23 พ.ค. 2557
32,277 ครั้ง

'ประยุทธ์' แจงยึดอำนาจเพราะคู่ขัดแย้งตกลงกันไม่ได้ ประเดิมงานแรกเร่งจ่ายเงินจำนำข้าว

       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เผยเหตุผลการยึดอำนาจ เป็นเพราะคู่ขัดแย้งตกลงกันไม่ได้ พร้อมขอข้าราชการทำงานเป็นที่พึ่งประชาชน เร่งจัดการพวกหมิ่นเบื้องสูง ขณะเดียวกันเเบ่งงานกระทรวงต่างๆให้ ผบ.เหล่าทัพ รับผิดชอบ และภายใน 15-20 วัน จะเร่งจ่ายเงินจำนำข้าวที่ค้างอยู่

 

มีรายงานจากที่ประชุมร่วมระหว่าง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กับส่วนราชการ เเละภาคเอกชน ซึ่งมีการประชุมผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ไปยังกองทัพภาคในต่างจังหวัด ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. กล่าวว่า ขอให้คิดว่าสิ่งที่ทำลงไปทำแล้วมีประโยชน์ต่อประเทศชาติ อย่าคิดว่าทำแล้วได้อะไรหรือเสียอะไร ไม่เช่นนั้นไม่ต้องทำ พร้อมยืนยันทหารไม่ได้บ้าอำนาจ และไม่ได้รับเงินจากใครแม้เเต่บาทเดียว

 

ทั้งนี้ 1 ในผู้ที่ถูกเชิญให้เข้ารายงานตัว กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ชี้แจงต่อหน่วยงานต่างๆ ถึงสาเหตุที่ต้องเข้ายึดอำนาจการปกครอง เนื่องจากคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่าย ไม่สามารถตกลงหาทางออกให้กับประเทศได้ จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการเพราะหากปล่อยไปจะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างมากมาย ประกอบจะทำให้งบประมาณปี 2558 ไม่มีเงินเดือนจ่ายข้าราชการ ดังนั้นจึงต้องตัดสินใจแก้ปัญหาเพื่อประเทศ และไม่มีใครทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

 

พร้อมกันนี้ ยังได้ขอให้ข้าราชการ ร่วมกันบริหารประเทศแบบบูรณาการ ลดปัญหาความขัดแย้งในสังคมทุกภาคส่วน และเร่งทำงานพัฒนาประเทศเพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชน โดยจะใช้ระบบสั่งการแบบทหาร ตั้งเป้าให้เห็นผลการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ไม่มีความขัดแย้ง และเมื่อบ้านเมืองกลับสู่ปกติสุข ประเทศไทยก็จะกลับสู่ประชาธิปไตย ที่สำคัญจะต้องมีการปฏิรูปทุกด้านทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ก่อนจะมีการเลือกตั้ง โดยทุกฝ่ายต้องเห็นชอบร่วมกัน

 

ล่าสุด หัวหน้าคณะ คสช. ได้จัดแบ่งโครงสร้างการบริหารประเทศในขณะนี้ออกเป็น 5 ฝ่าย และอีก 1 หน่วยขึ้นตรง ประกอบด้วย

 

1.ฝ่ายความมั่นคง คือ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICT และกระทรวงต่างประเทศ มอบหมายให้พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ดูแล

 

2.ฝ่ายเศรษฐกิจ คือ กระทรวงคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ พล.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ดูแล

 

3.ฝ่ายสังคมและจิตวิทยา คือกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงซึกษาธิการ และกนะทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบหมายให้ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ดูแล

 

4.ฝ่ายกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม อัยการสูงสุด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มอบหมายให้ พล.ท.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ดูแล

 

5.ฝ่ายกิจการพิเศษ คือ หน่วยงานในสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีทั้งหมด ยกเว้นสำนักงบประมาณ มอบหมายให้พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูแล

 

สำหรับหน่วยขึ้นตรง คือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. สำนักข่าวกรอง สำนักงบประมาณ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้าคณะ คสช. จะเป็นผู้กำกับดูแลเองทั้งหมด นอกจากนี้ ยังแบ่งกลุ่มงานรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งขึ้นตรงกับคณะ คสช. โดยมอบหมายให้แม่ทัพภาค ของแต่ละภาค เป็นผู้ดูแล

 

ประเด็นสำคัญที่หัวหน้าคณะ คสช. ย้ำต่อข้าราชการ และผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด คือ ต้องไม่ปล่อยให้มีขบวนการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง โดยให้ถือเป็นนโยบายหลัก หากพบมีการกระทำผิดจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่มีการละเว้น ส่วนเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขในขณะนี้ คือ ปัญหาโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งมีการจัดงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาได้แล้วส่วนหนึ่ง และเชื่อว่าภายใน 15-20 วัน จะสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับชาวนาได้ทั้งหมด

 

หัวหน้าคณะ คสช. ยังได้ยกตัวอย่างแผนพัฒนาประเทศแบบบูรณาที่จะดำเนินการในอนาคต คือ โครงการถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง2ฝ่าย เพื่อบริหารจัดการน้ำ และแก้ไขปัญหาจราจรอย่างเป็นระบบ

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ