16 มี.ค. 2563
292 ครั้ง

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดน่าน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดน่าน ดังนี้
 
วันนี้เวลา 9 นาฬิกา 48 นาที สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนสมาคมพยาบาลไทย ตำบลนาไร่หลวง อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน ทรงติดตามการดำเนินงานส่งเสริมการศึกษา และคุณภาพชีวิตของเด็กในท้องถิ่นห่างไกล ในการนี้ทรงเปิดแพรคลุมป้าย 'พิพิธภัณฑ์โรงเรียนสมาคมพยาบาลไทย' ที่ได้ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียนพระราชทาน ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดสร้างเมื่อปี 2514 
 
ภายในจัดแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รวมถึตงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมและพระราชทานความช่วยเหลือในด้านความเป็นอยู่และการส่งเสริมอาชีพให้แก่ราษฎรในท้องถิ่น โดยเฉพาะการส่งเสริมการปลูกลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย ที่ช่วยลดการแผ้วถางป่าและสร้างรายได้ให่แก่ราษฎรเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังจัดแสดงประวัติ พร้อมผลงานของโรงเรียน และสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ตลอดจนประเพณีและวัฒนธรรมของชนพื้นถิ่นที่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง
 
จากนั้นทอดพระเนตรการจัดการเรียนการสอน ที่จัดกิจกรรมตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในทุกสาระวิชา และได้มีการจัดห้องเรียนคุณภาพ ร่วมกับการวิเคราะห์หลักสูตร เพื่อช่วยเหลือ คัดกรองเด็กนักเรียน ซึ่งจะช่วยให้สามารถแยกกลุ่มในการจัดสอนเสริมเพิ่มเติม ในส่วนของนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังส่งเสริมการฝึกอาชีพให้แก่นักเรียน เน้นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น อาทิ การปักผ้าเหรอปัว ของชาวเผ่าม้ง , งานใบตอง ,การสร้างสรรค์ศิลปะบนแผ่นไม้ ,การทำไม้กวาดดอกหญ้า และการทำน้ำพริกสมุนไพร ที่นอกจากจะส่งเสริมให้นักเรียนตระหนักและเห็นคุณค่าของวัสดุ และทรัพยากรในท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วย 
 
สำหรับ 'โรงเรียนสมาคมพยาบาลไทย' เดิมชื่อ โรงเรียน ตชด.บำรุงที่ 66 ต่อมาในปี 2516 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดป้ายอาคารเรียนและพระราชทานชื่อโรงเรียนใหม่ว่า โรงเรียนสมาคมพยาบาลไทย ปัจจุบันเปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงมัธบมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียน 499 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กพิเศษ 62 คน โดยได้มีการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลหรือ IEP เพื่อให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสติปัญญา สามารถช่วยเหลือตนเองได้ดียิ่งขึ้น และมีพัฒนาการที่ดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างปกติสุข ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 
 
ก่อนเสด็จกลับทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้แพทย์ พยาบาล จากโรงพยาบาลสองแคว และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เกี่ยวข้องไปออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป แก่นักเรียนและราษฎรในพื้นที่ที่ส่วนใหญ่ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ยังมีหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ที่มีทันตแพทย์จากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลไปให้บริการด้านทันตกรรมด้วย 
 
ต่อมาเวลา 14 นาฬิกา 17 นาที สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปโรงเรียนพระปริยัติธรรมนิโครธาราม  บ้านต้นฮ่าง ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา ทรงตัดแถบแพรคลุมป้ายชื่อ “อาคารสิริรัตนธรรม” นามพระราชทาน มีความหมายว่า อาคารที่เป็นแหล่งคุณความดีอันประเสริฐและเป็นมงคล ใช้เป็นอาคารเรียนของสามเณรนักเรียน และสามารถปรับเป็นศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหากเกิดเหตุอุทกภัยในชุมชน ชั้นล่าง มีห้องประกอบภัตตาหารเพล สถานที่ฉันภัตตาหารเพล และห้องสหกรณ์โรงเรียน  ชั้นสอง มีห้องพักครู ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ และห้องประชุม  ชั้นสาม มีห้อง เรียน 6 ห้อง
 
โรงเรียนพระปริยัติธรรมนิโครธาราม เป็นโรงเรียนที่คณะสงฆ์อำเภอท่าวังผา ร่วมกันจัดตั้งขึ้น เมื่อปี 2536 เพื่อให้สามเณรในพื้นที่มีสถานศึกษาได้เรียนรู้วิชาการทั้งทางโลกและทางธรรม ปัจจุบันเปิดสอนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 มีเขตบริการศึกษา คือ วัดในเขตอำเภอท่าวังผา และอำเภอสองแคว มีสามเณรนักเรียน 111 รูป ส่วนใหญ่เป็นคนพื้นเมือง และอีกส่วนหนึ่งมาจากชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น ไทพวน , ไทลื้อ , ม้ง และลัวะ มีครูบรรพชิต 5 รูป ครูฆราวาส 10 คน
 
ในปี 2547 โรงเรียนฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้าร่วมโครงการตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ซึ่งโรงเรียนฯได้ยึดถือและพยายามพัฒนางานมาอย่างต่อเนื่อง พบว่า สามเณรนักเรียนมีสุขภาพอนามัยดีขึ้นมาก มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลป่าคา ให้คำแนะนำ ตรวจสุขภาพปีละครั้ง , ด้านการศึกษา เริ่มนำสื่อเทคโนโลยี DLTV และ DLIT ช่วยจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม ช่วยพัฒนาครู พัฒนาสามเณรนักเรียน และในอนาคต จะจัดให้มีโครงการนักธรรมดาวทอง กระตุ้นให้สามเณรนักเรียนสนใจไฝ่ศึกษาหลักธรรมมากขึ้น , ด้านกิจกรรมอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมให้ฝึกเทศน์ธรรมชาดก สวดพระอภิธรรม เจริญพระพุทธมนต์ และให้พรพื้นเมือง รวมถึงการอ่านเทศน์ธรรมตามวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ซึ่งสามเณรนักเรียน สามารถรับกิจนิมนต์ต่างๆได้แล้ว 
 
นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ทำงานศิลปะการต้องตุงพื้นเมือง เพื่อสืบสาบภูมิปัญญาท้องถิ่น นำไปใช้ในงานพิธีต่างๆ , ด้านโครงการสามเณรนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ มีบริษัทเอก ช่วยจัดค่ายกิจกรรมปลูกฝังให้สามเณรนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ เกิดทักษะการเทศน์ และตระหนักถึงบทบาทหน้าที่การเป็นผู้นำความศรัทธาของชุมชน ซึ่งจะต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน จะได้เป็นผู้เผยแผ่พระธรรมคำสอน ให้ทันยุคทันสมัย สร้างสังคมที่ยั่งยืนได้
 
ปัจจุบันจังหวัดน่าน มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ รวมทั้งสิ้น 15 โรงเรียน โรงเรียนต่างๆเหล่านี้ มีการวมกลุ่ม ช่วยเหลือกัน ที่ผ่านมาได้ปรับปรุงแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนรู้ และยกระดับผลการเรียนด้านนักธรรมและภาษาบาลี ตลอดจนสร้างศักยภาพการเรียนรู้ด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เน้นให้สามเณรนักเรียนเป็นคนดี กตัญญู รู้หน้าที่ มีวินัย เป็นคนเก่งพึ่งพาตนเองได้ และเป็นที่พึ่งของคนในชุมชนได้ต่อไป
 
เวลา 15 นาฬิกา 27 นาที สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง โรงสีข้าวพระราชทาน หมู่3 ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา ทรงติดตามการดำเนินงานโรงสีข้าวพระราชทาน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งขึ้น หลังจากพื้นที่อำเภอท่าวังผา เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2549 ทรงเห็นว่าประชาชนประสบปัญหาและได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากขาดแคลนอาหารเพื่อการบริโภค จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งกองทุนข้าว เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านหันมาปลูกข้าว เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้ชุมชน ต่อมาเมื่อกองทุนข้าวพัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2552 จึงได้พระราชทานเครื่องจักรโรงสีข้าวชุมชน สำหรับตั้งเป็นโรงสีข้าวพระราชทาน
 
โรงสีข้าวแห่งนี้ ได้นำหลักการสหกรณ์มาปรับใช้ในการบริหารงาน ดำเนินธุรกิจหลัก 5 ด้าน ได้แก่ ธุรกิจรวมรวมและรับซื้อข้าวเปลือกเพื่อแปรรูปและบริการสีข้าว, ธุรกิจจัดหาปัจจัยการผลิตมาจำหน่ายแก่สมาชิก, ธุรกิจสินเชื่อ, ธุรกิจบริการรถไถนาและเครื่องจักรกลการเกษตร และธุรกิจแปรรูปกาแฟและร้านกาแฟสดภูพยัคฆ์ ปัจจุบันมีสมาชิก 1,208 คน สมาชิกทุกคนมีเงินออมมากกว่าหนี้ โดยส่งเสริมให้สมาชิกปลูกข้าวอินทรีย์ ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว กข6 และข้าวไรซ์เบอร์รี่ ได้ผลผลิตดี มีคุณภาพ และเป็นที่นิยม จึงแปรรูปเป็นข้าวสารจำหน่ายสู่ตลาดภายใต้ตราสินค้า “ข้าวน่าน” เน้นตลาดในพื้นที่ เพื่อให้คนน่านได้บริโภคข้าวสารที่ดีมีคุณภาพ
 
นอกจากนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์ุพืช ยังได้เข้ามาดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูและส่งเสริมการปลูกหวายและไผ่ จังหวัดน่าน ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (พระนามเก่านะคะ) ส่งเสริมให้ราษฎร ปลูกหวาย และไผ่ เพื่อฟื้นฟูป่า จำนวนกว่า 1,000 ไร่ ปัจจุบันยังได้ร่วมกับกลุ่มผู้ทำผลิตภัณฑ์จากหวายและไผ่ออกแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สวยงาม เพื่อเพิ่มมูลค่า ภายใต้ตราสินค้า "รักษ์หวาย &ไผ่น่าน" (รักษ์หวาย และไผ่น่าน) จำหน่ายที่ร้านกาแฟสดภูพยัคฆ์ ภายในพื้นที่โรงสีข้าวพระราชทานด้วย
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ