25 มี.ค. 2563
904 ครั้ง

นายกฯ ใช้ยาแรง ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุมโควิด-19 มีผลบังคับใช้ 26 มี.ค.นี้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผย ที่ประชุม ครม.ออกมาตราการหลายอย่าง เกี่ยวกับการเยียวยาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 เพื่อให้ประชาชน มีเงินใช้จ่าย โดยขอให้ประหยัด ใช้เงินที่มีให้พอเพียง ให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยมาตราการต่างๆ จะทยอยมาตามลำดับ เพราะไม่ทราบว่า การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 จะยาวนานเท่าไร ซึ่งวันนี้จากการที่กระทรวงสาธารณสุขชี้แจง มีผู้เสียชีวิตอีก 3 ราย โดยเป็นผู้ป่วยติดเชื้อที่สูงอายุ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้แถลงสาเหตุการเสียชีวิตแล้ว และเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ที่จะต้องมีงบประมาณรองรับ จะต้องมีการเงินกู้ เพราะงบประมาณปี 63 ค่อนข้างที่จะจำกัด งบกลางมีการใช้จ่ายไปแล้วเหลือน้อยมาก จำเป็นต้องหาเงินมาเข้าระบบให้มากขึ้น จึงจะต้องมีการออก พรก.กู้เงิน เพื่อเตรียมรองรับมาตราการระยะที่ 3 และ 4 ในการดูแลประชาชน และผู้ประกอบการให้เกิดสภาพคล่องทางการเงิน การคลัง และภาษี
 
 
และวันนี้ที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 มาบังคับใช้ มีผลวันที่ 26 มีนาคม ถึง 26 เมษายน ระยะเวลา 1 เดือน และเพื่อให้การทำงานคล่องตัว จะมีการยกระดับ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ให้เป็น ศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศูนย์ ศอฉ.โควิด โดยมีการตั้งคณะกรรมการที่รับผิดชอบ โดยมีปลัดกระทรวงแต่ละกระทรวง เป็นหัวหน้าส่วนงานรับผิดชอบ ซึ่งประกาศเดิมจะมีกานปรับปรุงแก้ไข โดยอำนาจต่างๆ จะมาอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ในการบูรณาการ ซึ่งจะมีผลเริ่มวันที่ 26 มีนาคมนี้ ที่จะมีการประชุม ในเวลา 09.30น. ของทุกวัน เพื่อให้แต่ละหน่วยงาน รายงานสถานการณ์ พร้อมทั้งออกมาตราการ ก่อนที่จะมีการประกาศคำสั่งออกไป
 
 
ซึ่งหลังตั้งศูนย์ ศอฉ.โควิด สามารถที่จะออกประกาศคำสั่งได้ตลอดเวลา โดยเบื้องต้นจะเป็นการประกาศขอความร่วมมือ เพื่อลดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 และอาจจะมีบังคับเป็นบางเรื่อง จากนั้นจะมีมาตราการที่เข้มข้นในการเปิด-ปิด พื้นที่ต่างๆ ซึ่งอยู่ที่ความร่วมมือของประชาชน ยืนยัน ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน แต่สถานการณ์ปัจจุบันมีความจำเป็นในการดูแลสุขภาพ รัฐบาลมุ่งมั่นเต็มที่ในการดูแลสุขภาพประชาชน ให้ได้มากที่สุด จึงขอความร่วมมืออย่าเพิ่งเดินทางกลับภูมิเนา ถึงกลับจะต้องเจอมาตราการต่างๆ ในการคัดกรองตรวจสอบระหว่างทาง เหมือนที่ทำมาโดยตลอด และจะให้เวลาประชาชนในการปรับตัว
 
 
ขณะเดียวกันให้ความสำคัญในการกักตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 4 วัน ซึ่งถ้ามีความจำเป็น เรามีสถานที่ กักตัวของรัฐเพิ่มขึ้น หากมีการแพร่ระบาดและพบผู้ติดเชื้อมากขึ้นจำเป็นต้องหามาตราการต่างๆ มารองรับ ทั้งโรงพยาบาลสนาม พื้นที่กักตัวขนาดใหญ่ และจะจัดหาเวชภัณฑ์ต่างๆ ให้เพียงพอ วันนี้มีความช่วยเหลือจากต่างประเทศ แต่ยังไม่เพียงพอ จะต้องมีการจัดชื้อจัดหาเพิ่มเติม ขอทุกอย่าตื่นตระหนก ให้ฟังคำชี้แจงจากรัฐบาล โดยแต่ละวันจะมีการให้ข้อมูลจากรัฐบาลผ่านสื่อโซเซียล ของแต่ละกระทรวง ที่จะมีการแถลงทั้งวัน ส่วนการสรุปจะเป็นหน้าที่ของโฆษก ศอฉ.โควิด
 
 
นอกจากนี้ ยังจะมีการแต่งตั้งข้าราชการ พลเรือนตำรวจทหาร เป็นเจ้าพนักงาน ในการจัดตั้งด่านตรวจสกัดและดูแลช่วยเหลือประชาชน และทั้งหมดจะค่อยๆ ปรับมาตราการเข้มข้นเพื่อขึ้น และหากไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จำเป็นก็จะต้องปิดล็อคทั้งหมด โดยจะเป็นไปตามขั้นตอน
 
 
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังขอให้ระมัดระวังในการใช้สื่อโซเซียล บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร เพราะมี พรก.ฉุกเฉิน แล้ว จากเดิมที่ใช้กฏหมายปกติ ทุกคนจะต้องถูกตรวจสอบ และเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุมดำเนินคดีได้ ไม่ว่าจะเป็นการกักตุนสินค้าหรืออะไรต่างๆ รวมทั้งการขึ้นราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค จะมีความเข้มงวดไปเรื่อยๆต้องขอเตือนทุกคนไว้ด้วย ผมเข้าใจทุกคนรักประเทศหมด แต่ต้องรักในวิธีการที่ถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมายความเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องขอร้องอย่างเดียวในขณะนี้ ขอบคุณ
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ