13 มี.ค. 2563
185,368 ครั้ง

ไล่ออก! พนง.เซเว่น อมหน้ากากไปขายเอง ฟันกำไรอื้อ - ตม.จับหนุ่มโก่งราคาขายแมสก์ 7 วันได้เกือบ 2 ล้าน

เพจเฟซบุ๊ก สายสืบออนไลน์ V2 ได้เปิดเผยเรื่องราวของพนักงานร้านสะดวกซื้อชื่อดัง ได้โพสต์ขายหน้ากากอนามัยลงในโซเชียล โดยแบบ 2 ชิ้น จากราคาปกติ 19 บาท ขายในราคา 59 บาท และแบบ 5 ชิ้น จากราคา 39 บาท ขายในราคา 99 บาท

 

และยังมียี่ห้ออื่น ๆ ที่ขายในเซเว่นจากราคา 129 บาท กลับพุ่งถึง 329 บาทเลยทีเดียว จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า พนักงานร้านสะดวกซื้อกักตุนหน้ากากอนามัย เพื่อนำไปขายทำกำไรหลายเท่าตัว ทำให้สินค้าไม่ถึงมือประชาชน

 

ต่อมาทาง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) CPAll ออกหนังสือชี้แจงระบุว่า

 

เรียน ลูกค้าทุกท่านตามที่มีข้อร้องเรียนเรื่องพนักงานกักตุนสินค้าแล้วนำมาโพสต์ขายนั้น ขอเรียนชี้แจงว่าบริษัทได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน แล้วพบว่าพนักงานได้โพสต์ขายสินค้าหน้ากากอนามัยจริง โดยเป็นสินค้าที่วางจำหน่ายช่วงที่มีวิกฤติฝุ่น pm 2.5 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

 

บริษัทจึงได้ให้พนักงานคนดังกล่าวลาออกจากการเป็นพนักงานแล้ว และได้ทำการภาคทัณฑ์กับสโตร์ พาร์ทเนอร์ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

 

บริษัทขออภัยเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโอกาสนี้ ได้เน้นย้ำไปยังทุกร้านสาขาให้ทบทวนและปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก บริษัทขอขอบคุณทุกความคิดเห็นทุกคำแนะนำเพื่อนำไปปรับปรุงการบริการที่ร้านให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

 

ขณะที่อีกคดี พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง แถลงจับกุมนายชัย (นามสมมติ) และนางสาว ณัฐ (นามสมมติ) ในข้อหาร่วมกันจำหน่ายหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นสินค้าควบคุม ในราคาสูงเกินความเป็นจริง ทำให้เกิดความปั่นป่วน ได้ที่ลานจอดรถของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านหลักสี่ พร้อมของกลาง 5,000 ชิ้น เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา

 

สืบเนื่องจากตำรวจ สืบทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาชาวต่างชาติ ใช้โปรแกรมวีแชท ชื่อ หวางต้า Amazing Tom Cafe ของกลุ่มผู้ต้องหาที่โพสต์ขายหน้ากากอนามัยให้แก่คนไทยและชาวต่างชาติ โดยไม่จำกัดจำนวน ตำรวจจึงทำการล่อซื้อติดต่อผ่านโปรแกรมวีแชท จำนวน 5 พันชิ้น ราคาชิ้นละ 15บาท กระทั่งเวลานัดหมาย นายชัย ผู้ต้องหาได้ขับรถพร้อมของกลาง จำนวน 5 ลัง มาส่งมอบให้กับชุดล่อซื้อ ก่อนจะแสดงตัวเข้าจับกุม

 

จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นคนไทย แต่พูดภาษาจีนได้ จึงโพสต์ผ่านโปรแกรมวีแชท ซึ่งมีลูกค้าต่างชาติให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก จากนั้นจนท.จึงขยายผลจนทราบว่านางสาวณัฐ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการโดยรับหน้าที่เรื่องธุรกรรมการเงิน โดยโอนเงินให้กับนักธุรกิจชาวบังกลาเทศ ที่ใช้ชื่อ Mr.ZAW

 

อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ขยายผล พบว่าขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย เพื่อขายให้ชาวต่างชาติมีการโอนเงินให้กับบัญชัญชีต้องสงสัย คิดเป็นมูลค่าเงินหมุนเวียนในรอบ 7 วัน เกือบ 2 ล้านบาท โดยทราบแหล่งที่มาว่าเพื่อกักตุนเตรียมเข้าตรวจค้นต่อ

 

ส่วนหน้ากากอนามัยที่ยึดมาได้ทั้งหมด ถือเป็นของกลางที่มีกฎหมายคุ้มครอง จึงไม่สามารถที่จะนำออกมาใช้ในภาวะที่ประชาชนต้องการ หากเป็นเพียงระเบียบของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตนสามารถพิจารณาได้

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MKehROCzh1Y

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ