25 พ.ค. 2563
61,012 ครั้ง

สรุปคืบหน้า “แม่ปุ๊ก” วางยาลูก ฮุบเงินบริจาค แพทย์แฉพฤติกรรมสุดเลือดเย็น หลักฐานโผล่ไม่จบ!

กลายเป็นข่าวอึกทึกครึกโครมเมื่อตำรวจบุกเข้าจับ น.ส.นิษฐา วงวาล หรือ แม่ปุ๊ก อายุ 29 ปี ที่บ้านพักแห่งหนึ่งย่านดอนเมือง กทม. โดยมีคนร้องทุกข์กล่าวโทษว่า “แม่ปุ๊กวางยาลูกเพื่อฮุบเงินบริจาคกว่า 20 ล้าน!”…

 

 

 

EP.1 : เปิดปูมแม่ปุ๊ก สู่ชะตากรรม ‘เด็กหญิงอายุ 4 ขวบ

 

 

- เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2560 แม่ปุ๊กเปิดเพจขายของออนไลน์ โดยอ้างตนว่า เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ซึ่งมีลูกที่น่ารัก 2 คน คือ เด็กหญิงอายุ 4 ขวบ(อายุขณะนั้น) และเด็กชาย ปัจจุบันอายุ 2 ขวบ

 

 

- ธันวาคม 60 เด็กหญิงอายุ 4 ขวบเริ่มป่วย โดยมีอาการตา, ปาก, คอบวม และอาเจียน ซึ่งแม่ปุ๊กให้ข้อมูลกับแพทย์ว่า เด็กหญิงอายุ 4 ขวบทานอาหารทะเลเข้าไป แพทย์จึงสันนิษฐานว่า แพ้อาหารทะเล

 

 

- ทว่า เด็กหญิงอายุ 4 ขวบกลับมีอาการป่วยเรื้อรัง และแย่ลงทุกขณะ จนเริ่มมีอาการเหนื่อยหอบ เลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นฟองสลับเลือด ความดันสูง ถึงขั้นไม่สามารถอั้นปัสสาวะได้ จนต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง

 

   

 

- ต่อมา แพทย์สังเกตพบว่าทางเดินอาหารของเด็กหญิงอายุ 4 ขวบอักเสบอย่างรุนแรง มีแผลตั้งแต่หลอดลมตลอดจนกระเพาะอาหาร

 

 

- เมื่อเดือนมกราคม 2562 แม่ปุ๊กโพสต์เฟซบุ๊ก อ้างแพทย์ระบุว่าเด็กหญิงอายุ 4 ขวบป่วยเป็นโรคประหลาดอย่าง ‘โรคเรนินโนม่าห์’ ซึ่งพบได้เพียง 1 ในล้านเท่านั้น โดยจะมีค่ารักษาจำนวนมหาศาล

 

 

- ดังนั้น แม่ปุ๊กจึงเริ่มไลฟ์สดขอความช่วยเหลือจากโลกออนไลน์ โดยให้ช่วยอุดหนุนสินค้าต่างๆ นาๆ รวมไปถึงขอรับบริจาคเงินค่ารักษา

 

 

 

 

- โดยแม่ปุ๊กมักจะอัปเดตอาการป่วยของเด็กหญิงอายุ 4 ขวบอยู่ตลอด ซึ่งมีคลิปที่เด็กหญิงอายุ 4 ขวบอาเจียนเป็นเลือด โดยมือข้างหนึ่งของแม่ปุ๊กถ่ายคลิป และอีกมือก็เช็ดอ้วกลูกไปด้วย ทำเอาต่อมน้ำตาคนดูแตกไปตามๆ กัน

 

 

- ต่อมา หลายสื่อขออาสาเป็นสะพานบุญบอกต่อชะตากรรมน่าเศร้าของแม่ลูก จนเกิดเป็นแคมเปญ ‘ช่วยเด็กหญิงอายุ 4 ขวบกลับมายิ้มอีกครั้ง’ โดยมีการผลิตสินค้ามากมายเพื่อนำรายได้ช่วยเหลือเด็กหญิงอายุ 4 ขวบ ซึ่งรวมแล้วได้เงินหลายล้านบาท

 

 

- สิงหาคม 2562 เด็กหญิงอายุ 4 ขวบเสียชีวิตด้วยอาการไตวายเฉียบพลัน ซึ่งในวันนั้น แม่ปุ๊กได้ไลฟ์สดเล่านิทาน ร้องเพลงกล่อมน้องจนจากไป สร้างความความสะเทือนใจแก่ผู้ชมเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นแม่ปุ๊กก็โกนหัวบวชชีให้เด็กหญิงอายุ 4 ขวบเป็นเวลา 1 เดือน

 

 

 

 

- แต่ทว่า เกิดประเด็นดราม่า เมื่อมีหลายคนออกมาแฉว่า สั่งซื้อสินค้าจากแม่ปุ๊กแล้วไม่ได้ของ เมื่อทวงถามเจ้าตัวก็บ่ายเบี่ยง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ติดตามทวงถามอย่างจริงจัง จึงทำให้เรื่องเงียบไป แต่ก็มีหลายคนเริ่มตั้งข้อสงสัยในพฤติกรรมแม่ปุ๊ก

 

 

EP.2 : หนังม้วนเดิม แต่จบไม่เหมือนเดิม!

 

 

- ต้นปี 2563 แม่ปุ๊กเริ่มโพสต์อาการล้มป่วยของลูกชายคนเล็กอย่างเด็กชายวัย 2 ขวบที่มีอาการคล้ายเด็กหญิงอายุ 4 ขวบเป็นอย่างมาก ซึ่งแม่ปุ๊กมักจะอัปเดตอาการของเด็กชายวัย 2 ขวบ โดยแม่ปุ๊กตัดพ้อถึงขนาดอยากขายไต หรือเฉือนเนื้อขายเพื่อมารักษาลูก

 

 

 

 - และแน่นอนว่า แม่ปุ๊กก็ขอความช่วยเหลือจากสังคมอีกครั้ง โดยขอให้ช่วยอุดหนุนสินค้าไม่ว่าจะเป็นอาหาร หน้ากากอนามัย หรือแม้กระทั่งเครื่องวัดอุณหภูมิ และขอรับบริจาคค่ารักษา ซึ่งก็ได้รับความช่วยเหลือเช่นเคย แต่ก็เกิดปัญหาเดิมคือโอนเงินแล้วไม่ได้รับของ เมื่อทวงถามแม่ปุ๊กก็บ่ายเบี่ยงด้วยข้ออ้างต่างๆ นานา

 

 

 

- หลายคนเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของแม่ปุ๊ก จนเกิดสมมติฐานว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่แม่ปุ๊กจะเป็นผู้วางยาลูกๆ เพื่อขอรับเงินบริจาค และมีข่าวลือหนาหูว่าเด็กทั้งสองไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของแม่ปุ๊ก จนมีคนนำเรื่องไปโพสต์

 

 

- 24 เม.ย. 2563 แม่ปุ๊กเข้าแจ้งความผู้โพสต์กล่าวหาว่าตนวางยาลูกเพื่อขอรับเงินบริจาค ขณะเดียวกันก็มีคนแจ้งความ แม่ปุ๊ก ข้อหาฉ้อโกง เกี่ยวกับการโอนเงินซื้อสินค้าแต่กลับไม่ได้ของ

 

 

 

- ขณะที่ข่าวลือต่างๆ กำลังแพร่สะพัด ด้านแพทย์ตรวจร่างกายเด็กชายวัย 2 ขวบอย่างละเอียด พบสารเคมีฤทธิ์กัดกร่อนคล้ายส่วนผสมของน้ำยาล้างห้องน้ำ ซึ่งไร้กลิ่นและรสชาติ เข้าสู่ร่างกายโดยการกลืน ส่งผลให้มีแผลตั้งแต่ปากตลอดจน กระเพาะอาหารและลำไส้

 

 

- เมื่อแพทย์เริ่มสงสัยจึงได้ทำการตรวจสอบเทียบเคสกับเด็กหญิงอายุ 4 ขวบ ซึ่งผลปรากฎว่ามีอาการเหมือนกัน จึงได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ

 

 

- เมื่อสืบค้นสูติบัตรก็ทราบว่า เด็กหญิงอายุ 4 ขวบไม่ได้เป็นลูกแท้ๆ ของแม่ปุ๊ก แต่เป็นเด็กที่รับมาอุปถัมภ์เนื่องจากแม่แท้ๆ ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม ส่วนเด็กชายวัย 2 ขวบสูติบัตรระบุว่า มารดาคือ แม่ปุ๊ก แต่ไม่ระบุชื่อบิดา และไม่ปรากฎประวัติฝากท้อง

 

 

 

 

- 18 พ.ค. 2563 ตำรวจบุกจับแม่ปุ๊กด้วย 5 ข้อหาหนัก เบื้องต้นสืบทราบว่าแม่ปุ๊กเคยเปลี่ยนชื่อมาแล้ว 7 ครั้ง ทั้งยังเคยเรียนเภสัชกรถึงปี 3 แต่ไม่ทราบว่าเรียนจบหรือไม่ และได้ทำการตรวจดีเอ็นเอเพื่อหาว่าเด็กชายวัย 2 ขวบเป็นลูกของแม่ปุ๊กจริงหรือไม่ โดยเด็กชายวัย 2 ขวบรักษาหายดีแล้ว ขณะนี้อยู่ในการดูแลของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

 

 

 

 

- แม่ปุ๊กยืนกรานปฎิเสธ โดยอ้างว่า น้องอมยิ้มก็อยู่ในการดูแลของหมอตลอดซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะไปวางยา และยอมรับว่าได้รับเด็กหญิงอายุ 4 ขวบมาเลี้ยง ซึ่งก็เสมือนเป็นลูกแท้ๆ  จึงไม่จำเป็นต้องบอกว่ารับมาเลี้ยง

 

 

- ด้านพ่อของแม่ปุ๊กไม่เชื่อว่าลูกจะทำร้ายหลาน แต่ยอมรับว่าเพิ่งทราบว่าเด็กหญิงอายุ 4 ขวบไม่ใช่หลานแท้ๆ และคาใจแพทย์ที่กล่าวหาว่าแม่ปุ๊กมีอาการทางจิตวางยาลูกเพื่อเงินบริจาค โดยยืนยันว่าแม่ปุ๊กไม่เคยป่วยทางจิต

 

 

- จากการสืบสวนเส้นทางการเงินของแม่ปุ๊กในช่วง 1 ปี มีการโอนเงินกว่า 8,000 ครั้ง เป็นเงินกว่า 10 ล้าน ใน 4 บัญชี โดย 3 บัญชีแรกเป็นชื่อแม่แท้ๆ ของน้องอมยิ้ม ซึ่งเจ้าตัวก็เพิ่งทราบว่าแม่ปุ๊ก นำชื่อของตนเองไปเปิดบัญชีเพื่อรับบริจาค ส่วนอีก 1 บัญชี เป็นชื่อของแม่ปุ๊ก โดยพบว่าทั้ง 4 บัญชี มีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท

 

 

 

 

- โดยแม่เบญ แฉข้อสงสัยของแม่ปุ๊กว่า ในงานศพเด็กหญิงอายุ 4 ขวบ รูปหน้าศพของน้องไม่มีวันชาตะ มรณะ ซึ่งตนก็ได้พบเด็กชายวัย 2 ขวบ ซึ่งขณะนั้นยังแข็งแรง ร่าเริงดี แต่เพียงไม่นานก็ป่วยเหมือนเด็กหญิงอายุ 4 ขวบ ทั้งที่เป็นโรคที่พบได้ 1 ในล้าน

 

 

- ต่อมา ทีมแพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ที่รักษาน้องทั้ง 2 คน เปิดเผยว่า เด็กหญิงอายุ 4 ขวบอาจได้รับสารกัดกร่อนเช่นเดียวกัน แต่ปริมาณน้อยกว่าเด็กชายวัย 2 ขวบ

 

 

- แพทย์ปฏิเสธเรื่องการวินิจฉัยโรคประหลาดตามที่แม่ปุ๊กกล่าวอ้าง โดยบอกเพียงว่า ไม่ทราบว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ซึ่งเธอก็นำภาพเด็กไปโพสต์ขอรับบริจาค

 

 

 

 

- ส่วนอาการต่างๆ ของเด็กหญิงอายุ 4 ขวบ เชื่อว่าเกิดจากการวางยา เนื่องจากทุกครั้งที่เด็กหญิงอายุ 4 ขวบและเด็กชายวัย 2 ขวบอยู่ในห้องไอซียูอาการจะดีขึ้น แต่พอกลับไปอยู่กับแม่ที่ห้องพิเศษอาการกลับแย่ลงทุกครั้ง จึงให้เด็กชายวัย 2 ขวบพักฟื้นในห้องไอซียู และไม่อนุญาติให้ใครเข้าเยี่ยม

 

 

- นอกจากนี้แพทย์ยังได้แฉพฤติกรรมของแม่ปุ๊ก ขณะที่เฝ้าไข้เด็กชายวัย 2 ขวบ ถึงแม้น้องจะร้องไห้บอกเจ็บปวด แม่ปุ๊กก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร แต่อัดคลิปวิดีโอทั้งที่ลูกของตัวเองนอนเจ็บปวดอยู่

 

 

- หลังจากที่หมอแจ้งแม่ปุ๊กว่า พบสารกัดกร่อนในตัวเด็กชายวัย 2 ขวบ ท่าทีของแม่ปุ๊กก็เริ่มเฉยเมย ไม่ดูแลลูกเหมือนที่ผ่านมา เวลามาเยี่ยมเด็กชายวัย 2 ขวบก็แอบถ่ายภาพแล้วก็กลับ ตอนเด็กหญิงอายุ 4 ขวบยังไม่เสียชีวิตก็ทำเหมือนกัน  โดยแม่ปุ๊กอ้างว่า ไม่อยากมาเยี่ยมเพราะหมอมองว่าเป็นฆาตกร

 

 

- แม้จะสั่งห้ามถ่ายรูปเด็กชายวัย 2 ขวบ แต่แม่ปุ๊กก็ยังแอบถ่าย จึงสั่งห้ามนำกระเป๋าและโทรศัพท์เข้าเยี่ยม แต่ก็แอบนำมาถ่ายรูปเด็กชายวัย 2 ขวบที่นอนปวย แล้วนำไปโพสต์ลงเฟซบุ๊กขอรับบริจาค

 

 

 

 

- แพทย์ยังกล่าวอีกว่า สำหรับเคสของเด็กชายวัย 2 ขวบใช้สิทธิ์ 30 บาท แม้ว่าอุปกรณ์บางอย่าง หรือยาบางตัวสิทธิ์อาจไม่ครอบคลุม แต่ก็มีกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยในกรณีที่ไม่มีเงิน ก็ไม่จำเป็นต้องขอรับบริจาค

 

 

- ส่วนประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้วเด็กชายวัย 2 ขวบ เป็นลูกแท้ๆ ของแม่ปุ๊กหรือไม่ ล่าสุดมีภาพแชทหลุดระหว่างแม่ปุ๊ก กับแม่เอม(แม่แท้ๆ ของเด็กหญิงอายุ 4 ขวบ) โดยแม่ปุ๊กบอกว่า เด็กชายวัย 2 ขวบเป็นลูกของน้องชาย

 

 

 

 

- ขณะที่ น้องชายของแม่ปุ๊กปฎิเสธว่า เด็กชายวัย 2 ขวบไม่ใช่ลูกของตน ซึ่งตนก็ยังไม่มีแฟน ส่วนเรื่องเงินจำนวน 10-20 ล้านนั้น ตนไม่เคยรู้เรื่องเช่นกัน

 

 

 

- ด้านแม่เอม กล่าวว่า แม่ปุ๊กโทรมาบอกจะทำประกันให้กับน้องอมยิ้ม อ้างว่าต้องใช้เลขบัญชีของแม่ จึงเปิดบัญชีให้โดยแม่ปุ๊กจ่ายค่าเปิดบัญชีให้ 2,500 บาท หลังจากนั้นก็ส่งบัญชีธนาคารให้ปุ๊ก และไม่ได้ติดต่อกันอีก

 

 

- 24 พ.ค. 63 ตำรวจแถลงพบหลักฐานเป็นภาชนะใส่สารเคมีบางชนิดที่มีอันตรายอยู่ในบ้านแม่ปุ๊ก

 

 

 

 

- ด้าน รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อ.อ๊อด นักวิชาการภาควิชาเคมี คณะศิลปะศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า เนื่องจากแม่ปุ๊กเรียนเภสัชกรถึง 3 จึงน่าจะมีความรู้ว่าจะจัดการกับสารเคมีอย่างไรให้ไร้สี ไร้กลิ่น และไร้รสชาติ

 

 

- ล่าสุด ตำรวจระบุว่า มีการประชุมพิจารณาเตรียมแจ้งข้อหาค้ามนุษย์แก่แม่ปุ๊ก ซึ่งขณะนี้คดีคืบหน้าไปมากแล้ว.

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ