08 เม.ย. 2563
997 ครั้ง

เทียบชัดๆ ภาพดอยม่อนจอง ก่อน-หลังถูกไฟป่าทำลาย ปัจจุบันกลายเป็นสีดำจากเถ้าไฟ

สภาพของดอยม่อนจอง ที่ตำบลแม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ที่เจ้าหน้าที่ สถานีควบคุมไฟป่าอมก๋อย และเจ้าหน้าที่ของเขตรักษาพันธุสัตว์ป่าอมก๋อย ถ่ายไว้หลังขึ้นไปช่วยกันดับไฟป่า ซึ่งเผาไหม้ในพื้นที่ของดอยม่อนจอง เป็นพื้นที่เกือบ 20 ไร่ จากที่เคยเป็นทุ่งหญ้าที่ราบสูงสีเขียวสด วันนี้กลายเป็นสีดำจากเถ้าไฟที่ถูกไฟป่าเผาหลาย จนกลายเป็นม่อนดอยมีดำ
 
 
ทั้งนี้ดอยม่อนจอง ที่อยู่ในความดูแลของ เขตรักษาพันสัตุ์ป่าอมก๋อย ถือเป็น จุดที่นักท่องเที่ยวผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่า ชื่นชอบมา ด้วยความสูงชัน และต้องใช้วิธีการเดินเท้าขึ้นไปในระดับความสูงถึง 1,929 เมตร ดอยม่อนจองจึง ติดอันดับ 1 ใน 10 ของยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย โดยจุดสูงสุดของ ดอยม่อนจอง เรียกว่า หัวสิงห์ เพราะมีลักษณะคล้ายหัวสิงโต ดอยม่อนจองยังเป็นแหล่งที่สัตว์ป่าอู่อาศัย เช่นกวางผา หรือ ม้าเทวดาและเลียงผารวมทั้งโขลงช้างป่า ซึ่งทางทีมเจ้าหน้าที่ที่ยึ้นไปยังพบกับกองของขี้ช้างที่ยังใหม่ๆอยู่เชื่อว่าโขลงช้างป่าจะหนีไฟป่าไปยังจุดที่ปลอยภัย
 
 
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำกระเช้าและเงินช่วยเหลือจาก นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบให้แก่นายไพโรจน์ ปัทมาถาวร เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าของสถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บระหว่างปฎิบัติหน้าที่กลางดึกของเมื่อคืนวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา ขณะออกไปตรวจสอบตอไม้ที่ลุกติดไฟ บริเวณด้านล่างวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร และถูกต้นไม้ร่วงหล่นลงมาฟาดตรงบริเวณไหล่ซ้ายและด้านหลัง ถูกนำตัวส่งไปรักษาโรงพยาบาลนครพิงค์และแพทย์อนุญาตให้กลับมารักษาตัวที่บ้านได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไป
 
 
ส่วนอีกหนึ่งเรื่องน่าเศร้า เจ้าซันนี่ลูกกระต่ายป่าอายุ 1 เดือน กระโดดหนีตายออกมาจากโพรงที่ถูกไฟไหม้ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวไปรักาาที่คลินิกรักษาสัตว์นาน 5 วัน ล่าสุดเจ้าซันนี่ตายแล้วจากอาการสาหัสที่ถูกไฟไหม้ที่บริเวณขา ขณะที่เพจ Wildlife Clinic Chiangmai ได้โพสต์ขอรับบริจาคยาเวชภัณฑ์ และสิ่งของเพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าภาคเหนือให้แก่คลินิกสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทุกท่าน
 
 
ขณะที่นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จังหวัดเชียงราย ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ โรจนโสทร รองผู้ว่าราชการ จังหวัดเชียงราย พันเอกพสิน แสงคำ รอง ผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ได้เรียกประชุมนายอำเภอทั้ง 18 อำเภอของ จ.เชียงราย และหน่วยทหารที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงราย ประกอบด้วย ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง ฉก.ทพ.31 กองกำลังผาเมือง ร.17 พัน.3 ในพระองค์ฯ มณฑลทหารบกเชียงรายที่ 37 ร้อย ตชด.327 อ.แม่จัน จ.เชียงราย ร่วมประชุมเพื่อกำหนดมาตรการในการลาดตระเวณเพื่อป้องกันไฟป่าและจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่จุดไฟเผา
 
 
หลังจากตั้งแต่วันที่ 1-7 เม.ย.นี้ดาวเทียมระบบเวียร์ได้ตรวจพบจุดความร้อนหรือฮอตสปอตในพื้นที่มากถึง 1,599 จุด และระบบโมดิฟวัดได้ 248 จุด มีการจับกุมดำเนินคดีกับผู้เผาไปแล้ว 45 คดี และมีผืนป่าและพื้นที่ทางการเกษตรที่ถูกเผาคาดว่ามีประมาณ 15,000 ไร่ ปัจจุบันยังมีการคุกรุ่นของไฟในหลายจุดและเมื่อเข้าไปดับแล้วก็เสี่ยงต่อการลุกไหม้เพราะสภาพพื้นที่แห้ง
 
 
โดยในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดไฟป่าขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นเหตุให้มีประชาชนจิตอาสาพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง เสียชีวิต 1 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกมากมาย และผลกระทบที่ได้คือหมอกควันและฝุ่นละอองซึ่งผลการวิเคราะห์แล้วพบว่าสาเหตุเกิดจากมีคนไปจุดไฟเผาแน่นอน ดังนั้น จ.เชียงราย จึงใช้มาตรการด้วยการเน้นการป้องปรามและจับกุมดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยกรณีผู้ที่เผาป่านั้นสามารถจับกุมดำเนนคดีแล้วหลายราย 
 
 
ล่าสุดขณะเข้มงวดอย่างหนักในวันที่ 7 เม.ย.นี้ขณะที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่กรณ์ อ.เมืองเชียงราย ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา ทำแนวกันไฟก็พบชาย 1 คน ก็ได้พบรายล่าสุดกำลังเผาป่าพื้นที่หมู่ 4 ต.แม่กรณ์ อ.เมืองเชียงราย จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดีแล้ว โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-7 เมษายน 2563 จับกุมผู้กระทผิดเผาป่า ได้ 7 ราย ส่วนใหญ่เผาเพื่อหาของป่าหรือผึ้งป่าเพราะคนหาผึ้งป่าจะต้องเผาวัชพืชจากใต้ลำต้นแล้วขึ้นไปเอาผึ้งแต่ไฟลุกลามโดยที่ตัวเองก็ลงมาดับไม่ทันจนเกิดลุกลามในที่สุด ส่วนชุดทหารที่ส่งเข้าพื้นที่ 30 ชุดนั้นเพื่อเน้นการจับกุมดำเนินคดีผู้ลักลอบเผาอย่างเด็ดขาด
 
 
 
 
 
 
 
รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/s9teLUy4r1I
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ