25 มี.ค. 2563
11,414 ครั้ง

นายกฯ ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกข้อกำหนด 16 ข้อ มีผลบังคับใช้พรุ่งนี้

วันนี้ (25 มี.ค.) นายกรัฐมนตรี ออกข้อกำหนดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับที่ 1 ในการควบคุมสถานการณ์โรคโควิด-19 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ถึง 30 เมษายนนี้ ขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นทีมเดียวกับรัฐบาล ซึ่งเป็นมาตรการที่ยังไม่ใช่การประกาศเคอร์ฟิว หรือห้ามออกจากบ้านทั้งหมด แต่ห้ามเฉพาะประชาชน 3 กลุ่มที่เป็นผู้สูงอายุ เด็ก และมีโรคประจำตัว ห้ามออกจากบ้าน ส่วนคนไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศผ่านทางสนามบินได้ แต่ปิดประเทศสำหรับชาวต่างชาติ และในการเดินทางข้ามจังหวัดทำได้ แต่จะมีด่านตรวจ ขณะที่สถานที่ราชการ ร้านอาหาร ยังเปิดได้ปกติแต่เป็นการซื้อกลับบ้านเท่านั้น
 
 
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่ารัฐบาลจำเป็นต้องใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อเข้ามาควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและการกักตุนสินค้าที่จำเป็น จึงต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ถึง 30 เมษายน ทั่วทั้งประเทศ
 
ซึ่งนายกรัฐมนตรี เป็นประธานศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินโรคโควิด-19 โดยให้ปลัดกระทรวงมารับผิดชอบตามงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับทหารและตำรวจ จึงขอความร่วมมือประชาชนในการเป็นทีมเดียวกันกับรัฐบาลฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้
 
ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงข้อกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มี 16 ข้อที่ห้ามทำ ให้ทำ และควรทำ โดยยืนยันไม่มีการประกาศเคอร์ฟิว ไม่ได้ห้ามออกจากบ้าน ยังไม่ปิดประเทศเพราะยังให้คนไทยเข้ามาได้ แต่ปิดประเทศสำหรับชาวต่างชาติ ยังไม่ปิดเมือง สามารถเดินทางไปต่างจังหวัดได้ แต่ยากขึ้นเพราะจะมีด่านตรวจ
 
สำหรับ 16 ข้อกำหนดฉบับที่ 1 มีทั้งการห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยงตามที่จังหวัดต่างๆ กำหนดให้ปิด เช่นสถานบริการ สนามมวย และโรงภาพยนต์ และให้ทุกจังหวัดประกาศปิดสถานที่ที่เป็นการรวมกลุ่ม การปิดช่องทางเข้าประเทศ ตามด่านชายแดนที่ปิดไปแล้ว แต่สนามบินยังไม่ปิด เพราะยังต้องเปิดให้คนไทยได้กลับประเทศ แต่ ต่างชาติห้ามเข้า ยกเว้นบุคคลที่ได้รับการยกเว้นเช่น ทูตและองค์กรระหว่างประเทศ และการขนส่งสินค้ายังทำได้ ทั้งระหว่างประเทศและภายในประเทศ นอกจากนี้มีข้อห้ามการกักตุนสินค้า ห้ามการชุมนุม 
 
ห้ามการเสนอข่าวที่บิดเบือนในเรื่องโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งนายวิษณุ ยืนยันว่าไม่ใช่การละเมิดสิทธิเสรีภาพสื่อ แต่ขอความร่วมมือเฉพาะเรื่องนี้เพื่อป้องกันข่าวปลอม ส่วนมาตรการในการเตรียมการ ยังคงให้ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ เปิดทำการปกติ ทั้งโรงพยาบาล สถานีตำรวจ การไฟฟ้า น้ำประปา สำหรับประชาชนเน้นย้ำไปยัง ผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป กลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว กลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ห้ามออกจากบ้าน
 
ตลาดหลักทรัพย์ และสถาบันการเงิน ตู้เอทีเอ็ม การสื่อสารมวลชนโทรคมนาคมและไปรษณีย์การให้บริการขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า เพื่อการบริโภคอุปโภคการจัดหาและซื้อขายอาหาร ยังเปิดได้ตามปกติ แต่เป็นการซื้อกลับบ้าน  ยังเปิดให้วีซ่ากับชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในไทยได้ แต่ต้องทำตามมาตรการควบคุมโรค ในการเดินทางไปต่างจังหวัดยังทำได้แต่ต้องถูกตรวจตามด่านสกัดและขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคทั้ง 5 ข้อ ในการทำความสะอาดบ้านเรือน ให้ลูกจ้างสวมหน้ากากอนามัย มีเจลล้างมือ และทำตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม
 
สำหรับข้อกำหนดมาตรการพึงปฏิบัติสำหรับบุคคลบางประเภท โดยให้บุคคลที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อได้ง่ายอยู่ในเคหะสถาน หรือบริเวณสถานที่พำนักของตนเพื่อป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อจากภายนอก กรณี ผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปี ขึ้นไปนั้น พบว่ามีรัฐมนตรีที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป7คน โดยข้อห้ามดังกล่าว มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ปฏิบัติงาน ตามข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งต่างๆ ของทางราชการ หรือมีเหตุจำเป็นอื่น ๆ โดยได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ