21 พ.ค. 2563
1,965 ครั้ง

กว่าจะมาเป็น Digital Performance Agency แบบ iProspect

         หลายคนในแวดวง Online Marketing หรือคนที่ทำ Digital Marketing อาจจะไม่เคยได้ยินคำว่า Digital Performance Agency มาก่อน...แล้วมันต่างกับคำว่า Digital Agency ธรรมดาอย่างไร?
 
        “ย้อนกลับไปในช่วงปี 2000 ที่ Google สามารถล้มแชมป์ Yahoo ขึ้นมาเป็น Search Engine อันดับหนึ่งของโลก”
 
         สิ่งที่ Google เข้ามา Disrupt ตลาดในยุคนั้นก็คือ การคิดค่าโฆษณาแบบเน้นคุณภาพ คือ CPC (Cost-per-Click) ซึ่งในยุคนั้น ทุกอย่างเป็น Fix Price หรือ CPM (Cost-per-Mill) เท่านั้น ...ทำให้เกิด concept ใหม่ในการลงโฆษณานั่นก็คือ ไม่ Click ไม่เสียตังค์ ซึ่งเป็นมิติใหม่ของการลงโฆษณา Online ในยุคนั้น
 
ก้าวแรกของ Digital Performance Agency
 
                ในปี 2005 Google ได้เข้าไปซื้อบริษัท Urchin เพื่อเอามาแจกฟรีในรูปแบบของบริการที่เรียกว่า Google Analytics เพราะต้องการให้บรรดา Advertiser สามารถวัดผลการลงโฆษณาในรูปแบบของ CPC ได้อย่างละเอียดที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีในยุคนั้นจะทำได้ (เพราะ Google ต้องการประกาศให้โลกรู้ว่า SEM ของนางมีประสิทธิภาพดีที่สุดแล้วนั่นเอง) ซึ่งนั่นถือเป็นก้าวแรกที่มี Digital Performance Agency ได้เริ่มถือกำเนิดขึ้น
 
Flexmedia มุ่งต่อยอดความสำเร็จของ Digital Performance Agency
 
                ในปีเดียวกัน Flexmedia ได้เปิดตัวเป็น Digital Performance Agency เจ้าแรก ๆ ของประเทศไทย และด้วยผลงานด้าน Digital Performance Media อันโดดเด่น จนทำให้ในปี 2015 Dentsu Aegis Network จึงได้ทำการซื้อกิจการ Flexmedia เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ iProspect Thailand เพื่อต่อยอดความสำเร็จของการทำ Digital Marketing ที่โฟกัสในด้าน media สำหรับ E-commerce และ โฟกัสที่ CPA (Cost-per-action) เป็นหลัก
 
หลักการของ Digital Performance Agency
 
1. การวางแผนตั้งต้นมาจาก Target CPA ที่ต้องการ
2. แล้วถอยไปหา Conversion Rate และ Click-Through-Rate (CTR) ที่เหมาะสม
3. จนกระทั่งได้ Budget Allocation ของ Media แต่ละตัวออกมา
4. แล้วหา Optimum Level ของ Media แต่ละตัว ที่จะทำให้เกิดยอดขาย หรือ Conversion สูงสุด
 
                วิธีการนี้จะแตกต่างจาก Digital Media สาย Awareness เป็นอย่างมาก เพราะการ Plan Media ของสาย Awareness นั้น จะเน้นการใช้ Reach & Frequency เข้ามาคำนวณหา Maximum หรือ Optimum Reach แล้วจึงค่อยแบ่งเงินไปที่ Media แต่ละตัว ซึ่งนั่นแปลว่า การ Plan Media สาย Awareness นั้นสามารถสร้าง CTR ที่สูง และ CPM ที่ได้ราคาดี แต่กลับไม่สามารถโฟกัสที่ยอดขาย เพราะ ไม่ได้เอา conversion rate เข้ามาใส่ ในสมการของการ Plan Media.
 
iProspect Thailand ผู้นำเรื่องการ Plan Media เพื่อ E-commerce
 
                และนี่คือจุดแข็ง และความแตกต่างของ iProspect Thailand ที่ตลาดให้การยอมรับว่าเป็นผู้นำของเมืองไทย ในเรื่องของการ Plan Media เพื่อ E-commerce ไม่ว่าจะเป็นการ Plan แบบ Cost-per-sale หรือ Cost-per-lead ซึ่งมี Agency เพียงไม่กี่รายเท่านั้น ที่จะสามารถคำนวณออกมาได้อย่างแม่นยำ และลงโฆษณาให้มี Performance คงที่ตลอดทั้งปี นั่นจึงทำให้ iProspect มีลูกค้า E-commerce ในแทบจะทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น อสังหาริมทรัพย์, รถยนต์, ประกันสารพัดรูปแบบ, โรงแรม, beauty product และ ธุรกิจ Retails ต่างๆ
 
                ปัจจุบัน ทาง iProspect Thailand มีทีมเฉพาะที่ให้บริการด้าน Big Data และ Analytics Services ซึ่งนอกจากบริษัทจะมีศักยภาพในการซื้อ Digital Performance Media แล้ว ยังได้สร้าง Tools ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Rename.ly, PDPA Solution, LINE OA Integration รวมไปถึงพัฒนาระบบ Hi-speed SEO ที่ช่วยให้ลูกค้าของ iProspect มีความได้เปรียบในการทำ E-commerce อยู่ตลอดเวลา…
               
สนใจรายละเอียด โปรดติดต่อที่เว็บไซต์ iProspect-th (https://www.iprospect-th.com/)
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ