18 มี.ค. 2563
1,298 ครั้ง

นายกฯ ยันไม่มีการปิดเมือง-ประเทศ คลอด 6 มาตรการ รับมือโควิด-19

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อม ครม. แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ออกมาตรการรับมือโควิด-19 โดยยืนยันสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่เข้าสู่การระบาดระยะที่3 แต่มีแนวโน้มกระจายมากขึ้น เพื่อเป็นการลดการระบาดจากกรุงเทพมหานครไปยังพื้นที่อื่นๆ ทุกภาคส่วนต้องทำความเข้าใจร่วมกัน เพื่อหาแนวทางรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ได้ เสนอ ให้ ครม. ออกมาตรการ 6 ด้าน โดยยืนยันไม่มีการปิดเมืองหรือปิดประเทศ
 
 
ด้านสาธารณสุข มีการป้องกันเเละสะกัดกั้นการนำเชื้อเข้าสู่ประเทศไทย ชาวต่างชาติที่เดินทางจากพื้นที่เขตติดโรคติดต่ออันตราย 4 ประเทศ และ2 เขตปกครองพอเศษ ต้องมีใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 3 วัน มีประกันสุขภาพ ยินยอมให้ ให้ใช้แอพพลิเคชั่นของรัฐติดตาม โดยมาตรการนี้จะใช้กับการเดินทางเข้าประเทศทุกทางทั้ง ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ และตม.จะต้องดูประเทศสุดท้ายก่อนเดินทางเข้าเมืองว่า เป็นเขตติดโรคหรือไม่ และแจ้งกระทรวงมหาดไทย โดยจะมีการกักกันคุมตัว ไว้ดูอาการ 14 วัน ซึ่งจะรวมถึงการเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดต่อเนื่องที่ยังไม่ประกาศเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย และห้ามข้าราชการ พนักงานรัฐ วิสาหกิจ เดินทางไปต่างประเทศ ยกเว้นมีเหตุจำเป็น พร้อมแนะนำให้คนไทยที่พำนักในต่างประเทศชะลอการเดินทางกลับไทย จนกว่าสถานการณ์ระบาดในไทยจะดีขึ้น
 
 
ด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน จะเร่งผลิตหน้ากากอนามัย และส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปใช้หน้ากากผ้าและจะนำหน้ากากอนามัยของกลางที่ยึดได้มากระจายให้ประชาชน จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอสำหรับรับมือระยะที 3
 
 
ด้านข้อมูลต้องมาจาก 2 แหล่ง คือ สธ. และ ศูนย์โควิด-19 ด้านต่างประเทศตั้งทีมไทยแลนด์เพื่อดูแลคนไทยในต่างประเทศ
 
 
ด้านมาตรการป้องกันปิดสถานที่ ที่มีความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้นที่อาจติดเชื้อได้ง่ายแม้จะป้องกันแล้ว เช่น มหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติ สถาบันกวดวิชาทุกสถาบัน ให้ปิดชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 18-31 มี.ค.63 เป็นเวลา 2 สัปดาห์
 
 
ส่วนสนามมวย สนามกีฬา สนามม้า ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ปิดชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาบ ขณะสถานบันเทิง สถานบริการ นวดแผนโบราณ โรงหนัง ในพื้นที่ กทม.ปิด 14 วัน
 
 
ส่วนการจัดคอนเสริต แสดงสินค้า กิจกรรมทางศาสนาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการโรงติดต่อจังหวัด พิจารณาให้ความเห็นชอบ
 
 
สำหรับสถานที่ ที่มีประชาชนไปใช้บริการ เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาด ร้านค้า ร้านอาหาร ให้ดำเนินการตามมาตราการ ป้องกันที่กระทรวงสาธาณสุขกำหนด
 
 
ขณะเดียวกันเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดภายในประเทศ ให้เลื่อนวันสงกรานต์ 13-15 มี.ค.63 ออกไปก่อน และชดเชยช่วงเวลาที่เหมาะสม เพิ่มความถี่ของการเดินรถขนส่งสาธารณะในประเทศ เพื่อลดความแออัด ป้องกันการแพร่ระบาด งดกิจกรรมที่มีการเคลื่อนย้ายคนข้ามจังหวัด เช่น ค่ายทหาร เรือนจำ หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย ต้องมีมาตราการป้องกัน การแพร่ของโรค รวมถึงจำกัดการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว
 
 
พร้อมกันนี้ ให้หน่วยงาน พิจารณามาตราการเหลื่อมเวลาทำงาน โดยให้ทำงานที่บ้าน และให้หน่วยงานราชการ ทำแผนงาน เสนอศูนย์โควิด-19
 
 
ด้านมาตราการช่วยเหลือเยียวยา เสนอให้ยกเลิกการเก็บต่าธรรมเนียมจากเจ้าของกิจการ โรงงาน ช่วยเหลือการลดราคาห้องพัก ธุรกิจโรงแรม และในสัปดาห์หน้ากระทรวง ที่เกี่ยวข้องจะพิจารณา หามาตราการ เพื่อช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ เข้าพิจารณา ครม.สัปดาห์หน้า
 
 
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า จะพยายามอย่างเต็มที่ชะลอระยะ 2 ให้ได้นานที่สุด ให้ถือว่าการแก้ปัญหาโควิด 19 เป็นความสำคัญอันดับหนึ่ง รัฐบาลประเมินสถานการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศตลอดเวลาและติดตามปัญหาเศรษฐกิจรายวันอย่างรอบคอบ ทุกอย่างต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง สำคัญสุดคือสุขภาพของเราทุกคน หลายอย่างอาจไม่ทันใจ แต่ต้องเข้าใจรัฐบาลต้องทำให้ทุกอย่างมีความสมดุล ขอให้ใช้ความร่วมมือ ความรักความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวเอาชนะโควิดให้ได้ การเอาชนะคือทำให้สถานการณ์คลี่คลาย และย้ำว่ามาตรการที่ออกไม่ใช่ปิดกรุงเทพฯ แต่เป็นการควบคุมในระดับที่เข้มข้น
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ