22 พ.ค. 2563
510 ครั้ง

ที่ประชุม ศบค. เห็นชอบขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน

วันนี้ (22 พ.ค.) ที่ประชุม ศบค. มีมติให้ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน และเตรียมผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ระยะ 3 ในวันที่ 1 มิถุนายน นี้ โดยวันนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม
 
 
นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. แถลงวันนี้ ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ทำให้ผู้ติดเชื้อสะสมคงอยู่ที่ 3,037 คน รักษาหายเพิ่ม 13 คน รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 71 คน และไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยังคงอยู่ที่ 56 คน แต่ยังมีรายงานจาก State Quarantine ที่รอการยืนยันผลอีก 2 คน ซึ่งเดินทางจากประเทศอิยิปต์ และอินเดีย
 
 
ส่วนการประชุม ศบค.ชุดใหญ่วันนี้ เห็นชอบเสนอต่อที่ประชุม ครม.ให้ขยายประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปถึงวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ตามที่ พลเอกสมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงเสนอ โดยย้ำเหตุผล 3 ข้อ คือ 
1.เพื่อให้มีเอกภาพ รวดเร็ว มีความต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานกลางในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ 
2.เพื่อเตรียมการรองรับการผ่อนคลายระยะ 3 และ4 ซึ่งกิจกรรมและกิจการที่จะผ่อนคลายล้วนมีความเสี่ยงสูง จึงต้องมีกฎหมายมากำกับการบริหารจัดการให้เป็นระบบ 
3.สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคยังไม่สิ้นสุด หลายประเทศยังมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก 
 
 
ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาไทม์ไลน์การผ่อนคลายระยะ 3 และกำหนดเริ่มผ่อนคลายในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ 
 
 
ขณะที่นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไปกลุ่มควบคุมโรค เปิดเผยผลการสอบสวนโรคของผู้ป่วยโควิด-19 สองรายที่พบเมื่อวานนี้ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 
 
 
พบว่าผู้ป่วยชายไทย อายุ 72 ปี มีโรคประจำตัวมะเร็งปอด และเบาหวาน มีประวัติไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายแห่ง และเดินทางไปตัดผมแถวประชาชื่น ต่อมามีอาการไข้ ไอ มีเสมหะ ก่อนจะเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในวันที่ 20 พฤษภาคม โดยมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เดินทางออกนอกบ้าน 
 
 
ส่วนผลการสอบสวนโรคที่ร้านตัดผม ในวันที่ผู้ป่วยเข้าใช้บริการไม่มีลูกค้ารายอื่น มีเพียงพนักงานให้บริการซึ่งพบว่าสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา จึงจัดเป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำอยู่ระหว่างการติดตามอาการ ส่วนสมาชิกในครอบครัว 2 – 3 คน อยู่ระหว่างรอผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ คาดว่าผู้ป่วยรายนี้อาจได้รับเชื้อระหว่างเดินทางไปยังโรงพยาบาล
 
 
ส่วนรายที่สองเป็นชายชาวเยอรมันอายุ 42 ปี เดินทางมาประเทศไทยช่วงปลายเดือนมกราคม และได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านภรรยาที่จังหวัดชัยภูมิ เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม ก่อนจะเดินทางกลับมากรุงเทพมหานคร พร้อมภรรยาและลูกโดยรถส่วนตัว 
 
 
กลับมาต้องตรวจสุขภาพเพื่อสัมภาษณ์งาน จึงตรวจพบเชื้อโควิด -19 ประวัติพบว่าสวมใส่หน้ากากอนามัยเพียงบางครั้ง และช่วงที่อยู่จังหวัดชัยภูมิได้เดินทางไปหลายสถานที่ จึงยังไม่ทราบแน่ชัดว่ารับเชื้อจากที่ใด ส่วนภรรยาและลูกผลตรวจไม่พบเชื้อ 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ