17 พ.ค. 2563
661 ครั้ง

'วิษณุ' รับ นายกฯ สั่งเปรียบเทียบ กม. รองรับ หากยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีกรณีให้ไปพิจารณาศึกษาเปรียบเทียบความจำเป็นในการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กับการใช้กฎหมายปกติ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ว่า นายกรัฐมนตรี ให้มีการไปเปรียบเทียบว่าหากมีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วจะมีกฎหมายใดมารองรับ และจะทำให้เกิดผลดีหรือผลเสียต่อการควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งในความเป็นจริงหากมีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ก็ยังมีในส่วน พ.ร.บ.โรคติดต่อ ที่ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดในการบริหารจัดการ แต่อำนาจการบริหารจัดการของผู้ว่าราชการจังหวัด อาจเกิดความลั่กหลั่น ได้ รวมถึงมาตรการการช่วยเหลืออื่นๆ เช่นการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ในพื้นที่ ก็เกินความสามารถของจังหวัด ดังนั้นซึ่งจำเป็นที่จะต้อง มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุม พ.ร.บ.โรคติดต่อ เพื่อให้ รัฐบาลเข้าไปดูแลช่วยเหลือ 
 
 
อย่างไรก็ตามไม่มีความเป็นไปได้ที่จะใช้กฎอัยการศึกหรือพ.ร.บ.ความมั่นคงมาใช้แทน นายวิษณุ ยังอธิบายว่าการให้อำนาจผู้ว่าฯ บริหารจัดการ อาจเกิดความลักลั่นได้ เช่น บางจังหวัดอาจตึงแต่บางจังหวัดอาจหย่อนยาน เช่น ภูเก็ต กระบี่ และพังงา ที่เคยเกิดปัญหาก่อนหน้านี้ที่คนมีการโยกย้าย จึงจำเป็นใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาคุมอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลจึงใช้กฎหมายทั้งสองฉบับนี้คู่ขนานกันมาตลอด หากเลิกประกาศใช้พ.ร.บ.ฉุกเฉินก็จะเหลือพ.ร.บ.โรคติดต่อเท่านั้น หากคิดว่าเอาสถานการณ์อยู่ก็โอเค ถ้าคิดว่าเอาไม่อยู่ก็ต้องใช้กฎหมายสองชั้นซ้อนกันอยู่ เพียงแต่การประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 
 
 
ทำให้รัฐมีอำนาจในการประกาศใช้ข้อกำหนดถึง 9 ข้อซึ่งวันนี้ได้ใช้ครบทั้ง 9 ข้อแล้ว แต่บางโอกาสก็อาจจะใช้เพียง 1-2 ข้อกำหนดก็ได้ เหมือนกับมีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อควบคุมการชุมนุม ก็ไม่ได้ประกาศใช้ข้อกำหนดครบทุกข้อ นำมาใช้เพียงบางข้อเท่านั้น เช่นเดียวกับการแพร่ระบาดโควิด หรือเมื่อมีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็อาจไม่ประกาศข้อกำหนดใดๆ เลยก็ได้ แต่เหตุที่ต้องประกาศไว้เนื่องจากหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินก็สามารถนำข้อกำหนดมาใช้ได้ทันที แต่หากเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินก็สามารถทำได้ถ้าคิดว่าสถานการณ์ไว้วางใจได้ ถ้าเลิกไปเลยก็ได้ ถ้าคิดว่าสถานการณ์มันไว้วางใจได้ เหมือนกับที่ฝ่ายค้านออกมาระบุพ.ร.บ.โรคติดต่อก็อาจเพียงพอ แต่กลัวอย่างเดียวคือ 77 มาตรฐาน 
 
 
อีกทั้งพ.ร.ก.ฉุกเฉินนี้ยังเป็นการช่วยงานผู้ว่าฯ ด้วย โดยเฉพาะเรื่องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการที่จังหวัดนั้นปิดกิจการต่างๆ ซึ่งผู้ว่าฯ ไม่สามารถตามไปรับผิดชอบที่เกิดขึ้นตามมาทั้งหมดนี้ได้ โดยสิ่งเหล่านี้ก็จะวิ่งมาหาให้รัฐบาลช่วยเหลือ ดังนั้นในวันนี้รัฐบาลก็ต้องมาหารือว่าควรขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปอีกหรือไม่ ซึ่งยังมีเวลาอีก 15 วัน นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกรณีสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ออกประกาศให้เลื่อนการเปิดสนามบินออกไปอีก 1 เดือน ว่า มาตรการดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่เป็นการมองว่า อาจเป็นความเสี่ยงที่จะนำเชื้อเข้ามาในประเทศ ซึ่งหากยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ก็ยังสามารถควบคุมการบินได้ เพราะยังถือเป็นจุดเสี่ยง
 
 
ขณะที่นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยข้อมูลสถิติคดีความผิดตามพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นทั่วประเทศ ซึ่งศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรม ได้รวบรวมสถิติคดีดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ภายหลังรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว ห้ามบุคคลใดออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00 น. ถึงเวลา 04.00 น. โดยไม่มีความจำเป็น เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยภาพรวมสถิติคดีสะสมตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม - 15 พฤษภาคม 2563 มีจำนวนคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาล ดังนี้
 
 
กลุ่มศาลอาญา ศาลจังหวัด และศาลแขวง
1. จำนวนคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณา ทั้งหมด 8,990 คดี
2. จำนวนคดีที่พิพากษาแล้วเสร็จ ทั้งหมด 8,756 คดี (คิดเป็นร้อยละ 97.40)
3. ข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด คือ ฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 จำนวน 12,116 คน
4. จังหวัดที่มีผู้กระทำความผิดสูงสุดในการฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 คือ กรุงเทพมหานคร จำนวน 964 คน
 
 
กลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว
1. จำนวนคำร้องที่ขอตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 496 คำร้อง
2. ข้อหาที่เข้าสู่การตรวจสอบจับกุม สูงสุด คือ ฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 จำนวน 530 คน
 
 
นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า ภายหลังจากที่มีการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อพิจารณาปริมาณคดีที่เข้าสู่ศาล ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม - 15 พฤษภาคม 2563 มีจำนวนเฉลี่ย 599 คดี/วัน จังหวัดที่ยังพบว่ามีการกระทำผิด ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ สูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร จำนวน คน 964 คน
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/sWlmZvxS3Zc
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ