26 มี.ค. 2563
2,226 ครั้ง

สธ.ขอผู้ป่วยอย่าปกปิดข้อมูล หลังบุคลากรการแพทย์ติดเชื้อ ราชทัณฑ์แจงผู้ต้องขังติดโควิด-19

วันที่ 25 มี.ค.2563 กระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ยืนยันพบผู้ป่วยเพิ่ม 107 คน รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม 934 คน รักษาหายกลับบ้านแล้ว 70 คน อาการหนักต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 4 คน  อยู่ รพ. 860 คน เสียชีวิต 4 ราย

 

โดยผู้ติดเชื้อเพิ่มแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 สัมพันธ์ผู้ป่วย/สถานที่เดิม จำนวน 27 คน คือจากสนามมวย 4 คน เป็นพนักงานขับรถ บขส. รับจ้าง อยู่ที่ กทม. สมุทรสาคร, สถานบันเทิง 5 คน เป็นคนเที่ยว นักร้อง นักดนตรี ประชาสัมพันธ์ เจ้าของ, ใกล้ชิดผู้ป่วยเดิม 14 คน เป็นพนักงานบริษัท นักศึกษา แท็กซี่ ผู้ต้องขัง ตำรวจ อยู่ที่ เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ภูเก็ต กทม. และร่วมพิธีทางศาสนาที่มาเลเซีย 4 คน ที่สงขลา ยะลา

 

กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ 13 คน คือ เดินทางมาจากตปท. 6 คน จากอังกฤษ ฟินแลนด์ เยอรมัน อเมริกา, ทำงานสถานที่แออัด/เกี่ยวข้องต่างชาติ 5 คน เป็นพนักงานบริษัท พนง.ร้านนวด แคชเชียร์ จนท.สนามบิน และแพทย์ 2 คน เป็นแพทย์ที่ผู้ป่วยมายอมรับภายหลังว่าไปเวทีมวยมา ทำให้แพทย์ติดเชื้อ และจำเป็นต้องกักตัวบุคลากรทางการแพทย์ที่ใกล้ชิด 25 คน เป็นแพทย์ 10 คน 

 

กลุ่มที่ 3 คือ ผู้ที่ได้รับการยืนยันพบว่าติดเชื้อ แต่ยังรอสอบประวัติ 67 คน

 

ด้าน นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ย้ำว่าประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา มีโอกาสนำโรคไปแพร่กระจายให้กับคนใกล้ชิด กระทรวงสาธารณสุขจึงสั่งการให้สาธารณสุขจังหวัด ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุข สำรวจผู้เดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อให้คำแนะนำปฏิบัติตัว แยกตัวเองอยู่บ้าน 14 วัน และประชาสัมพันธ์มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing อยู่ห่างกันประมาณ 1 ถึง 2 เมตร สวมหน้ากากอนามัย และต้องงดการรวมกลุ่มสังสรรค์ กิจกรรมต่าง ๆ

 

และหากพบผู้ป่วย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งมีความเสี่ยงสูง ถ้าป่วยมีโอกาสเสียชีวิต จึงอยากให้พบแพทย์ทันที อย่าปกปิดข้อมูล และขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรด้านสาธารณสุข ซึ่งวันนี้มีบุคลากรทางการแพทย์ 2 ราย ซึ่งมีประวัติว่าตรวจผู้ป่วย และสามีได้ไปสนามมวยมาก่อน แล้วมาให้ประวัติย้อนหลัง จึงทำให้บุคลากรทางการแพทย์ท่านนั้น ต้องได้รับเชื้อไปด้วย

 

ทั้งนี้ ที่บุรีรัมย์ พบวิสัญญีแพทย์ ติดเชื้อโควิด-19 แต่ไม่ได้เป็นการติดเชื้อจากผู้ป่วย โดยต้องกักตัวบุคลากรที่มีการสัมผัสใกล้ชิดเพื่อสังเกตอาการ ประมาณ 30-40 คน และที่ราชบุรี พบบุคลากรทางการแพทย์ ติดเชื้อโควิด-19 

 

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงกรณีมีผู้ต้องขัง ติดเชื้อโควิด-19 ระบุว่า เมื่อวันที่ 13 มี.ค. กรมราชทัณฑ์ได้รับฝากผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์รายหนึ่งจากกรมคุมประพฤติ ซึ่งถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจแห่งหนึ่งในข้อหาเสพยาเสพติด จึงควบคุมตัวไว้ ณ สถานที่เพื่อรอการตรวจพิสูจน์ (บริเวณข้างเรือนจำกลางคลองเปรม)

 

ต่อมาวันที่ 20 มี.ค. เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธาณสุข เข้ามาตรวจหาเชื้อโควิด-19 จากผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์รายดังกล่าว พบติดเชื้อโควิด-19 จึงประสานงานกับกรมคุมประพฤติ ขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว และนำส่งโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี เพื่อรักษาตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. ซึ่งจากการสอบสวนโรคพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จับกุมติดเชื้อโควิด-19

 

ส่วนเรือนจำกลางราชบุรี พบผู้ต้องขังรายหนึ่งเข้าข่ายต้องสงสัย ตรวจคัดกรองเบื้องต้นผลเป็นบวก ต้องรอการตรวจยืนยันผลอีกครั้งวันที่ 26 มี.ค. นอกจากนี้เรือนจำจังหวัดสระบุรี และเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา จากการสอบสวนโรคโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข พบมีผู้ต้องขังแห่งละ1 ราย เข้าข่ายต้องสงสัย เนื่องจากมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดเชื้อ จึงส่งตัวไปสังเกตอาการ รอการตรวจสอบ น่าจะทราบผลในวันนี้

 

ทั้งนี้ ​ในส่วนเรือนจำกลางเพชรบุรี และเรือนจำจังหวัดปราจีนบุรี ยังไม่พบผู้ต้องขังเข้าข่ายต้องสงสัย น่าจะเป็นความคลาดเคลื่อนของข่าว

ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/CQnQRYDGZH4

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ