07 ก.ค. 2563
2,344 ครั้ง

ไปไหน! 'ฌอน' ยังเงียบ แม้ปลัดแม่ริมขีดเส้นตายให้ชี้แจง ล่าสุดทีมสายตรวจไฟป่า จี้ซ้ำอีก

จากกรณีของ ฌอน บูรณะหิรัญ ที่มีประเด็นเรื่องของการปลูกต้นไม้กับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งตอนนี้ได้มีเรื่องของการเปิดรับบริจาคเพื่อนำเงินช่วยเหลือดับไฟป่า ปรากฏมีการตั้งคำถามในโซเซียลว่าได้เงินบริจาคเท่าไหร่ การใช้เงินผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ ซึ่งยังไม่ได้มีออกมาเปิดหน้าชี้แจงแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวออกมาว่า ฌอนได้หลบหนีออกนอกประเทศแล้วนั้น
 
ต่อมาเพจ CSI LA ได้มีการโพสต์ข้อความ พร้อมกับคลิป โดยระบุว่า ฌอนหลบเข้ามาซ่อนตัวในกรุงเทพฯ ยังไม่ได้ออกนอกประเทศ โดยข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับทางผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ยืนยันว่าจากการตรวจสอบล่าสุด ไม่พบว่า ฌอน บูรณะหิรัญ เดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองออกนอกประเทศ
 
ขณะที่ นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ ระบุว่า วันที่ 8 ก.ค.นี้ จะส่งหนังสือไปยัง ฌอน บูรณะหิรัญ ให้เดินทางมาชี้แจงข้อเท็จจริงในการเปิดรับบริจาค จะส่งจดหมายไปที่ภูมิลำเนาของ ฌอน  ซึ่งหลังจากที่ได้รับจดหมายแล้วควรเข้ามาชี้แจงภายใน 7 วัน โดยจะส่งเป็นหยนังสือหรือจะมาด้วยตัวเองก็ได้ 
 
ล่าสุดวันที่ 7 ก.ค. นายกมลรัฐ ลิ้มไขแสง หรือ “พ่อหลวงอุ๋ย” ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านโป่งน้อย ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งหมู่บ้านอาสาเฝ้าระวังและดับไฟป่าในช่วงที่เกิดสถานการณ์ไฟไหม้ป่าดอยสุเทพอย่างรุนแรง และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งทีมรถจักรยานยนต์วิบากสายตรวจไฟป่าของตำบลสุเทพ เปิดเผยว่า กรณีการเปิดรับบริจาคของ 'ฌอน' นั้น เคยทราบจากข่าวและเข้าใจมาโดยตลอดว่ามีการประสานกับหน่วยงานราชการในการที่จะนำส่งการช่วยเหลือสนับสนุนต่อให้กับชาวบ้านและอาสาสมัครที่ทำงานในการดับไฟป่า 
 
กระทั่งมาทราบในภายหลังว่าไม่ได้มีการประสานใดๆ ผ่านทางหน่วยงานราชการ ขณะที่ในส่วนของชาวบ้านในพื้นที่ยืนยันว่าไม่เคยได้รับการช่วยเหลือใดๆ จาก 'ฌอน' รวมทั้งศิลปินดาราและคนดังอื่นๆ ด้วย เพราะปกติจะรับผ่านทางหน่วยงานราชการเท่านั้น ซึ่งจากกรณีที่เกิดขึ้นอยากเรียกร้องให้ฌอน ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างละเอียดโดยเร็ว
 
โดยจากกรณีที่เกิดขึ้น สร้างความกังวลและไม่สบายใจให้กับชาวบ้านและอาสาสมัครเฝ้าระวังดับไฟป่าอย่างมาก เพราะต้องยอมรับความจริงว่าปัญหาอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งของชาวบ้านและอาสาสมัครในการทำงานช่วยจัดการไฟป่านั้น เป็นเรื่องงบประมาณที่ลำพังของทางราชการอย่างเดียวไม่เพียงพอ
 
ขณะที่ชาวบ้านและอาสาสมัครต่างทำงานด้วยใจเสียสละและไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ ทำให้มีความจำเป็นต้องมีการรับบริจาคในเรื่องอาหารการกินและอุปกรณ์การทำงาน เพื่อไม่ให้เป็นภาระของชาวบ้านและอาสาสมัครที่อุตส่าห์เสียสละลงแรงแล้ว ซึ่งปกติประชาชนและภาคเอกชนจะบริจาคสนับสนุนผ่านหน่วยงานราชการ
 
 
ชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/ue34L3z5uHk
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ