09 มี.ค. 2563
1,555 ครั้ง

สาวแค้นสาดน้ำกรดใส่พี่-หลาน จ่อโดนข้อหาพยายามฆ่า แม่หวั่นลูกหลานพิการตาบอด

จากกรณีสาววัย 31 ปี บุกใช้น้ำกรดสาดหน้าพี่สาวแท้ ๆ อายุ 33 ปี ของตัวเองรวมทั้งหลานชายกับหลานสาวอายุ 10 และ 6 ขวบ ที่บ้านพักย่านร่มเกล้า จนทั้งหมดบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะฝ่ายพี่สาวที่ถูกน้ำกรดกัดใบหน้าเสียหายกว่า 90% จนมีการร้องขอให้ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เข้าช่วยเหลือตามที่เสนอไปแล้วนั้น

 

ความคืบหน้าเมื่อวานนี้ (8 ก.พ.) นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย พันตำรวจเอกรัฐศักดิ์ รักสลาม รองผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลร่มเกล้า เข้าเยี่ยมอาการของลูกสาวคนโตผู้บาดเจ็บซึ่งพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสิรินธร

 

นางปวีณา เผยว่า หลังจากเข้าเยี่ยมตัวลูกสาวคนโต พบว่าบาดแผลจากการถูกน้ำกรดสาดที่หน้ายังคงต้องรักษาตัวสักระยะ โดยที่ตาข้างซ้ายนั้นปิด ทางแพทย์จะดูให้ละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนหลานชายวัย 10 ขวบ อาการดีขึ้นแล้วและพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แต่ทางหลานสาวคนเล็กวัย 6 ขวบ นั้น อาการยังสาหัส ตาสองข้างอาจมีปัญหา พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเด็ก

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ไปตรวจที่เกิดเหตุ ภายในห้องพบร่องรอยเศษซากน้ำกรด และร่องรอยข้าวของกระจุยกระจายในห้องดังกล่าว  หมอน ที่นอนและผ้าห่มที่ยังมีรอยไหม้ของน้ำกรดอยู่ โดยทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะได้เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานอย่างละเอียด

 

โดยนางสี (นามสมมติ) วัย 55 ปี ซึ่งเป็นแม่และยายของผู้บาดเจ็บ เผยว่า วันเกิดเหตุตอนตี 3กว่า ๆ ตนหลับอยู่ในห้องพร้อมลูกสาวทั้ง 2 คน และหลานๆ โดยลูกสาวคนรองที่ก่อเหตุนอนด้านนอกสุดคั่นด้วยตนและหลาน ส่วนลูกคนโตนอนด้านในจังหวะนั้นตนสะดุ้งตื่น เพราะหลานสาวคนเล็กบอก ระวังน้ำกรด ตนตื่นก็ถามหลานสาวน้ำกรดอะไร หลานสาวบอกจึงบอกน้าสาวสาดน้ำกรดใส่

 

หลังเกิดเหตุลูกสาวคนรองก็ได้หลบหนีไป ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คนก็เข้าห้องน้ำไปล้างตัว ตนจึงขอความช่วยเหลือไป จึงมีคนมาพาลูกกับหลานส่งโรงพยาบาล ตนห่วงผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คน ทั้งนี้ตนอยากให้ลูกคนรองมารับผิดชอบ เพราะถึงเป็นลูกก็รับไม่ได้ ทำร้ายจิตใจตน ลูกหลานขนาดนี้ อยากให้คดีนี้ตำรวจจับตัวคนร้ายให้ได้โดยไว ตนก็อยากรู้ว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร เพราะตนก็ไม่ทราบสาเหตุจริง ๆ เนื่องจากตลอดเวลาทั้งสองพี่น้องก็ไม่ได้คุยกัน ตนก็พยายามจะประสานให้ทั้งสองเสมอ แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมคุยกันเสียที

 

 “ทั้งนี้ลูกคนรองออกจากครอบครัวไปตอนอายุ 18 ปี แล้วกลับมาหาตนตอนอายุ 21 ปี แล้วก็หายไปอีก พึ่งจะกลับมาได้ไม่นาน ก่อนหน้านี้ก็ไม่ทราบว่าหายไปไหน ถึงอย่างไรตนก็พร้อมให้อภัย เพราะอย่างไรก็เป็นลูกอยู่เสมอ อยากให้เข้ามามอบตัว เพื่อรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป ที่ผ่านมาแม้ลูกทั้งสองจะไม่ถูกกัน มีเรื่องหมางใจกันจนไม่ยอมคุยกันแต่ก็ไม่น่าจะลงมือทำร้ายกันแบบนี้ เด็ก ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้อง ยังต้องบาดเจ็บไปด้วย รับไม่ได้กับการกระทำเช่นนี้” นางสี กล่าว

 

ขณะที่ พันตำรวจเอกรัฐศักดิ์ รองผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 เผยตนสั่งการให้พนักงานสอบสวนมาสอบปากคำผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คนแล้ว ตามขั้นตอนการขอหมายจับต่อศาลนั้น จะต้องสอบปากคำผู้บาดเจ็บก่อนพร้อมดูเรื่องบาดแผลเป็นองค์ประกอบ

 

เท่าที่ตนประเมินเบื้องต้นพบว่าบาดแผลของลูกสาวคนโตที่หน้ามีเสียหายกว่า 90% ลักษณะบาดแผลแบบนี้ ตำรวจสามารถตั้งข้อหาพยายามฆ่าได้เลย หากศาลอนุญาตออกหมายจับก็จะระดมฝ่ายสืบสวนเพื่อทำการจับกุมลูกสาวคนรองผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xAPV5oCdK2c

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ