22 พ.ค. 2563
2,280 ครั้ง

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 22 พ.ค.63 ชงเสนอยืด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-ตร.ช็อกหัวใจวายตาย ขณะจับคนร้าย-พานาโซนิคย้ายฐานผลิตไปเวียดนาม

-อินเดียและบังกลาเทศสังเวย พายุไซโคลนอำพันพุ่ง 85 ศพ นับเป็นพายุรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีของอินเดีย พัดขึ้นชายฝั่งรัฐเบงกอล ตะวันตก ด้วยความเร็วลม 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่เมืองกัลกัตต้า เมืองเอกของรัฐเบงกอล ตะวันตก อาคารบ้านเรือนพังเสียหาย หลังคาของอาคารถูกลมพัดปลิวไปทั้งหลัง ต้นไม้หักโค่นล้มระเนระนาด มุขมนตรีแห่งรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย ระบุว่า ไซโคลนอำพัน เป็นภัยพิบัติรุนแรงและน่าวิตกกังวลกว่าโควิด-19

 

ด้านกรมอุตุฯของไทยระบุ ล่าสุดไซโคลนอำพัน ได้อ่อนกำลังเป็นพายุดีเปรสชั่น ขณะมุ่งหน้าไปบังคลาเทศ มีแนวโน้มอ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำและสลายตัวในระยะต่อไป แต่ภาคเหนือ-ตะวันออก-ใต้ฝั่งตะวันตก ยังมีฝนตกหนัก และระวังน้ำป่าไหลหลาก

 

ล่าสุดอธิบดีกรมชลประทานระบุ ปีนี้มีพายุโซนร้อนเข้าไทย1-2ลูก ช่วงเดือนส.ค.-ต.ค. แนวภาคเหนือและอีสาน คาดการณ์ฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5-10% โดยเป็นค่าเฉลี่ยรูปแบบใหม่ หรือ New Normal ในสภาพอากาศแปรปรวน

 

-สมช.ชงเข้าที่ประชุม สมช.วันนี้เสนอยืด พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก สิ้นเดือนหน้า ลุ้นลด-คงเวลาเดิมเคอร์ฟิว เตรียมหารือกิจกรรมผ่อนคลายเฟส 3 สัปดาห์หน้าในที่ประชุม ครม. พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขา สมช.ระบุแม้สถานการณ์ในไทยดีขึ้น แต่ทั่วโลกยังน่าห่วง ต้องระวังไม่ให้ติดเชื้อระลอก 2 จึงเห็นชอบขยายเวลาประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยจะเสนอเข้าที่ประชุมใหญ่ ศบค. 22 พ.ค. และเสนอต่อที่ประชุมครม.วันที่ 26 พ.ค. ยืนยันว่าการขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่มีนัยยะทางการเมือง

 

-มาแล้ว เป็นไปตามคาด ผู้ป่วยรายใหม่โควิด-19 ของไทย สัมพันธ์กับการปลดล็อคดาวน์ พบผู้ป่วยใหม่ 3 ราย รายที่ 1 ชายไทย อายุ 72 ปี มีโรคประจำตัวเบาหวาน-มะเร็งปอด เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งเมื่อ 4 วันที่แล้วใน กทม. มีประวัติตัดผมที่ร้านย่านประชาชื่น ต่อมามีไข้ เสมหะ ก่อนตรวจพบเชื้อ

 

รายที่ 2 ชายอายุ 42 ปี สัญชาติเยอรมัน ไม่มีโรคประจำตัว มีประวัติเดินทางไปชัยภูมิ ตั้งแต่ 30 เม.ย. -16 พ.ค. มีประวัติเดินห้างเข้าห้างที่ชัยภูมิ

 

รายที่ 3 หญิงไทย อายุ 25 ปี เดินทางกลับจากฟิลิปปินส์ กักตัวในสถานกักกันของรัฐ แต่ไม่มีอาการใดๆ

 

ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล กล่าวว่า ไทม์ไลน์ผู้ป่วยใหม่มีความเสี่ยง ไปร้านตัดผมที่เพิ่งผ่อนปรนได้ 2 วัน และไปห้าง ถือว่าเป็นการติดเชื้อในชุมชน ภายในประเทศ และมีกิจการที่สัมพันธ์กับมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 1 และระยะ 2 โดยเป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเกิด ทั้ง2 รายนี้ไม่สัมพันธ์กับผู้ป่วยก่อนหน้า แต่เกิดจากช่วงการเปิดกิจการกิจกรรม ย้ำการ์ดต้องไม่ตก ต้องล้างมือไม่ตลอด สวมหน้ากากอนามัย

 

-โรงงาน Panasonic (พานาโซนิค) เตรียมปิดโรงงานผลิตเครื่องซักผ้าและตู้เย็นในไทย ย้ายไปฐานการผลิตใหม่ที่กรุงฮานอย เวียดนาม เพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยโรงงานจะปิดทำการช่วงมีนาคม ปี 2021 รวมถึงศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ส่งผลพนักงานราว 800 คน จะถูกปลด โดยพนักงานจะได้รับความช่วยเหลือด้านต่างๆ รวมถึงการหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมภายในองค์กรต่อไป

 

ด้านน.ส.ศิริรัตน์ ยงค์เจริญชัย ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พานาโซนิค แมนเนจเม้นท์ ประเทศไทย จำกัด แจง  บริษัทได้มีการแจ้งยกเลิกจ้างให้พนักงานรับทราบล่วงหน้าไปแล้วตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นพนักงานโรงงานผลิตตู้เย็นและเครื่องซักผ้า 760 คน และทีมวิจัยและพัฒนาอีก 40 คน ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมาย พร้อมกับมอบเงินเยียวยาพิเศษให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

-มติ ป.ป.ช.สั่งไต่สวน นายกฯ อบจ.ลำพูน ปมจัดซื้ออุปกรณ์ ชุดของใช้ประจำวัน Care Set มอบให้ผู้สูงอายุ วงเงิน 16,343,000 บาท พบจัดซื้อแพงเกินราคาท้องตลาด หลังถูกร้องเรียน ถูกตั้งคำถามถึงความจำเป็นของที่แจก

 

โฆษก ป.ป.ช. แถลงผลการตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่า ในขั้นตอนการจัดซื้อของ อบจ.ได้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง คือ แจ้งกับร้านขายสินค้า 5 แห่ง และมี 3 แห่งมายื่นเสนอราคาเท่ากัน และทาง อบจ.ได้เลือกมาแห่งหนึ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ชุด Care Set ที่มีการจัดซื้อ มีราคาสูงกว่าราคาจริง จัดซื้อไปในราคาชุดละ 590 บาท แต่จากการไปตรวจสอบราคาสินค้าดังกล่าวจากทั้งหมด 25 ร้าน พบว่ามีราคาเฉลี่ยเพียง 315.55 บาทเท่านั้น ป.ป.ช. จึงมีมติให้ตั้งองค์คณะเพื่อมาไต่สวนความผิด และ แจ้งข้อกล่าวหากับนายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายก อบจ.ลำพูน กับพวกรวม 18 ราย

 

-สาวประเภทสองผวา ขึ้นรถโดยสารเจอหนุ่มหื่น แลบลิ้นปลิ้นตาทำท่าขยำอก สุดท้ายงัดเจ้าโลกโชว์ช่วยตัวเองต่อหน้านานกว่า 20 นาที  เมื่อถึงจุดที่ต้องลงรถ ชายคนดังกล่าวยังเดินตามประกบทางด้านหลัง แล้วพยายามจะเอามือมาโอบเอว พูดชวนไปมีเพศสัมพันธ์ โชคดีที่รีบวิ่งลงรถและขึ้นแท็กซี่ทัน ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้ตะโกนบอกคนขับรถ เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย เพราะจากระยะในรถไปถึงคนขับก็ไกลพอสมควร เมื่อตั้งสติได้จึงพยายามแอบถ่ายคลิปไว้ จากนั้นจึงนำคลิปหลักฐานเข้าแจ้งความ

 

-ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 สั่งย้ายแล้ว 3 นายตำรวจ เซ่นปมเรียกเงินพ่อค้าหอยแครง 5 ล้านบาท ที่สุราษฎร์ธานี พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง หากพบผิดจริงจะดำเนินคดีทั้งอาญาและทำโทษทางวินัย ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่า มีนายตำรวจใหญ่ระดับรองผู้บังคับการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

 

ด้านผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ให้ดำเนินคดีอาญากับตำรวจทั้ง 3 นาย ในข้อหากรรโชกทรัพย์และประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เรียกร้องให้นายกฯและ สตช.จัดการ

 

ขณะที่นายเกียรติศักดิ์ เกษมพันธ์กุล ประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ความเป็นจริงแล้วชาวบ้านสามารถจับหอยแครงที่เกิดในพื้นที่สาธารณะได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ห้ามนำเครื่องมือชนิดหนึ่งชนิดใดประกอบกับเรือกลทำการประมง

 

-ชายวัย 48 ผู้ต้องหาคดีปล้นเงินล้านสหกรณ์การเกษตรเชียงแสน จ.เชียงราย 1,050,000 บาท แขวนคอตายที่โรงเลี้ยงวัวของพี่ชายที่ จ.พะเยา หลังหนีกบดานและถูกเจ้าหน้าที่ออกตามล่า พี่ชายออกตามหาจะพาไปมอบตัวแต่ไม่พบ สันนิษฐานว่าน่าจะมีความเครียด จากเหตุการณ์และหาทางออกไม่ได้ จึงตัดสินใจดังกล่าว โดยคดีนี้ก่อนหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้ก่อนหน้านี้ได้แล้ว 1 คน

 

-รวบแล้วสาวแสบวัย 30 ข้างห้อง ทำทีเป็นคนดีช่วยกดเงินเยียวยาคุณลุงวัย 63 ปี โดยกดเงินไป 1 หมื่นแต่ให้ลุงแค่ 2,000 บาท ก่อนชิ่งหนีหาย พบหลบหนีไปอยู่ที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี อ้างตอนกดมีผู้ชายที่ไม่รู้จักไปด้วย อ้างว่ารู้จักลุงเล็กเจ้าของเงิน ตนจึงฝากเงิน 8,000 บาท ไปให้ลุง แต่ได้ยืมมา 4,000 บาท ไม่รู้ว่าชายคนนั้นนำเงินไปให้ลุงเล็กหรือไม่

 

ตร.ไม่ปักใจเชื่อ โดยแจ้งข้อหาลักทรัพย์ และนำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ด้านลุงเล็ก บอกว่า ตอนนี้มีกำลังใจมากขึ้น แต่ทำใจแล้วว่าคงไม่ได้เงิน 8,000 บาทคืน ทำให้ต้องดิ้นรนทำงานต่อ ตอนนี้ค้างจ่ายค่าห้องมา 3 เดือน

 

-ลุงวัย 58 ปี ถือไม้ไผ่บุกไปหาเจ้าของบ้านเช่า วัย 57 ปี เปิดห้องมาเจอเมียกับเจ้าของหอเปลือยกายล่อนจ้อน สุดทนใช้ไม้ทุบกิ๊กเมียไม่ยั้งตายคาห้อง ส่วนเมียขวัญผวาคว้าเสื้อผ้าวิ่งกระเจิง เมียยอมรับแอบคบกิ๊ก จริงๆผัวก็รู้มาเป็นปีแล้ว เรื่องแค่นี้ไม่น่าถึงกับต้องฆ่ากันตาย ตร.ตามจับสามีก่อเหตุได้สภาพยังเมา สารภาพทำเพราะแค้น ยิ่งทำเป็นไม่รู้เหมือนย่ามใจ ตนยอมรับผิดคนเดียว เมียไม่เกี่ยวเพราะยังรักอยู่

 

-รองสารวัตร สภ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ไล่จับคนร้าย ตะครุบตัวได้ แต่ตัวเองช็อกเกร็ง ล้มลงกับพื้น เพื่อนตำรวจช่วยปฐมพยาบาล พบหัวใจวายสุดท้ายเสียชีวิต ด้านภรรยาบอกสามีมีโรคประจำตัว แต่รักษาคุมอาการได้ กินยาตลอด แม่เผยลุกชายเพิ่งขอย้ายมาดูแลแม่ที่เป็นโรคไต ยังทำใจไม่ได้ แต่ก็ภูมิใจที่ลูกทุ่มเททำงานถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/h2qgfiNYvNE

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ