12 มี.ค. 2563
414 ครั้ง

เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจที่จังหวัดเชียงใหม่

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์ไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจที่จังหวัดเชียงใหม่
 
เวลา 13 นาฬิกา 27 นาที วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์ไปยังเรือนจำกลางเชียงใหม่ ตำบลสันมหาพน อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ในการพระราชทานเครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซึ่งเป็นเรือนจำเป้าหมายแห่งที่ 18 โดยได้พระราชทานเครื่องมือแพทย์แก่ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงใหม่ ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่, พระราชทานรถเอกซเรย์เคลื่อนที่แก่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์, พระราชทานหนังสือเพื่อใส่ในมุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ปันสุข แก่หัวหน้าสถานพยาบาลเรือนจำกลางเชียงใหม่ และหัวหน้าสถานพยาบาลทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่
 
จากนั้น เสด็จไปยังอาคารพยาบาล ทรงเปิดแพรคลุมป้าย “มุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ ปันสุข” ซึ่งเป็นมุมส่งเสริมสุขภาพให้แก่ผู้ต้องขัง และมีหนังสือพระราชทานให้ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม โอกาสนี้ ทอดพระเนตร ยูนิตทันตกรรมพระราชทาน มีทันตแพทย์ จากโรงพยาบาลแม่แตง เข้ามาให้บริการทุกวันพฤหัสบดี รวมทั้ง คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และทันตบุคลากร จังหวัดเชียงใหม่ เข้ามาให้บริการปีละ 1 ครั้ง
 
ต่อจากนั้น เสด็จไปยังอาคารเรือนนอนผู้ต้องขังชายป่วย ทอดพระเนตรห้อง Telemedicine ห้องให้การรักษาแพทย์ทางไกลจากโรงพยาบาลสวนปรุง ด้านจิตเวช ในการนี้ พระราชทานถุงพระราชทานให้แก่ผู้ต้องขังชายป่วย จำนวน 6 คน ผู้ต้องขังชราและพิการ จำนวน 20 คน
ทั้งนี้ เรือนจำกลางเชียงใหม่ มีผู้ต้องขังติดเชื้อเอชไอวี รวม 150 คน ซึ่งได้รับการดูแลตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นทูตสันถวไมตรีของโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติในการป้องกันเอชไอวีในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ทำให้กระทรวงสาธารณสุข ได้เข้ามาประสานและช่วยเหลือผู้ต้องขังมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ต้องขังได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
 
พร้อมกันนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การสาธิตของอาสาสมัครสาธารณสุขในเรือนจำชาย หรือ อสจร.ชาย ในการช่วยเหลือผู้ป่วย ปัจจุบัน มีการอบรม อสจร. จำนวน 188 คน เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ถ่ายทอดความรู้และดูแลสุขภาพกันเองเบื้องต้น, การฝึกวิชาชีพ มีผู้ต้องขังนำความรู้ที่ตนเองมี มาสอนเพื่อนผู้ต้องขัง อาทิ พานบายศรี ธูปเทียนแพ, การปั้นปูน, การแกะสลักไม้ และการปั้นขี้เลื่อย โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้ ใช้ในเรือนจำ และจำหน่ายในงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ประจำปี นอกจากนี้ มีหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาอบรมให้ความรู้เรื่องนวดแผนโบราณ,ทำโคมล้านนา, การพิมพ์ผ้า และวาดภาพ แก่ผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษ เพื่อให้มีทักษะนำไปประกอบอาชีพสร้างรายได้ ในการนี้ ทรงมีพระดำรัสให้ส่งเสริมอาชีพที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นล้านนา ซึ่งนอกจากทำให้เกิดความสวยงาม และอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่แล้ว ศิลปะ ยังช่วยฟื้นฟู และบำบัดสภาพจิตใจของผู้ต้องขัง ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานไว้แก่โครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ด้วย
 
จากนั้น เสด็จไปยังแดน 4 ทอดพระเนตรตัวอย่างการบำบัดน้ำเสียของเรือนจำ ซึ่งเรือนจำกลางเชียงใหม่ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 “การประกวดนวัตกรรมของกรมราชทัณฑ์ปีงบประมาณ 2561 การบำบัดน้ำเสีย” โดยใช้คลองส่งน้ำช่วยบำบัด มีการบำบัดน้ำเสียเบื้องต้นที่เกิดจากการอุปโภคบริโภคของผู้ต้องขัง (Primary Treatment) และการบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ โดยได้รับการตรวจคุณภาพน้ำจากส่วนวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อม ผลการตรวจผ่านเกณฑ์ค่ามาตรฐาน นอกจากนี้ มีการนำน้ำที่ผ่านระบบบำบัดนำกลับมาใช้ใหม่ ในการฝึกวิชาชีพภายนอกเรือนจำ และใช้รดน้ำต้นไม้ในเรือนจำ ทั้งนี้ ด้านการบำบัดน้ำเสีย จะเป็นตัวอย่างหนึ่งของการนำไปปรับใช้ในเรือนจำอื่น ๆ ทั่วประเทศ ตามแผนโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ในระยะต่อไป
 
ก่อนเสด็จกลับ ทอดพระเนตรการแสดงของผู้ต้องขัง ชุด อวยชัย ราชทัณฑ์ปันสุข ปัจจุบัน เรือนจำกลางเชียงใหม่ มีผู้ต้องขัง จำนวน 7,076 คน มีผู้ต้องขังป่วยด้วยโรคเรื้อรัง จำนวน 299 คน
 
จากนั้นเวลา 16 นาฬิกา เสด็จแทนพระองค์ ไปยังทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง ทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ ในโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 
 
โดยราชทัณฑ์หญิงเชียงใหม่นี้ ได้จดทะเบียนเป็นสถานพยาบาลทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เครือข่ายโรงพยาบาลนครพิงค์ เพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง ด้านการเข้าถึงบริการทางแพทย์ยามเจ็บป่วย ตามหลักสิทธิมนุษยธรรม มีการจัดระบบสาธารณสุขสำหรับผู้ต้องขัง ออกเป็นส่วนต่างๆ อาทิ หน่วยบริการปฐมภูมิ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, การตรวจคัดกรองผู้ป่วย การคัดแยกผู้ป่วยตามกลุ่มโรค โดยอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำหญิง ที่ผ่านการฝึกอบรม เป็นการเพิ่มศักยภาพผู้ต้องขังในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ , การจัดมุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ปันสุข ซึ่งเป็นพื้นที่ให้ผู้ต้องขังเข้าไปศึกษาหาข้อมูลความรู้การดูแลรักษาสุขภาพด้วยตนเองจากหนังสือ และการทำจิตใจให้สงบร่มเย็นจากหนังสือธรรมะ เพื่อให้มีสุขภาพกายและใจที่ดี 
 
ด้านการแพทย์ ให้บริการทันตกรรม จักษุ และตรวจรักษาโรคทั่วไป โดยแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลนครพิงค์ ที่จะเข้าไปตรวจรักษา ตามตารางที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง และให้คำปรึกษาด้านจิตเวช อีกทั้งให้บริการระบบแพทย์ทางไกล หรือ Telemedicine เพื่อให้แพทย์ และผู้ต้องขังที่เจ็บป่วยพูดคุยและมองเห็นกัน ผ่านเครื่องมือสื่อสารทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย คล้ายกับ วิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ เป็นการลดภาระการเดินทางไปพบแพทย์ ซึ่งในระบบจะมีข้อมูล ประวัติที่จำเป็นของผู้ป่วย เช่น อาการที่เป็น และยาที่เคยใช้ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเครื่องมือแพทย์ และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นให้แก่ทัณฑสถานฯ ตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดทำขึ้น เพื่อยกระดับและพัฒนาการดูแลรักษาสุขภาพผู้ต้องขังให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย เทียบเท่ากับประชาชนภายนอกทั่วไป เมื่อพ้นโทษจะได้มีสุขภาพร่างกายและใจแข็งแรง สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ โดยมีกระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข สนองพระราชดำริ และสนองพระราโชบาย ทำงานบูรณาการร่วมกัน 
 
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการฝึกวิชาชีพโครงการลักษณะพิเศษ ที่กรมราชทัณฑ์ ได้รับความร่วมมือจาก บริษัท Carcel Made in Prison ivs ประเทศเดนมาร์ก ส่งเสริมการตัดเย็บชุดผ้าไหมแท้ ส่งจำหน่ายยังกลุ่มประเทศในยุโรป โดยคัดเลือกผู้ต้องขังหญิงที่สนใจ เข้าร่วมโครงการ ในปี 2561 จำนวน 14 คน โดยจัดหาวัสดุและจักรเย็บเสื้อผ้า พร้อมการออกแบบการตัดเย็บ และลวดลายต่างๆให้ โดยให้ค่าจ้างตอบแทนเดือนละ 5 พัน 500 บาทต่อคน และปัจจุบันเพิ่มเป็น 9 พันบาท ซึ่งผลงานตัดเย็บมีความปราณีตสวยงาม และมีเอกลักษณ์โดดเด่นสะท้อนความเป็นไทย ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดในทวีปยุโรป และยังได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวด และมีการนำผลงานไปแสดงแฟชั่นโชว์ยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีแผนขยายจำนวนสมาชิกเพิ่มเป็น 20 คน และมีการนำเงินรางวัลมาพัฒนาโครงการฯ สร้างขวัญกำลังใจ และความปลาบปลื้ม แก่ผู้ต้องขังเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ทางทัณฑสถานหญิง ยังฝึกวิชาชีต่างๆให้กับผู้ต้องขังหญิง เช่น การนวดแผนไทย และสปา, งานเย็บปักถักร้อย เช่น ตัดเสื้อผ้า ทอผ้า งานทำผ้าสำหรับตัดแต่ง ประดับชุด, งานถักกระเป๋า สำหรับผู้ต้องขังสูงวัย ,งานทำอาหาร ขนมไทย และเครื่องดื่ม มีการจัดสินค้าวางจำหน่ายภายในทัณฑสถาน และฝากขายที่เรือนจำเชียงใหม่ ซึ่งสามารถสร้างทักษะอาชีพให้กับผู้ต้องขัง และสามารถไปประกอบเป็นอาชีพสุจริตเลี้ยงครอบครัวได้เมื่อพ้นโทษ 
 
ในการนี้ ทรงเยี่ยมเด็กติดผู้ต้องขัง และพระราชทานถุงบรรจุของใช้ที่จำเป็นสำหรับเด็กให้แก่เด็กที่อยู่ในความดูแลของสถานเลี้ยงเด็กในโครงการกำลังใจในพระดำริ และผู้ต้องขังตั้งครรภ์ โดยทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ จัดสถานที่ดูแลเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 3 ขวบที่ติดผู้ต้องขัง นอกจากการดูแลแล้ว ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการให้แก่เด็ก ซึ่งมีผู้ต้องขังที่เป็นมารดาให้การเลี้ยง ดูแล ร่วมกับเจ้าหน้า ปัจจุบันมีเด็กติดผู้ต้องขังอยู่ในความดูแล 6 คน และมีผู้ต้องขังกำลังตั้งครรภ์ 8 คน ซึ่งเมื่อคาบกำหนดคลอด จะนำไปคลอดที่ และจดทะเบียนเกิดที่โรงพยาบาลนครพิงค์ 
 
สำหรับทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ มีผู้ต้องขัง จำนวน 2 พัน 221 คน ในนี้ มีผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง ที่ต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องกว่า 200 คน เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดัน และผู้ติดเชื้อ HIV หลังจากได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเครื่องมือแพทย์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ในโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เมื่อต้นปี 2563 พรัอมดำเนินกิจกรรมขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง ทำให้ลดอัตราการเจ็บป่วยของผู้ต้องขัง ทั้งยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความเข้มแข็งทางร่างกาย และจิตใจด้วย
 
เวลา 17 นาฬิกา 57 นาที เสด็จแทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ไปยังโรงพยาบาลนครพิงค์ อำเภอแม่ริม ทอดพระเนตรการดำเนินงานบริการด้านเอชไอวีในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรชุมชน ตามยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติเอดส์ ภายในปี 2573 มุ่งเน้นให้พื้นที่ และประชากรที่ติดเชื้อสูงได้ชุดบริการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างครอบคลุม, เร่งรัดให้ผู้ที่ติดเชื้อแล้วได้รู้สถานะเร็ว รักษาเร็ว และกดไวรัสสำเร็จ รวมถึงยุติการรังเกียจ ตีตรา และการเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นธรรมต่อผู้ติดเชื้อ หรือสงสัยว่าติดเชื้อ ใช้กลยุทธ์ RRTTR ประกอบด้วย Reach เข้าถึง, Recruit เข้าสู่บริการ, Test ตรวจหาเชื้อ, Treat ตรวจรักษา และ Retain คงอยู่ในระบบ ในการนี้ ทอดพระเนตรการแสดงพื้นเมืองภาคเหนือของกลุ่มเอ็ม พลัส (M plus) และกลุ่มเยาวชนรักษ์ไทยเพาเวอร์ทีน 
 
จากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ด้วยทรงงานด้านเอดส์มาอย่างต่อเนื่อง จนทรงได้รับการถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ เมื่อปี 2562
 
แล้วทอดพระเนตรนิทรรศการการดำเนินงานบริการด้านเอชไอวี โดยโรงพยาบาลนครพิงค์ ร่วมกับมูลนิธิเอ็มพลัส และองค์กรแคร์แมท ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานจัดบริการสุขภาพโดยกลุ่มประชากรหลัก หรือ KPLHS หรือ Key Population-Led Health Services โดยกลุ่มประชากรหลัก จะเป็นเจ้าหน้าที่ชุมชนที่ผ่านการฝึกอบรม และรับประกันคุณภาพ เพื่อการให้บริการที่ได้มาตรฐาน สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในชุมชน บริการตรวจคัดกรองเอชไอวีเชิงรุก ให้บริการยาเพร็พ หรือยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการติดเชื้อแก่กลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยง ผ่านโครงการ "เพร็พพระองค์โสมฯ" และเมื่อพบผู้ติดเชื้อ จะเชื่อมต่อกับโรงพยาบาล ให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสในวันเดียวกับที่ตรวจพบเชื้อ หรือ Same day ART ตลอดจนนำเข้าสู่การรักษาที่โรงพยาบาล หรือศูนย์สุขภาพชุมชนในรายที่มีอาการคงที่  การดำเนินงาน KPLHS ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน ดำเนินงานใน 9 จังหวัด  ในจังหวัดเชียงใหม่ มีเจ้าหน้าที่ชุมชน 38 คน ให้บริการตรวจเอชไอวีแล้วกว่า 1 หมื่น 2 พันคน ซึ่งให้บริการยาเพร็พกว่า 1 พันคน และนำเข้าสู่การรักษา จำนวน 927 คน 
 
ในด้านการดูแลรักษาป้องกันผู้ติดเชื้อเอชไอวีในโรงพยาบาลนครพิงค์ ได้ดำเนินงานมาในเวลาเดียวกับที่ประเทศไทยเริ่มมีการระบาด ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตต่ำกว่าร้อยละ 1 ทั้งยังดำเนินงานป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกอย่างประสบความสำเร็จ ในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา มีทารกที่คลอดจากมารดาติดเชื้อเอชไอวีที่โรงพยาบาล จำนวน 401 คน ทารกไม่ติดเชื้อ 398 คน มีทารกติดเชื้อเพียง 3 คน โรงพยาบาลยังร่วมกับทัณฑสถานหญิงจังหวัดเชียงใหม่ ตรวจคัดกรอง รักษาผู้ต้องขัง ในปีที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อ และส่งเข้าสู่ระบบการรักษา จำนวน 75 คน ในการนี้ ทรงเยี่ยมกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีของโรงพยาบาล
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ