11 มี.ค. 2563
1,948 ครั้ง

'พันธ์ยศ' ปัดอมหน้ากากอนามัย เคยเตือน 'บอย' แล้วอย่าพูดเกินจริง 'อาลีบาบา' จ่อฟ้อง ยันไม่เคยทำธุรกิจด้วย

ความคืบหน้ากรณีของ นายบอย-ศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี ชายในคลิปที่อ้างว่ามีหน้ากากอนามัยกว่า 200 ล้านชิ้น และสนิทกับ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งต่อมาเจ้าตัวออกมาปฏิเสธไม่ได้ขายหน้ากากอนามัยตามในคลิป แค่ถ่ายรูปเล่นแล้วโพสต์ลงโซเชียลเท่านั้น ซึ่งถูก ตร.ปอท.แจ้งข้อหา นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ

 

ล่าสุดคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สภ.หนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ได้ประชุมเพื่อลงมติ พิจารณาปลดนายบอย ออกจากการเป็นคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สภ.หนองปรือ โดยทุกคนมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าให้ปลดนายศรสุวีร์ หรือ บอยออกจากตำแหน่งนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 

หลังนายศรสุวีร์ทำให้คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สภ.หนองปรือเสียชื่อเสียง ซึ่งความเสียหายทั้งก่อนหน้านี้และต่อไป ยืนยันว่าทางคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สภ.หนองปรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และหากมีการนำชื่อไปแอบอ้าง ก็ขอแจ้งให้ทราบว่ายายบอยไม่ใช่คณะ กต.ตร.ของสภ.หนองปรือ อีกต่อไป

 

นอกจากนี้ยังพบว่า ที่ผ่านมานายบอย มักจะชอบถ่ายรูปกับนายตำรวจใหญ่หลายนาย และมีตำรวจรายหนึ่ง ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 2 สนิทสนมกับนายบอยมาก โดยเพจ CSI LA ก็มีการแชร์ภาพ นายบอยไปร่วมงานกับนายตำรวจใหญ่ มีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัว 

 

สำหรับนายบอย ไม่พบว่าปรากฎตัวที่บ้านพัก แต่พบกับน้องสาวของภรรยานายบอยแทน ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่ตำรวจจับตัวนายบอยไป นายบอยก็ไม่ได้กลับมาบ้านอีกเลย ส่วนภรรยาก็เช่นกัน แต่โทรบอกให้ตนเข้ามาดูแลลูกให้ ต้องซื้ออาหารและมาดูแลหลานแทน ตนไม่รู้ว่าทั้งนายบอยและภรรยาตอนนี้ไปอยู่ที่ใด ส่วนเรื่องกักตุนหน้ากากอนามัยนั้น ไม่มีแน่นอน และไม่เคยเห็นอนามัยแม้แต่ชิ้นเดียวในบ้านนี้

 

ผู้สื่อข่าวได้ข้อมูลจากคนสนิทของนายบอย ให้ข้อมูลว่า จากเดิมนายบอยไม่ใช่คนมีฐานะแต่เป็นคนขยันและทำธุรกิจทั้งค้าขาย และจัดงานอีเว้นต์ จนเป็นที่รู้จักในวงการ ส่วนเรื่องขายหน้ากากนั้นไม่ทราบว่าทำจริงหรือไม่ แต่โดยส่วนตัวไม่เชื่อว่ามีเยอะขนาดนั้น

 

ด้านนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ เจ้าของอาคารไทยเฮลท์ ย่านหนองแขม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่เก็บหน้ากากอนามัยจำนวนมากตามที่ปรากฏในคลิปของนายบอย ตำรวจได้ตรวจค้นพบหน้ากากอนามัย 2 ลัง จำนวน 12,500 ชิ้น

 

ด้านนายพันธ์ยศ เปิดเผยว่า อาคารดังกล่าวเป็นของตน แต่ก่อนเคยเปิดเป็นบริษัทไทยเฮลท์ จำกัด เป็นธุรกิจอาหารเสริมความงามเพื่อสุขภาพ แต่ขณะนี้ได้ปิดกิจการไปแล้ว ยอมรับว่ารู้จักกับนายบอยจริง แต่เพิ่งรู้จักได้ประมาณ 1 เดือน โดยมีผู้ใหญ่ในกลุ่มนักธุรกิจแนะนำให้รู้จัก ซึ่งนายบอยได้เป็นนายหน้าประสานกับลูกค้าชาวไทยและชาวจีนที่ต้องการหน้ากากอนามัย ส่วนตนเป็นคนจัดหาหน้ากากอนามัยให้ ซึ่งราคาก็เป็นไปตามตลาด ตั้งแต่ 2 บาท - 15 บาท

 

โดยตนเริ่มจัดหาหน้ากากอนามัยเมื่อประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่โควิด-19 เริ่มระบาดที่จีน ด้วยความที่ตนทำธุรกิจกับชาวจีนเป็นส่วนใหญ่ ตนจึงเป็นธุระจัดหาหน้ากากอนามัยในประเทศไทยเพื่อส่งไปช่วยเหลือประชาชนในประเทศจีน ซึ่งต่อมาเมื่อเกิดการระบาดในประเทศไทยจนขาดแคลนหน้ากากอนามัย และมีประกาศเป็นสินค้าควบคุมและห้ามส่งออก ตนก็ไม่ได้ทำอีก ที่เหลือก็เก็บไว้ใช้เท่านั้น

 

ที่ผ่านมาตนได้จัดส่งหน้ากากอนามัยไปจีนประมาณ 1 ล้านชิ้น แต่ไม่ได้กักตุนสินค้า เป็นการรับสินค้ามาพักไว้ที่โกดัง แต่พอสินค้ามาได้ไม่ถึงวันก็ทำการส่งต่อหรือหน่วยงานของจีนมารับไป ซึ่งไม่ได้มีจำนวน 200 ล้านชิ้นอย่างที่นายบอยบอก และวันที่เขาถ่ายคลิป ตนได้ยินเข้า ตนยังเข้าไปเตือนเขาเลยว่าอย่าพูดเกินจริง

 

ขณะที่ภาพถ่ายที่มีตน นายบอย และเลขาของแจ็คหม่า ประธานกรรมการบริหารอาลีบาบานั้น เป็นขณะที่เลขาแจ็คหม่าได้มาเยี่ยมชมอาคารและโครงการต้านการระบาดของไวรัสโควิด-19 พร้อมจัดหาหน้ากากอนามัยเพื่อแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ในประเทศจีน ส่วนนายบอยเพียงมาพบตนเอง และบังเอิญมาเจอกับเลขาแจ็คหม่าเท่านั้น โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้รู้จักกัน

 

ส่วนกรณีที่กล่องหน้ากากอนามัยมีชื่อ THAIHEALTH (ไทยเฮลท์) นั้น เป็นเพราะก่อนจะส่งออกไปจีนอยากมีกล่องให้ดูเรียบร้อย ซึ่งก่อนหน้าที่ตนทำธุรกิจผลิตแพ็คเก็จจิ้งอยู่แล้ว แต่ไม่มีการผลิตหน้ากากอนามัยเองอย่างแน่นอน โดยตนขอยืนยันว่าเป็นแค่ตัวกลางในการติดต่อหาหน้ากากอนามัยให้หน่วยงานภาครัฐของประเทศจีน เพื่อนำไปช่วยเหลือคนประเทศของจีน โดยตนไม่ได้เป็นพ่อค้าคนกลางหรือบุคคลที่กักตุนสินค้าอย่างที่สังคมกำลังเข้าใจ การจัดหาแต่ละครั้งตนได้แค่ค่าดำเนินการในการจัดหาเท่านั้น ทั้งนี้ ตนไม่ได้รู้จักกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายพิตตินันท์ รักเอียด และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด

 

ต่อมาอาลีบาบา กรุ๊ป ได้ส่งจดหมายแถลงการณ์ชี้แจงถึง กรณี นายศรสุวีร์ อ้างว่าได้ทำข้อตกลงทางธุรกิจกับ นายลี ซึ่งอ้างว่าตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับทางอาลีบาบา กรุ๊ป

 

โดยระบุว่าตามที่ นายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี ได้กล่าวอ้างว่าได้ทำข้อตกลงทางธุรกิจกับนายลี ซึ่งอ้างว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับทางอาลีบาบา กรุ๊ป นั้น

 

อาลีบาบา กรุ๊ป ขอเรียนแจ้งว่า ทางบริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายลี และนายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี และไม่มีการทำข้อตกลงทางธุรกิจกับบุคคลเหล่านี้ตามที่กล่าวอ้าง เรารู้สึกเสียใจที่มีการพาดพิงถึงบริษัทฯ เช่นนี้ และขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อการแอบอ้างชื่อ อาลีบาบา กรุ๊ป โดยไม่ได้รับอนุญาต

 

รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/3_DgER6gwPM

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ