24 มี.ค. 2563
7,208 ครั้ง

วิสัญญีวิทยา โพสต์ร่ายยาวย้ำขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ ถึงขึ้นลดการผ่าตัดเคสไม่เร่งด่วน เพื่อรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19

นายแพทย์ปรก เหล่าสุวรรณ วิสัญญีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Prok Laosuwan โดยระบุว่า อยาก #WorkFromHome บ้าง แต่ลืมไปเป็น #วิสัญญีแพทย์ นี่คือเรื่องเล่าจากเหตุการณ์ของวิสัญญีแพทย์หลายคน หลากโรงพยาบาล #ไม่ใช่เฉพาะข้าพเจ้าคนเดียว
 
 
1. โรงพยาบาลส่วนใหญ่ ต้องลดการผ่าตัดเคสไม่เร่งด่วนลง เนื่องจาก จำเป็นต้องเอาบุคลากรของโรงพยาบาล (โดยเฉพาะพยาบาล) ไปเปิดวอร์ดผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม ดังนั้น อะไรที่เร่งด่วนก็ผ่าตามเดิม อะไรที่รอได้ก็รอก่อน คิวอาจจะยาวขึ้น หรือถูกหมอโทรไปเลื่อนนัดผ่าตัดก็อย่าเพิ่งงอนนะครับ
 
 
2. เมื่อเคสลดลง...แสดงว่าวิสัญญีก็สบายขึ้นน่ะสิ?...ผิดครับ...เรามีหน้าที่ใหม่ที่งอกขึ้นมาแทน คือ "การรับใส่ท่อหายใจในผู้ป่วยโควิด19"
 
 
3. ทำไมหมอดมยามักถูกเลือกให้เป็นผู้ใส่ท่อ เพราะตามคำแนะนำทั่วโลกคือ หมอดมยาเป็นผู้ชำนาญการใส่ท่อหายใจที่สุดโดยเฉพาะวิธีพิเศษที่เรียกว่า rapid sequence induction (RSI) อธิบายว่า มันคือการใส่ท่อแบบละมุนละม่อมไม่ทำให้ผู้ป่วยไอหรือต้านระหว่างการใส่ท่อนั้น ซึ่งก็ลดการแพร่กระจายเชื้อในห้องไปด้วย
 
 
4. แล้วตอนใส่จะติดเชื้อด้วยไหม?.... โรงพยาบาลส่วนใหญ่ "ถ้าสามารถทำตามมาตรฐานได้" ก็ต้องมีชุดและอุปกรณ์ที่ครบ จัดเต็ม ประหนึ่งเป็นนักบินอวกาศ....((หายใจอากาศในชุดผ่านเครื่องกรอง)) ใส่ชุดทับแล้วทับอีก ถุงมือหลายชั้น ถุงรองเท้าบูทต่างๆ แถมการใส่และถอดอาจมีความเสี่ยงในการทำให้ปนเปื้อนต่อตัวเองและผู้อื่น (ผู้ที่ช่วยเราใส่และถอดและเก็บกวาด)
 
 
5. ใช่ครับ มันใส่ยาก แต่ยากยังไงก็ต้องใส่ ลำบากแค่ไหนต้องทน.. ดีกว่าไม่มีชุดจะใส่...แล้วคิดว่า ชุดนี้มีพร้อมทุกโรงพยาบาลไหมครับ...คำตอบคือ "ไม่ครับ" เนื่องจากชุดนี้ราคาแพง และบ้านเราแทบจะไม่ค่อยได้เจออะไรแบบนี้ โรงพยาบาลต่างๆ ของเราจะซื้อชุดนี้เก็บไว้ทำไม ตอนนี้โรงพยาบาลไหน ต้องใส่ท่อในผู้ป่วยโควิด มีชุดฮูดสีขาว +N95 + Face shield ก็อาจจะถือว่าถมไปแล้ว แล้วซื้อตอนนี้จะทันไหม...ให้การบ้านไปคิดเอาเอง
 
 
6. แม้ของเดิมหน้ากาก N95 ส่วนใหญ่จะถูกจัดเป็นของที่ใช้แล้วทิ้ง....แต่ไม่คิดว่าในชีวิตนี้...เราต้องเก็บ N95 ส่วนบุคคล ถอดอย่างระวังแล้วหันกลับมาดูว่า ยังไม่เลอะ ยังไม่เหม็นใช่ไหม...แล้วหาเครื่องฉาย UVC (ที่ใช้ฆ่าเชื้อขวดนมเด็ก) มาฆ่าเชื้อแล้วใช้ซ้ำ ส่วนตัวผมซื้อเก็บไว้นิดหน่อยจากสถานการณ์ฝุ่นเมื่อปีที่แล้ว...เลยพยายามใช้อย่างถนอมที่สุดเช่นกัน เพราะเราไม่รู้ว่ารพ.ที่เราอยู่จะหมดสต๊อกเมื่อไร เพราะในห้องผ่าตัดโดยเฉพาะถ้ามีเคสที่ต้องใช้ก็ต้องใช้
 
 
7. ส่วนใหญ่ เราจะได้รับบทบาทหน้าที่ใส่ตอนผู้ป่วยแอดมิตในโรงพยาบาลแล้ว เช่นมาจากสนามมวย อยู่ดีๆ ก็เหนื่อย (ถ้าใส่ที่ห้องฉุกเฉินก็จะเป็นหน้าที่ของหมอตรงนั้น) ก่อนเข้าก็ต้องใส่ชุดและจะมีพยาบาลผู้เชี่ยวชาญมาช่วยเราใส่และถอดเสมอ
 
 
เวลาเข้าไปในห้องที่ผู้ป่วยกำลังเหนื่อย เราก็จะลุ้นๆ หน่อย ชุดก็เทอะทะและหนักอยู่แล้วด้วย เพราะเราต้องจำกัดคนที่เกี่ยวข้องเราให้น้อยที่สุด ใส่ท่อแบบเงียบๆ สวดมนต์ไปด้วยในใจเบาๆ แล้วออกมาถอดชุดด้วยความระมัดระวังไม่ให้เลอะทั้งตัวเองและคนช่วย (ไปหาคลิปดูได้นะครับ การใส่และถอดชุดพวกนี้...เพื่อความอินในการอ่าน)
 
 
8. การติดโรคของโควิด-19 เนี่ย มันติดหลักๆ จากสารคัดหลั่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากลมหายใจและปากน้ำลายต่างๆ และงานเราคือ ใส่ท่อไปตรงจุดเสี่ยงทั้งหมดนี่แหละ ....เราจึงไม่ใช่คนที่ปลอดภัยสักเท่าไร
 
 
9. ถ้าต้องดมยาแบบวางยาสลบช่วงนี้นอกจากต้องใส่ท่อแล้วยังต้องถอดท่ออีก...ตอนถอดนรา ปกติก็เละเทะอยู่แล้ว น้ำมูก น้ำลาย น้ำตามาเต็ม ถ้าคนไข้ไม่มีอาการ ไม่มีไข้ก็อาจจะเบาใจ...ถ้าคิดว่าคนไข้เป็นโควิดแบบแอบแฝงล่ะก็..... ไวรัสทั้งมวลก็มารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมายแถวๆ ใบหน้าทั้งหมดนั่นแหละ แล้ววิสัญญีจะทำอะไรได้ นอกจาก "ระวังที่สุดของที่สุด"...และสวดมนต์
 
 
10. พอเดินโรงพยาบาลไปนานๆ หรือดมยาคนไข้ในช่วงนี้ไป หรือต้องวิ่งไปใส่ท่อคนที่สงสัยโควิดบ่อยๆ ก็จะมีความคิดที่ฉุกขึ้นมาได้ว่า...เราติดยังวะ? ...
 
 
11. ในที่สุด เราก็ไม่กล้ากลับบ้านไปหาพ่อแม่ที่บ้าน เพราะกลัวจะติดโดยไม่รู้ตัวและเอากลับไปแพร่เชื้อ
 
 
12. หมอโรคติดเชื้อ หมอโรคปอด ....และผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายในโรงพยาบาลที่ไม่ได้อยู่หน้าจอทีวีทุกวัน....คงไม่ได้กลับไปเจอครอบครัวจนกว่าสถานการณ์จะสงบเช่นกัน (ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไร)
 
ทีนี่ #พวกคุณจะอยู่บ้านนิ่งๆ กันได้รึยัง?
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ