23 มี.ค. 2563
135,462 ครั้ง

เหตุใดประเทศมหาอำนาจ 'รัสเซีย' จึงมีตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 น้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

ซีเอ็นเอ็น รายงานวิเคราะห์ถึงสถานการณ์การระบาดของโคิด-19 ในรัสเซีย ประเทศมหาอำนาจที่มีประชากรมากถึง 146 ล้านคน แต่กลับมีผู้ติดเชื้อน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ รัสเซียมีผู้ติดเชื้อ 367 คน และมีผู้เสียชีวิตเพียง 1 ราย ทั้งๆ ที่รัสเซียมีพรมแดนติดกับจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการระบาดด้วย
 
 
ประเทศรัสเซียมีอัตราของผู้ติดเชื้อน้อยมาก เมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศ อย่างประเทศเล็กๆ อย่างลักเซมเบิร์ก ประเทศในยุโรปที่มีประชากรเพียง 628,000 คน  แต่กลับมีผู้ติดเชื้อแล้ว 798 คน เสียชีวิตแล้ว 8 ราย หรือหากเทียบกับประเทศใหญ่ๆ อย่างสหรัฐอเมริกา ที่มีประชากรมากกว่า 320 ล้านคน มีผู้ติดเชื้อแล้ว 27,120 คน
 
 
ด้านสำนักข่าวต่างประเทศ หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเป็นกรณีศึกษา โดยรายงานว่าทั้งหมดมาจากมาตรการการรับมือของรัฐบาล ภายใต้การนำของประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ที่ตัดสินใจใช้มาตรการป้องกันขั้นเด็ดขาด ทำให้ควบคุมสถานการณ์การระบาดเอาไว้ได้ทันท่วงที
 
 
อย่างการสั่งปิดพรมแดนระยะทางกว่า 4,300 กม. ที่อยู่ติดกับประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ผู้คนเดินทางเข้ามาในประเทศได้ อีกทั้งรัสเซียยังมีการจัดตั้งเขตกักกันที่ชัดเจน ที่ช่วยละชอการระบาดในรัสเซียได้ในเบื้องต้น ตลอดจนมีการตรวจหาเชื้อที่รวดเร็ว ซึ่งตามรายงานล่าสุดของสำนักข่าวท้องถิ่นรัสเซีย ระบุว่า รัฐบาลเริ่มดำเนินการตรวจหาเชื้อได้แล้วกว่า 163,000 คน ซึ่งขณะนี้มีประมาณ 52,000 คน ที่อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังของแพทย์ 
 
 
โดยรัสเซียเริ่มกระบวนการตรวจหาเชื้อมาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยเฉพาะภายในสนามบิน ที่เน้นตรวจนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากอิหร่าน จีน และเกาหลีใต้ ซึ่งวิธีการตรวจหาเชื้อก็เป็นวิธีการที่นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก แนะนำให้หลายประเทศทั่วโลกเร่งดำเนินการในทันที เพราะหากสามารถหาผู้ติดเชื้อได้เร็วและมากที่สุด ก็จะสามารถยับยั้งการระบาดได้ดี
 
 
อย่างไรก็ตาม มาตรการของรัสเซียอาจจะมีช่องโหว่อยู่บ้าง ในส่วนที่ไม่ได้มีการตรวจหาเชื้อกับนักท่องเที่ยวที่มาจากอิตาลี และชาติ EU อื่นๆ และนั่นทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นเป็นหลักร้อย ซึ่งตามรายงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขยืนยันว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อในรัสเซีย ส่วนใหญ่มาจากอิตาลี
 
 
อย่างไรก็ตาม ทางการรัสเซียยังคงเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการต่างๆ ทั้งการสั่งห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ จนถึง 1 พฤษภาคม มีการสั่งห้ามจัดกิจกรรมสาธารณะทั้งหมดที่มีการรวมตัวเกิน 50 คน จนถึงวันที่ 10 เมษายน รวมไปถึงมีการก่อสร้างโรงพยาบาลชั่วคราวสำหรับรองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ในกรุงมอสโคว 
 
 
นอกจากการเร่งออกมาตรการช่วยเหลือภายในประเทศแล้ว รัฐบาลรัสเซียยังได้ส่งมอบความช่วยเหลือทางการแพทย์ให้กับประเทศอิตาลีด้วย ประกอบไปด้วยบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมไปถึงรถบรรทุกสำหรับพ่นยาฆ่าเชื้อ มีการติดข้อความให้กำลังใจและแสดงถึงความห่วงใย 'From Russia With Love' หลายคนอาจจะเคยได้ยินประโยคหรือข้อความนี้จากภาพยนตร์ที่โด่งดังในปี 1963 และประโยคดังกล่าวก็ได้ถูกใช้ในหลายกรณีเรื่อยมา 
 
 
มีการใช้เครื่องบินขนส่งของกองทัพอากาศทั้งหมด 9 ลำ ออกเดินทางจากฐานทัพในกรุงมอสโคว ซึ่งทางด้านผู้นำรัสเซียได้มีการสนทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีจูเซปเป คอนเต เมื่อวันเสาร์ที่ 21 มี.ค. และนอกจากนี้ก็ยังมีข้อตกลงระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้ง 2 ประเทศด้วย ตามรายงาน ประธานาธิบดีปูติน แสดงถึงแรงสนับสนุนต่อผุ้นำและพลเมืองของอิตาลี ที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบาก 
 
 
ในขณะที่ผู้นำอิตาลีก็แสดงความขอบคุณรัสเซีย ที่ให้การสนับสนุนในครั้งนี้ ถ้าหากมองในแง่ของการเมือง ความช่วยเหลือในครั้งนี้อาจส่งผลดีต่อรัสเซียในอนาคต เนื่องจากรัสเซียกำลังมองการไกลที่จะใช้มิตรภาพในจุดนี้ ทำให้อิตาลีโน้มน้าวชาติสมาชิก EU ให้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อยูเครน จากกรณีวิกฤตการณ์ไครเมีย ปี พ.ศ. 2557 ซึ่งที่ผ่านมารัสเซียได้พยายามรักษาและยกระดับความสัมพันธ์กับชาติสมาชิกนาโตและ EU โดยเฉพาะอิตาลี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา 
 
 
ในส่วนของตัวเลขผู้เสียชีวิต ทางสำนักข่าวเดอะมอสโควไทม์ส สำนักข่าวท้องถิ่นรัสเซีย รายงานข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์หลายราย ที่ตั้งข้อสงสัยว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อในรัสเซียมีจำนวนน้อยขนดานั้นจริงหรือไม่ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์บางรายสันนิษฐานว่าวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่รัสเซียใช้ในกาทดสอบเชื้อก็อาจจะไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง และแม่นยำมากพอ จนบางครั้งระบุผลตรวจเชื้อเป็นลบ ทั้งที่ผลตรวจอาจจะเป็นบวก 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ