17 มี.ค. 2563
1,056 ครั้ง

ประเด็นข่าวรอบวัน 17 มี.ค. 63 - คาร์บอมบ์ ศอ.บต.ยะลา - การท่าเรือฯ แจงกรณีพบหน้ากากอนามัยเตรียมส่งออก

'วราวุธ' ทำหนังสือถึงเลขาฯอาเซียน เผาไหม้ก่อฝุ่น PM 2.5
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวก่อน การประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือPM 2.5ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ในพื้นที่ภาคเหนือ ว่า ยอมรับว่าตอนนี้เรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มีความอันตรายพอกับเชื้อโควิด-19 
 
สำหรับสถานการณ์การเผาไหม้ในพื้นที่ภาคเหนือในประเทศของเราลดลงไปพอสมควร แต่ปัญหาส่วนหนึ่งยังมีการเผาในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเราได้ทำหนังสือไปถึงเลขาธิการอาเซียนแล้ว และทางอาเซียนได้แจ้งไปยังประเทศที่เกี่ยวข้องให้รับทราบ ยอมรับว่าเมื่อเป็นเรื่องที่ข้ามประเทศก็มีความลำบากในพูดคุย เพราะเราเองก็ไม่ใช่ประเทศที่จะไปนั่งกดสั่งให้เขาทำตามได้ อย่างไรก็ตามวันนี้อยากฝากไปถึงประชาชนว่าอย่าดูในโลกโซเชียลมาก เพราะเรื่องต่างๆในโซเชียลมีความอันตรายกว่าโควิด-19 หากนำไปใช้ไม่ถูกต้อง
 
 
 
ปส.บุกยึดทรัพย์พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่กว่า 100 ล้าน
ตำรวจปราบปรามยาเสพติด และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการยึดทรัพย์ขบวนการค้ายาเสพติด "จางซื่อ" 9 จุด ทั้งที่เชียงรายและกรุงเทพ ยึดทรัพย์ได้กว่า 130 ล้านบาท 
 
หนึ่งในเป้าหมายปฏิบัติการตรวจค้นครั้งนี้ คือ ที่บ้านพักหรูของ นางสาวนงคราญ กันธวิชา ที่ย่านสะพานสูง เขตประเวศ พบว่าเป็นบ้านที่ให้ชาวจีนมาพักชั่วคราว ในระหว่างที่ซื้อขายยาเสพติดกับ นายจางซื่อ ซึ่งนางสาวนงคราญ เป็นญาติกับ นางสาวอาหยี ซึ่งเป็นภรรยาคนไทยของ นายจางซื่อ นักค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ ทำหน้าที่ดูแลทรัพย์สิน ลำเลียงยาเสพติด และทำธุรกรรมทางการเงินให้ นาย จางซื่อ มานานกว่า 3 ปี และบ้านหลังนี้ มี นาย อเนก กันธวิชา ลูกชายของ นางสาว นงคราญ เป็นผู้ครอบครอง 
 
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบเอกสารการเงินและเอกสารเตรียมซื้อทรัพย์สิน จึงได้ยึดไว้ตรวจสอบ และเตรียม เรียก นาย อเนก มาสอบปากคำเพื่อชี้แจงที่มาของทรัพย์สินทั้งหมด สำหรับนายจางซื่อเป็นผู้ต้องหายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ เคยถูกตำรวจติดตามยึดยาบ้าได้ 8 แสนเม็ดที่จังหวัดเพชรบุรี แต่ไหวตัวทันทำให้ นายจางซื่อ และนางสาว อาหยี ภรรยา หลบหนีไปได้นานกว่า 2 ปีแล้ว แต่ตำรวจได้ขยายผลจนติดตามจับเครือญาติของทั้งคู่ซึ่่งจะทำหน้าที่ช่วยเหลือเรื่องการฟอกเงิน ได้เกือบ 10 คน
 
 
 
การท่าเรือฯ แจงกรณีพบหน้ากากอนามัยเตรียมส่งออก
การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ออกเอกสารชี้แจงกรณีปรากฏเป็นข่าวทางสื่อ Social Media ว่า มีการกักตุนหน้ากากอนามัยเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศที่ ท่าเรือแหลมฉบังนั้น จากการลงพื้นที่ตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำท่าเรือแหลมฉบัง ได้ดำเนินการตรวจสอบตู้สินค้าจำนวน 4 ตู้พบว่าสินค้าดังกล่าวเป็นของ บริษัทเอ็มเมอรัลด์ นอนวูเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ส่งออกหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่มีลิขสิทธิ์ส่งขายในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น และได้ผลิตหน้ากากดังกล่าวมากว่า 1 ปี มีใบขนสินค้าขาออก 4 ฉบับ (4 ตู้คอนเทนเนอร์) โดยทางบริษัทได้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ประกอบกับหนังสืออนุญาตการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรของกรมการค้าภายในอย่างถูกต้อง
 
ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบพบชนิด และปริมาณตรงตามที่สำแดงในใบขนสินค้าและใบอนุญาตฯ ถูกต้องครบถ้วน ไม่ได้เป็นการกักตุนหน้ากากอนามัยเพื่อการส่งออกแต่อย่างใด สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังจึงได้อนุญาตให้ตู้สินค้าดังกล่าวส่งออกได้ โดยผู้ประกอบการที่ใช้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในการนำเข้าวัตถุดิบ และผลิตเพื่อส่งออกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
 
ทั้งนี้ กระบวนการตรวจสอบสินค้าในการนำเข้า-ส่งออกผ่านท่าเรือแหลมฉบังเป็นอำนาจของกรมศุลกากรในการเข้าตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าตามมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้
 
 
 
ไฟไหม้โรงเลื่อยใต้สะพานพระราม 7
เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ระดมรถน้ำกว่า 30 คัน และเรือดับเพลิงจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 3 ลำ ระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังไหม้โรงเลื่อยไม้ ที่ตั้งอยู่ใต้สะพานพระราม 7 ใกล้กับวัดวิมุตยาราม ย่านบางพลัด และมีบ้านเรือนประชาชน 20-30 หลังคาเรือน และสกัดไม่ให้เพลิงลุกลามไปมายังโรงเรียนวิมุตยาราม 
 
ในส่วนของความเสียหายเบื้องต้นนั้น ทางนายธีรยุทธ ภูมิภักดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. พร้อมด้วย นายสุรเดช อำนวยสาร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางพลัด เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการฉีดน้ำเลี้ยงไม่ให้เพลิงปะทุ หลังจากนี้ จะให้เจ้าหน้าที่สำนักการโยธา เข้ามาตรวจสอบความเสียหาย เบื้องต้นคาดต้นเพลิงมาจากโรงเลื่อย แต่ทั้งนี้ยังต้องรอการตรวจสอบอีกครั้ง 
 
ขณะที่ความเสียหายนั้น โรงเลื่อยได้รับความเสียหายเกือบ 100% และมีบ้านเรือนประชาชนอีก 2-3 หลัง ที่ถูกเพลิงไหม้ ส่วนโรงเรียนวิมุตยาราม เป็นช่วงปิดภาคเรียน แต่อาคาร และกระจกได้รับความเสียหายจากความร้อน หลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่โยธา เข้ามาตรวจสอบโครงสร้างอาคาร อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานเขต จะตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ลานกีฬาของโรงเรียนก่อน
 
 
 
คาร์บอมบ์ ศอ.บต.ยะลา
ภาพวงจรปิดใกล้กับหน้าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จ.ยะลา เผยให้เห็นนาทีระเบิด ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.30 น. (17 มี.ค.) ขณะที่วงจรปิด ที่ด้านหน้า ศอ.บต. จับภาพคนร้ายขับรถกระบะเข้ามาจอดที่หน้า ศอ.บต. จากนั้นลงจากรถ รีบเดินไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ ที่คนร้ายอีกคนขี่มารับ แล้วขับออกจากที่เกิดเหตุ
 
จากนั้นไม่นานก็จุดชนวนระเบิด แรงระเบิดทำให้กระจกและรถยนต์ที่จอดอยู่ใน ศอ.บต.เสียหายหลายคัน นอกจากนี้ ยังทำให้ประชาชน เจ้าหน้าที่ และผู้สื่อข่าวได้รับบาดเจ็บหลายราย กระจกของอาคาร ศอ.บต.แตก มีทรัพย์สินเสียหายอีกจำนวนหนึ่ง
 
เบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บหลายราย เป็นสื่อมวลชน 4 ราย ตำรวจ 2 นาย ทั้งนี้มีรายงานว่า ที่มีนักข่าวได้รับบาดเจ็บหลายราย เพราะใน ศอ.บต. มีการประชุมแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโรคโควิด 19
 
 
 
 
 
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ