18 มี.ค. 2563
1,857 ครั้ง

'บิ๊กแป๊ะ' นำทีมลงใต้ สอบเหตุโจรเหี้ยมวางคาร์บอมหน้า ศอ.บต.ยะลา บาดเจ็บหลายสิบราย

ยะลา-เกิดเหตุระเบิดหน้า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะที่มีการประชุมสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 โดยเกิดเหตุระเบิดครั้งแรก ไม่ทราบจุดที่แน่นอน บริเวณหน้า ศอ.บต. จากนั้น ประมาณ 10 นาที ต่อมาคนร้ายได้กดชนวนระเบิดที่ซุกอยู่ในรถยนต์กระบะโตโยต้า สีขาว ทำให้มีผู้บาดเจ็บทันทีหลายราย

 

ซึ่งพฤติการณ์ของคนร้าย ได้วางระเบิดลูกแรกหน้า ศอ.บต. ทำให้เจ้าหน้าที่และกลุ่มสื่อมวลชนได้เดินออกจากห้องประชุม มาดูเหตุการณ์ จากนั้นไม่นานได้กดชนวนระเบิดที่ซุกไว้ในรถยนต์กระบะ โตโยต้า สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ซึ่งจอดอยู่หน้าป้าย ศอ.บต. หลังเสียงระเบิดมีผู้บาดเจ็บหลายราย ทั้งผู้สื่อข่าว ช่างภาพ ตำรวจ ทหาร และประชาชน กว่าสิบราย ทั้งหมดถูกนำตัวส่ง รพ.ยะลา

 

ภายหลังเกิดเหตุ ได้มีการตรวจสอบภาพวงจรปิดในช่วงเวลาดังกล่าว ก็พบว่า ก่อนเกิดเหตุนั้นมีคนร้าย เป็นชาย 1 คน ขับรถยนต์กระบะที่คาดว่าประกอบระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 100 กิโลกรัม ไว้ในรถยนต์ กระบะโตโยต้า ลักษณะ เหมือนรถยนต์จ้างรับเหมาก่อสร้าง มาจอดไว้ที่หน้าป้าย ศอ.บต.ซึ่งใกล้กับประตูทางเข้า โดยเวลาที่คนร้ายนำรถมาจอด ประมาณ 10.21 น.

 

จากนั้น เมื่อคนร้ายที่ขับรถยนต์กระบะมาจอดแล้ว ได้มีชายอีกคน ขับรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบยี่ห้อ หมายเลขทะเบียน ซึ่งลักษณะเหมือนจอดรอ อยู่ตรงจุดจอดรถใกล้ตู้เอทีเอ็มกรุงไทย ได้ขับรถออกมารับคนร้านที่ขับรถยนต์กระบะคาร์บอมมาจอดไว้ และคนร้ายที่ขับรถยนต์กระบะคาร์บอม ได้เดินมาจะซ้อนท้าย แต่ในขณะนั้น คนร้ายที่ขับรถยนต์กระบะ ได้นำเอาสิ่งของมาวางไว้ใกล้กับต้นไม้ ซึ่งเชื่อว่า เป็นระเบิดลูกแรก

 

ต่อมาคนร้ายทั้งสองคน ก็พากันขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางซอยด้านข้าง ศอ.บต. ก่อนที่ต่อมา รถยนต์กระบะคันดังกล่าว ก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง จนทำให้มีผู้บาดเจ็บทันทีหลายราย

 

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุระเบิด ซักถามพยานที่เห็นเหตุการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้องและให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่หาเบาะแสหรือข้อมูลของคนที่ก่อเหตุและตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิดในพื้นที่ที่เกิดเหตุ

 

พร้อมมอบเงินบำรุงขวัญให้แก่ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานในพื้นที่ สำหรับใช้ในการปฏิบัติงานและเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ และได้มีข้อสั่งการให้ สถานีตำรวจในพื้นที่ เพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังและการป้องกันเหตุความไม่สงบในพื้นที่โดยรอบของสถานีตำรวจและหน่วยราชการต่างๆ

 

รวมไปถึงให้เพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว หรือ สถานที่สำคัญ ที่อาจเป็นเป้าหมาย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะแบบนี้ ตลอดจนเพิ่มมาตรการเข้ม ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย ตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ และชุมชน

 

โดยเน้นย้ำว่า หากเกิดเหตุขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งสืบสวนสอบสวน ขยายผล จับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันท่วงที เพื่อสร้างความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยวและนักลงทุนในพื้นที่ ทั้งนี้ก็ขอความร่วมมือประชาชนในการช่วยเป็นหูเป็นตา สังเกตบุคคล วัตถุต้องสงสัย หรือ วัตถุที่ไม่มีเจ้าของอยู่ผิดที่ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที หรือ โทรศัพท์แจ้งเหตุร้ายเหตุด่วน ที่หมายเลข 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ขณะที่ พล.ร.ต. สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เผยเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น จะทำให้รู้ว่าประชาชนควรยืนด้านไหน เพราะในขณะที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐกำลังประชุมเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาโควิด–19 ให้กับประชาชน แต่คนอีกกลุ่มหวังทำลาย ไม่ต้องการให้มีการแก้ปัญหา และต้องการทำลายทุกอย่าง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8Q43DHVAhAY

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ