17 มี.ค. 2563
519 ครั้ง

เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจต่างๆ ดังนี้

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจต่างๆ ดังนี้ 
 
เวลา 14 นาฬิกา 4 นาที วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์ไปยังเรือนจำกลางสมุทรปราการ ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ในการพระราชทานเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์การแพทย์ตามโครงการราชทัณฑ์ ปันสุขทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ แก่เรือนจำกลางสมุทรปราการ เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำกลางบางขวาง และทัณฑสถานหญิงกลาง ซึ่งเป็น 4 ใน 25 เรือนจำเป้าหมายในโครงการฯ เพื่อให้ผู้ต้องขังเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรม มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายและใจระหว่างที่ถูกควบคุมตัว เมื่อพ้นโทษกลับสู่สังคมจะได้ประกอบอาชีพสุจริตอย่างมีคุณภาพ 
 
ซึ่งการพระราชทานเครื่องมือแพทย์จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการให้บริการการทางแพทย์แก่ผู้ต้องขังมากขึ้น โดยในวันนี้เป็นการ พระราชทานเครื่องมือแพทย์ฯ ในเรือนจำเป้าหมายครบทั้ง 25 แห่ง โอกาสนี้ ทรงเปิดแพรคลุมป้าย มุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ ปันสุข ในสถานพยาบาล พร้อม พระราชทานถุงพระราชทานให้กับผู้ต้องขังป่วย ผู้ต้องขังชรา และพิการ เรือนจำกลางสมุทรปราการเป็นเรือนจำที่มีความหนาแน่นเป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีนักโทษ 7,857 คน มีผู้ต้องขังป่วยด้วยโรคเรื้อรัง รวม 354 คน และผู้ต้องขังประสบปัญหาเรื่องสุขภาพอนามัย เนื่องจากบุคลากรการแพทย์ในเรือนจำไม่เพียงพอ 
 
หลังเข้าร่วมโครงการฯ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขได้เข้ามาจัดระบบต่างๆ ในเรื่องสุขภาพให้ผู้ต้องขัง ซึ่งส่งผลให้ผู้ต้องขังได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยผู้ต้องขังป่วยที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงการรับบริการทางการแพทย์ จึงทรงริเริ่มโครงการฯ เพื่อให้แพทย์และพยาบาลได้เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐานนำไปรักษาผู้ต้องขังป่วย ซึ่งภายในโครงการฯ มีหลายกิจกรรม ตั้งแต่การพระราชทานเครื่องมือแพทย์ การเพิ่มศักยภาพของผู้ต้องขังเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขในเรือนจำ การพัฒนาเรือนจำให้ถูกสุขลักษณะ การให้ความรู้กับผู้ต้องขังทุกคนในการป้องกันตนเองจากโรคภัยต่างๆ ด้วยการจัดให้มีมุมสุขภาพราชทัณฑ์ปันสุข มีหนังสือและวีดีทัศน์ที่ให้ผู้ต้องขังได้เรียนรู้ด้วยตนเอง 
 
จากการดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่เปิดโครงการฯ ถึงปัจจุบันมีการประเมินผลการทำงานโดยนักประเมินผลภายนอกซึ่งในเบื้องต้นพบว่าเรือนจำและโรงพยาบาลมีการพัฒนางานในระบบของตนเองเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังเป็นอย่างมาก รวมทั้งเกิดนวัตกรรมและการสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ ที่เรือนจำ โรงพยาบาลร่วมมือกันเพื่อดูแลผู้ต้องขัง รวมทั้งในเรือนจำบางแห่งมีการพัฒนางานไปมากกว่าแผนที่กำหนดไว้ในระยะที่ 1 ของโครงการคือ มีการพัฒนาในเรื่องของระบบสุขาภิบาลในเรือนจำ มีการทำงานในเชิงของการป้องกันโรคในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป รวมทั้งการดำเนินโครงการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบต่อการทำงานในแวดวงสาธารณสุข และกระบวนการยุติธรรมอย่างสูง 
 
อย่างไรก็ตามในการดำเนินงานยังพบกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ต้องขังบางประการ เช่น พบภาวะที่ผู้ต้องขังเป็นโรคติดต่อไม่เรื้อรังที่มีพฤติกรรมมาจากการบริโภคอาหารหวาน การไม่ได้ออกกำลังกายที่เพียงพอ ความคิดของเรื่องสุขภาพอนามัยของผู้ต้องขังต้องไม่ตกเป็นภาระของเจ้าหน้าที่พยาบาลแต่คนเดียว เป็นต้น ซึ่งคณะกรรมการฯ จะได้นำข้อมูลดังกล่าวไปจัดทำแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
 
เวลา 14 นาฬิกา 41 นาที เสด็จยังโรงพยาบาลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำกลางสมุทรปราการ ทอดพระเนตรโครงการเรือนทัณฑ์ปันสุข ซึ่งโรงพยาบาลได้จัดสรร ห้องพักฟื้น แยกผู้ต้องขังป่วย ที่ไม่สามารถรักษาในเรือนจำได้ เนื่องจากอาจป่วยหนักเกินศักยภาพของสถานพยาบาลในเรือนจำ โดยใช้ชื่อว่า เรือนทัณฑ์ปันสุข เป็นห้อง ขนาด 100 ตารางเมตร บรรจุเตียงผู้ป่วย 8 เตียง ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการควบคุม ดูแลผู้ต้องขัง ของกรมราชทัณฑ์ พร้อมจัดห้องรองรับเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ในการควบคุมผู้ต้องขัง ภายในมีศูนย์ควบคุมระบบกล้องวงจรปิด ตลอด24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการหลบหนีขณะพักรักษาตัว โดยปี 2562 พบว่า ผู้ต้องขังป่วยหนักด้วยโรคปอดอักเสบ ,โรคเอดส์ ,ติดเชื้อในกระแสเลือด และไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย
 
เรือนทัณฑ์ปันสุข เริ่มเปิดใช้บริการ เมื่อปี 2562 ผลการดำเนินงาน พบว่า ช่วยให้ผู้ต้องขังสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่จำเป็น ตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติ ช่วยลดความหวาดระแวง ระหว่างผู้ป่วยทั่วไป กับผู้ต้องขังป่วย ด้วยภาพลักษณ์ของโซ่ตรวน จากเดิมที่ต้องพักฟื้นในหอเดียวกัน อันเป็นผลจากการทำงานเชิงรุกควบคู่กับการป้องกัน ในการนี้ พระราชทานถุงพระราชทาน แก่ผู้ต้องขังป่วย 4 คน
 
จากนั้น ทรงพระดำเนินไปยัง “คลินิคให้คำปรึกษา”ซึ่งประชาชนทั่วไป ที่ส่งสัยว่าตนเอง อาจติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่ สามารถเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินอาการ จากแพทย์เฉพาะทาง หากได้รับคำวินิจฉัยว่าผลเลือดเป็นบวก แพทย์จะถามสอบความสมัครใจ เพื่อเข้าสู่การรักษา ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากผู้ป่วยต้องมีวินัยในการทานยาต่อเนื่อง เพื่อควบคุมเชื้อไวรัส ไม่ให้ดื้อยา โอกาสนี้ พระราชทานถุงพระราชทานแก่ผู้ป่วยด้วย
 
สำหรับคลินิกให้คำปรึกษา เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2538 มีผู้ขอรับคำปรึกษาและติดเชื้อเอชไอวี รวมจำนวน 800 คน เปิดให้บริการ วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ในเวลาราชการ ส่วนผู้ต้องขังไอชไอวีมีแพทย์และพยาบาล โรงพยาบาลบางบ่อ เข้าไปตรวจรักษาในเรือนจำ เดือนละ 2-3 ครั้ง หากมีอาการรุนแรงจะส่งตัวมารักษายังโรงพยาบาลบางบ่อต่อไป
 
 
เวลาต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์ พระราชทานพระวโรกาส ให้ นายพยุง ศรันยูญาติวงศ์ ผู้อานวยการโรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมผู้แทนครู ผู้แทนสมาคมผู้ปกครองและครู ผู้แทนสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จานวน ๒๒ คน 
 
นำคณะครูที่ปฏิบัติงานโรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นเวลา ๒๐ ปี จานวน ๔ คน และ ๑๐ ปี จานวน ๑๓ คน เข้าเฝ้า รับพระราชทานเครื่องหมายที่ระลึก และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ จานวน ๙๑ คน เข้าเฝ้า รับพระราชทานเหรียญกระดานชนวน พร้อมกล่าวคาสัตย์ปฏิญาณ และขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายเงินแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จานวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อโดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ