12 ก.ค. 2563
3,508 ครั้ง

คลังแจง จดหมายทวงเงินเยียวยาลุงป้า ไม่มั่ว! แนะไม่ต้องร้อนใจทุกอย่างเป็นไปตามเงื่อนไข

สืบเนื่องจากสามีภรรยาชาวขอนแก่นได้รับจดหมายทวงเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท จากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ซึ่งจดหมายดังกล่าวมีใจความว่า ตามที่กระทรวงการคลังได้มีมาตรการชดเชยรายได้ให้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ หรือผู้ได้รับผลกระทบอื่นๆ ของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หรือมาตรการเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือน และท่านได้แสดงความประสงค์สละสิทธิการได้รับเงินชดเชยตามมาตรการนั้น เพื่อให้การดำเนินการสละสิทธิเป็นไปอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ให้นายประวิทย์ แนนเกี้ยง ดำเนินการคืนเงินชดเชยรายได้ทั้งหมดให้กระทรวงการคลังภายใน 7 วัน และลงท้ายว่า จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการคืนเงินชดเชยตามมาตรการด้วยจะขอบคุณยิ่ง

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (11 ก.ค.) นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า คลังยังไม่ได้ทราบรายละเอียดที่เกิดขึ้น แต่เบื้องต้น การโอนเงินช่วยเหลือผ่านมาตรการเราไม่ทิ้งกัน 5,000 บาท 3 เดือน ยังไม่สิ้นสุด ยังเหลืออีกกว่า 1 แสนรายที่อยู่ระหว่างการโอนเงินเข้าบัญชี ซึ่งกรณีนี้อาจจะอยู่ในขั้นตอนรอโอนเงินเข้าบัญชีก็ได้ แต่ถ้ายืนยันว่าไม่ได้มีการลงทะเบียน ไม่ได้เงินเยียวยาจริง ก็ไม่ต้องทำอะไร

นายลวรณกล่าวว่า กระบวนการเรียกเงินคืนเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างคลังและผู้ลงทะเบียนที่รับทราบตั้งแต่ลงทะเบียนว่าต้องเป็นไปตามเงื่อนไข และมีการแจ้งยื่นขอสละสิทธิรับเงินเยียวยา ซึ่งตามกระบวนการกฎหมาย สศค.ต้องส่งหนังสือแจ้งผู้ที่กดสละสิทธิขอรับเงินเยียวยาทุกราย โดยในช่วงต้นเดือน ส.ค. จะมีการส่งหนังสือไปที่อยู่ ตามที่ลงทะเบียน สำหรับผู้ที่แจ้งสละสิทธิอีกรอบ เพื่อกำชับว่าให้มาคืนเงินชดเชยตามข้อตกลง

นายลวรณกล่าวว่า กรณีที่ได้รับหนังสือทวงเงิน แต่ยืนยันว่าไม่ได้ยื่นสละสิทธิ หรือไม่ได้มีการลงทะเบียนไว้ ในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยากมากที่จะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ หรือมีผู้อื่นดำเนินการแทนโดยที่เจ้าตัวไม่รับทราบหรือยินยอม เนื่องจากการสละสิทธิจะต้องดำเนินการที่หน้าเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ซึ่งมีหลายขั้นตอน และจะต้องระบุข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลต่างๆ ที่ให้ไว้ในการลงทะเบียน รวมทั้งมีการยืนยันตัวตนผ่าน One Time Password หรือ OTP ที่ถูกส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการลงทะเบียนอีกด้วย

ชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/B2TBzFh45hQ

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ