู่กับครอบครัวสักระยะหนึ่งเท่านั้น ผมจึงจัดการซ่อมแซมแต่งบ้านบางส่วนให้เรียบร้อยขึ้นเพื่อให้สองแม่ลูกอยู่อย่างสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้นสอนลูกให้เข้มแข็งสอนให้เป็นคนดีว่า “คนดีคือคนที่ทำในสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตนเองผู้อื่นและประชาชนภายในกรอบของศีลธรรม"
 
วันที่ 5-9 มีนาคม 2563 เป็นวันดีลูกปิดเทอมได้หนึ่งสัปดาห์สมควรแก่เวลาก่อนหน้านี้ฝึกดับขันธ์บางส่วนมาก่อนแล้วดับได้บ้างไม่ได้บ้างก็ยังดีกว่าคับไม่ลงจึงตัดใจดับขันธ์ทั้งห้าด้วยกำลังชีวิตเป็นเพียงแค่การเดินทางร่างกายที่แท้ไม่ใช่ของเราท้ายที่สุดย่อมเสื่อมสภาพกลับไปเป็นธาตุทั้งสี่การพลัดพรากจากหน้าที่การงานหรือคนที่รักก็เช่นกันท้ายที่สุดย่อมต้องจากเหลือไว้แต่ความดีในความทรงจำของผู้อื่นเพื่อดับทุกข์จึงขอลาจากไปในเวลานี้แม้จะก่อนเวลาอันควรขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกท่านลาก่อน 
 
โดยในช่วงท้ายของจดหมายฉบับแรก นายคณากร ได้ทิ้งท้าย ปล. ว่า ท่านที่เมตตาผมท่านสามารถส่งวิญญาณผมให้ไปสู่สุคติได้ โดยให้ทุนการศึกษาแก่ลูกของผมที่บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ชื่อบัญชีนายคณากรเพียรชนะเลขบัญชี 714-236993-0 
 
ขณะที่จดหมายฉบับที่ 2 นายคณากร ได้เขียนถึง ผู้พิพากษารุ่นที่ 46 (ผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่นที่ 46) ลงวันที่ 5 มี.ค. 2563 เรื่อง ขออนุญาตลาเพื่อนๆ เรียน ผู้พิพากษารุ่นที่ 46 ทุกท่าน สืบเนื่องจากผมนายคณากร เพียรชนะ ใช้อาวุธปืนยิงตนเองที่ศาลจังหวัดยะลาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 ทั้งแถลงการณ์ผ่านสื่อออนไลน์แจ้งให้ประชาชนทราบถึงการที่นายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 แทรกแซงผลคำพิพากษารายละเอียดตามคำแถลงการณ์ 25 หน้า ของผม
 
ต่อมาผมถูกตั้งกรรมการสอบสวนและยังถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ซึ่งผมเชื่อว่า การดำเนินคดีกับตัวผมเพิ่งจะเริ่มต้น ทั้งยังต้องออกจากราชการเป็นแน่การสูญเสียหน้าที่การงานที่รักนั้นคือการสูญเสียตัวตน ซึ่งสภาพร่างกายและจิตใจของผมไม่อาจรับไหว
 
ผมขอยืนยันกับเพื่อนๆ ทุกท่านว่า สิ่งที่ทำลงไปผมทำด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ต้องการให้ความยุติธรรมแก่ประชาชน และไม่เสียใจที่ได้กระทำผมภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการให้ความยุติธรรมแก่ประชาชน
 
ผมเข้ามาเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาอันดับที่ 103 แต่ได้ออกไปเป็นอันดับที่ 1 (ไชโย) คงไม่มีใครอยากเป็นอันดับที่ 2 ธรรมดาครับมีพบย่อมมีจากเสียดายนิดนึงที่ไม่ค่อยได้ติดต่อกับเพื่อนๆ ส่วนใหญ่ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไปงานเลี้ยงรุ่นด้วย คิดว่าเพื่อนๆ คงไม่สนใจ แต่ผมคิดผิดเห็นได้ชัดเมื่อเกิดเหตุกับผม เพื่อนๆ หลายคนมาให้กำลังใจซื้อของมาให้กิน พาไปกินข้าวพาไปกินเหล้า ช่วยฝากฝังให้อยู่ดีๆ หาเพื่อนใหม่ให้ก็มี (นะ) ความเป็นเพื่อนๆ นี่ก็แปลก ไม่พบเจอกันตั้งนานแต่เมื่อพบก็สนิทขอบคุณในความรักความห่วงใยที่เพื่อนๆ มีให้ผมนะครับ หากมีสิ่งใดที่ผมเคยทำให้เพื่อนๆ ไม่สบายใจหรือไม่พอใจผมขอโทษมา ณ ที่นี้ (ชาตินี้จะไม่ทำอีกแล้ว)
 
ชีวิตคือการเดินทางเส้นทางบนโลกในปัจจุบันของผมได้ขาดลงแล้ว ยินดีกับผมด้วย ผมได้ไปก่อนเล่ากันว่าบนสวรรค์ 1 วันเท่ากับ 1 ปีบนโลกมนุษย์ ถ้าไม่คลาดเคลื่อนนี่อีกไม่กี่วันเราก็เจอกันอีกแล้วล่ะสิ ช่วงนี้ผมโสด ระหว่างรอเมียตามขึ้นมาผมไปคุยเล่นกับนางฟ้าก่อนนะครับ ลาก่อนเพื่อนๆ ที่รักทุกท่าน ด้วยรักและผูกพัน
 
ขณะที่จดหมายฉบับสุดท้ายที่โพสต์ในเฟซบุ๊ก ระบุถึงอาจารย์คณะกรรมการอำนวยการอบรมและพัฒนาข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม (กอศ.) ผู้พิพากษารุ่นที่ 46 (ผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่นที่ 46) ลงวันที่ 5 มี.ค. 2563 เรื่อง "ขออนุญาตกราบลา" เรียน "ท่านอาจารย์ กอศ. ผู้พิพากษารุ่นที่ 46 ทุกท่าน" โดยบางช่วงบางตอนได้ระบุว่า 
 
กระผมขอยืนยันกับท่านอาจารย์ทุกท่านว่าสิ่งที่ทำลงไป กระผมทำด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ต้องการให้ความยุติธรรมแก่ประชาชน และไม่เสียใจที่ได้กระทำ สิ่งที่เสียใจคือทำให้อาจารย์เดือดร้อนต้องแสวงหาหนทางช่วยเหลือให้ความเป็นธรรมแก่ลูกศิษย์ กระผมกราบขอโทษท่านอาจารย์ทุกท่านมา ณ ที่นี้
 
ขณะเกิดเหตุท่านอาจารย์โทรหาหัวหน้าศาลซึ่งรวดเร็วมากๆ ขณะอยู่ที่โรงพยาบาล เมื่อท่านอาจารย์เดินเข้ามาในห้อง น้ำตาผมเอ่อจะไหลแต่ต้องกลั้นไว้ แต่ท้ายที่สุดก็กลั้นไว้ไม่อยู่ นอกจากนี้ ยังทราบว่าท่านอาจารย์ไปรับรองว่ากระผมเป็นคนดีต่อท่านประธานศาลฎีกา ฯลฯ
 
ดังนั้นที่พูดกันว่าอาจารย์เปรียบเหมือนพ่อแม่คนที่สองนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว เส้นทางชีวิตของกระผมบนโลกในปัจจุบันนี้ได้ขาดลงแล้ว กระผมขอกราบขอบพระคุณและกราบลาท่านอาจารย์ทุกท่านครับ ด้วยรักและเคารพอย่างสูง
 
สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้นั้น เป็นการยิงตัวตายครั้งที่ 2 ของนายคณากร โดยในวันที่ 4 ต.ค. 2562 นายคณากร ได้ไลฟ์เฟซบุ๊กในศาลจจังหวัดยะลา ใช้ปืนขนาด 9 มม. ยิงตัวเอง ต่อมาได้มีการนำตัวนายคณากรส่งโรงพยาบาล และรักษาจนพ้นขีดอันตราย 
 
7 ต.ค. 2562 ตั้งอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
 
15 ต.ค. 2562 แพทย์อนุญาตให้นายคณากรออกจาก รพ. (พักรักษาตัว 11 วัน)
 
18 พ.ย. 2562 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนนายคณากร ผำผิดวินัย โดยมีมติให้นายคณากร ย้ายไปกองผู้ช่วยผู้พิพากษา ศาลอุทรณ์ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ และ มีมติให้ ตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาและพัฒนาหลักเกณฑ์แนวทาง และวิธีการตรวจร่างคำพิพากษาของภาค
 
7 มร.ค. 2563 ช่วงเช้า นายคณากรโพสต์จดหมายลาตายลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนใช้ปืนยิงตัวเองเสียชีวิต
 
ด้าน นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการศาลยุติธรรม ระบุว่า ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์การยิงตัวเองที่ศาลจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2562 ผลออกมาว่า การก่อเหตุของนายคณากร มีการเอาอาวุธปืนเข้าไปในบริเวณศาล ในส่วนนี้จึงเป็นความผิดทางวินัย ที่ประชุม กต. จึงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยขึ้นมา 
 
ระหว่างนั้นเพื่อไม่ให้เกิความเครียด จึงมีมติให้นายคณากรช่วยราชการ ในกองผู้ช่วยศาลอุทธรณ์ภาค 5 จ.เชียงใหม่ ทำหน้าที่ช่วยตรวจดูสำนวน เพียงแต่จะไม่ได้นั่งบัลลังก์พิจารณาคดีเหมือนศาลชั้นต้น  ซึ่งการสอบวินัยยังไม่มีมติออกมา ส่วนคดีอาญาเกี่ยวกับอาวุธปืนนั้น พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน
 
ส่วนประเด็นการแทรกแซงพิจารณาพิพากษาคดีนั้น ในการตรวจสอบชั้นแรกของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เห็นว่าไม่มีมูลเรื่องการแทรกแซง จึงให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อพิจารณาประเด็นระบบตรวจสำนวน
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/WubxZ6v2l3c
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ