21 พ.ค. 2563
7,073 ครั้ง

ระดม จนท.หาเสื้อ 'น้องชมพู่' แต่ยังไม่เจอเบาะแสเพิ่ม ด้านแม่มั่นใจลูกไม่ได้เดินขึ้นเขาเอง

พ่อและแม่น้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ 2 เดือนที่เสียชีวิตหลังจากหายออกจากบ้านได้ 4 วัน มั่นใจว่าบุคคลที่พาน้องออกจากบ้าน อาจไม่ใช่คนต่างถิ่น และไม่ทางที่จะเดินออกจากบ้านไปเอง ส่วนจะเป็นใครนั้น มั่นใจว่าตำรวจจะติดตามตัวได้ ขณะที่การกระจายกำลังหาเสื้อกล้ามสีขาว ของน้องชมพู่ที่ใส่ในวันเกิดเหตุ จนถึงขณะนี้ยังไม่พบ
 
 
เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ร่วมกับชาวบ้านในตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง มุกดาหาร กระจายกำลังเป็น 3 สาย เพื่อออกเดินจากด้านหลังหมู่บ้าน และใกล้บ้านครอบครัวน้องชมพู่ หรือเด็กหญิงอรวรรณ วัย 3 ขวบ เพื่อขึ้นไปบนเขาป่าภูเหล็กอีกครั้ง เป้าหมายคือเพื่อหาเสื้อกล้ามสีขาว ลายมิกกี้เมาส์สีแดง ที่น้องชมพู่ใส่ในวันที่หายตัวไป และเมื่อพบร่างก็ไม่พบว่าน้องชมพู่ ไม่ได้สวมเสื้อ ส่วนกางเกง และรองเท้า ก็ถอดทิ้งอยู่ห่างกัน 
 
 
เส้นทางที่เจ้าหน้าที่เดินขึ้นเขา 3 สายมีสุนัขดมกลิ่นตามไปด้วย เพื่อหวังจะให้ได้หลักฐานเพิ่มเติม  อย่างไรก็ตาม หลังเจ้าหน้าที่เดินเท้าค้นหาราว 3-4 ชั่วโมง พร้อมจับจีพีเอส ระยะทางห่างจากบ้านถึงจุดพบศพ ราว 1700 เมตร ก็ยังไม่พบเสื้อหรือวัตถุพยานอย่างอื่น แต่ถึงที่สุดเจ้าหน้าที่ได้สำรวจเส้นทางขึ้นเขาอย่างละเอียด ซึ่งสภาพโขดหิน ความสูงชันเช่นนี้ ไม่อาจทำให้เด็กหญิง 3 ขวบ เดินขึ้นมาเองลำพัง 
 
 
อีกด้านหนึ่ง เมื่อสังเกตภูมิประเทศ อย่างละเอียดจะพบว่า บ้านของครอบครัวน้องชมพู่ และบ้านของญาติ ซึ่งเป็นจุดที่น้องชมพู่ เล่นอยู่ก่อนหายไปนั้น อยู่ท้ายหมู่บ้าน มีเพียงถนนรอบหมู่บ้านที่วกเข้าใจกลางหมู่บ้าน และถัดจากนั้นก็เป็นไร่มันสำปะหลัง และทางขึ้นเขา
 
 
แม่ของเด็กหญิงชมพู่บอกว่า โดยปกติแล้ว แทบไม่มีคนต่างถิ่นที่จะผ่านเข้ามา ยกเว้นรถยนต์ที่หลงทาง หรือรถขายไข่ไก่ ซึ่งก็มาเดือนละไม่กี่ครั้ง นอกจากนี้ น้องชมพู่ ไม่ใช่เด็กที่จะยอมให้ใครอุ้มง่ายๆ จึงแทบจะตัด คนแปลกหน้าออกไปได้ แต่ที่สุดแล้วจะเป็นใครนั้น ยังเชื่อมั่นตำรวจจะหาหลักฐานได้
 
 
ขณะที่ด้านสืบสวนตำรวจ ยังเน้นการเดินเท้า หาข้อมูลจากคนในชุมชน เพื่อสอบถามข้อมูลแวดล้อมอื่นๆ โดยเฉพาะตัวบุคคลที่อาจเข้ามาเกี่ยวพันกับสถานที่ละแวกบ้านของครอบครัวน้องชมพู่ และบนภูเขาที่พบร่าง โดยมีรายงานว่าตำรวจมีตัวบุคคลผู้ต้องสงสัย อย่างน้อย 5-7 คน แต่จะทยอยตัดผู้ที่มีเกี่ยวข้อง หรือมีความเป็นไปได้น้อยที่สุดออกไป โดยยึดหลักฐานจากการสืบสวนเป็นหลัก และเมื่อได้หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมแล้ว จะทำให้กลุ่มผู้ตองสงสัยแคบลง
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ