21 มี.ค. 2563
6,173 ครั้ง

ผลตรวจสาวจีนถุยน้ำลายไม่ติดโควิด-19 ตร.รวบหนุ่มป้ายน้ำลายทั่วลิฟต์บีทีเอส

จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพ หญิงชาวจีนที่เดินทางกับรถไฟ ถุยน้ำลายลงพื้น ทำให้เกิดความสงสัยต่อผู้พบเห็น ต่อมาตำรวจท่องเที่ยวได้นำตัวหญิงรายดังกล่าวส่งโรงพยาบาลศิริราช นั้น 
 
 
ล่าสุด รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ได้ชี้แจงกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบุว่า ทางโรงพยาบาลได้รับตัวหญิงชาวจีนมาตรวจรักษาจริง ซึ่งจากการซักประวัติเบื้องต้นของผู้ป่วยรายนี้ให้ข้อมูลสับสน ในตัวพบเอกสารยืนยันตัวตน แต่ยังไม่สามารถพูดคุยสอบได้ 
 
 
เบื้องต้นแพทย์ผู้ทำการตรวจรักษา ระบุว่าหญิงรายนี้อาจมีอาการทางประสาท จำเป็นต้องให้ยาเพื่อให้ผู้ป่วยสงบลง และจัดการตรวจประวัติเบื้องต้น พบว่ามีอาการไข้ตั้งแต่สามสัปดาห์ที่ผ่านมาคาดว่าอาจจะไม่ได้ป่วยโควิด-19 
 
 
อย่างไรก็ตามทางโรงพยาบาลได้มีการแยกผู้ป่วยรายนี้ไปยังห้องกักกันโรคและทำการเก็บตัวอย่างเชื้อส่งตรวจตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ล่าสุด ผลการตรวจเชื้อไวรัศจากห้องปฏิบัติการระบุผลเป็นลบ ไม่พบเชื้อโควิด-19 
 
 
ขณะที่ ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้ติดตามชายที่ปรากฎตามคลิปป้ายน้ำลายทั่วลิฟต์บีทีเอส พบเป็นชาย สัญชาติไทย อายุ 32 ปี ได้เชิญตัวเข้ามาสอบสวน ซักถาม ตรวจสอบ จากนั้นในเวลา 18.50 น. ได้นำตัวชายคนดังกล่าวขึ้นรถกระบะสายตรวจของ สน.ปทุมวัน เพื่อนำตัวชายคนดังกล่าว ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา
 
 
ทั้งนี้การส่งตัวไปตรวจร่างกาย เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยว่ามีอาการป่วยทางจิตจริงหรือไม่ ทั้งนี้หากไม่มีอาการป่วยหรือไม่ติดเชื้อ เตรียมจะแจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองพ.ศ.2535 มาตรา 31 ห้ามมิให้ผู้ใด (1) บ้วนหรือถ่มน้ำลาย เสมหะ บ้วนน้ำหมาก สั่งน้ำมูก เทหรือทิ้งสิ่งใดๆ ลงบนถนน หรือบนพื้นรถ หรือพื้นเรือโดนสาร ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท 
 
 
และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 489 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ให้ของแข็งตกลง ณ ที่ใดๆ โดยประการที่น่าจะเป็นอันตรายหรือเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคล หรือเป็นอันตรายแก่ทรัพย์ หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ของโสโครกเปรอะเปื้อนหรือน่าจะเปรอะเปื้อน ตัวบุคคล หรือทรัพย์ หรือแกล้งทำให้ของโสโครกเป็นที่เดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/WYhmMco5Bb4
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ