13 ก.ค. 2563
1,396 ครั้ง

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดสกลนคร

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดสกลนคร
 
เวลา 10 นาฬิกา วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังที่พักสงฆ์บ่อแก้วมณีโชติ ตำบลไร่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ทรงศักการะอัฐิหลวงปู่ผาง โกสโล เนื่องในโอกาสฉลองโกสลเจดีย์  ซึ่งคณะศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันจัดสร้างขึ้นแล้วเสร็จเมื่อปี 2562 เพื่อเป็นอนุสรณ์บูชาสำหรับบรรจุอัฐิหลวงปู่ผาง โกสโล
 
หลวงปู่ผาง โกสโล นามเดิม ผาง สิงอ่อน เกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2459 ที่เมืองอาดสะพังทอง ปัจจุบันคือเมืองพะลานไช แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นบุตรของนายสิง และนางอ่อน สิงอ่อน ด้วยมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาจึงเดินทางมากราบไหว้พระธาตุธนมหลายครั้ง ก่อนจะบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบ้านโคกเลาะ ตำบลกุดข้าวปุ้น อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี และอุปสมบทเมื่อปี 2502 ที่วัดกุดเรือคำ ตำบลคูสคาม อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ฉายา "โกสโล" หมายถึง ผู้ฉลาด รอบรู้ มีไหวพริบ มีพระครูอดุลสังฆกิจ มหาเถื่อน อุชุกาโร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูพิพิธ ธรรมสุนทร คำฟอง เขมจาโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์
 
หลวงปู่ผาง ได้บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ทั้งทางโลกและทางธรรม ช่วยเหลือชุมชนและชาวบ้านที่เดือดร้อน พร้อมเผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่พุทธศาสนิกชนทั้งในไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เคยจำพรรษาในวัดต่างๆ โดยเฉพาะวัดในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ จังหวัดนครราชสีมา หนองคาย บึงกาฬ มุกดาหาร และสกลนคร ด้วยเป็นพระนักปฏิบัติทำให้มีพุทธศาสนิกชนเลื่อมใสและเคารพศรัทธามากมาย เคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ภูหินปูน บ้านหินแตก ตำบลไร่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ตั้งแต่ปี 2538 ถึง ปี 2558 ก่อนมรณภาพด้วยโรคชราที่วัดสว่างอารมณ์ ตำบลดอนหญ้สนาง อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2558 สิริอายุ 99 ปี พรรษา 57
 
สำหรับที่พักสงฆ์บ่อแก้วมณีโชติ จัดตั้งขึ้นตามดำริของหลวงปู่ผาง เพื่อรักษาร่องรอยธรรม โดยในอดีตพื้นที่บริเวณที่พักสงฆ์ฯ เคยเป็นเส้นทางที่พระอาจารย์ เช่น หลวงปู่หลุย จันทสาโร ธุดงค์มาพัก ปัจจุบันมีพระปริญญา กิตติธโร เป็นหัวหน้าที่พักสงฆ์ฯ มีพระจำพรรษา 2 รูป สามเณร 1 รูป และแม่ชี 1 คน
 
เวลา 11 นาฬิกา 23 นาที เสด็จพระราชดำเนินไปอ่างเก็บน้ำวัดป่าดงชมพูพาน ตำบลสร้างค้อ อำเภอภูพาน ทรงเปิดโครงการจัดหาน้ำช่วยเหลือโรงเรียนท่านผู้หญิงจันทิมาพึ่งบารมี ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำริไว้เมื่อปี 2556 กรมชลประทานได้สนองพระราชดำริด้วยการปรับปรุงสระเก็บน้ำ , ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า , ท่อส่งน้ำ , และบ่อพักน้ำ เพื่อใช้ในกิจกรรมการเกษตรของโรงเรียน
 
ต่อมาในปี 2561 ได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติม เนื่องจากทางโรงเรียนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภค บริโภค กรมชลประทานสนองพระราชดำริด้วยการปรับปรุงสระเก็บน้ำแห่งเดิมให้สามารถเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้นเป็น 36,000 ลูกบาศก์เมตร จากเดิม 18,200 ลูกบาศก์เมตร ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าแบบแพลอยน้ำ และท่อสูบน้ำความยาว 960 เมตรจากจุดสูบน้ำถึงจุดพักน้ำ ทำให้ปัจจุบันโรงเรียนมีน้ำใช้ในการอุปโภค บริโภคและการทำการเกษตรอย่างเพียงพอ 
 
จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริที่โรงเรียนท่านผู้หญิงจันทิมาพึ่งบารมี อำเภอภูพาน เป็นโรงเรียนในสังกัดกองการมัธยมศึกษา กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ที่ตั้งขึ้นเพื่อขยายโอกาสให้นักเรียนที่จบชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 ทุกคน ได้รับการศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาอย่างทั่วถึง และให้เด็กได้เรียนอยู่ใกล้บ้าน อันเป็นการส่งเสริมให้โรงเรียน บ้านและชุมชนได้ช่วยเหลือเกื้อกูลชึ่งกันและกัน ปัจจุบันเปิดทำการสอนเมื่อปี 2537 ในระดับชั้นมัธศึกษาปีทึ่ 1 - 6 มีนักเรียน 566 คน ครู 40 คน
 
ด้านการเรียนการสอน นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ทั้งวิชาภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ รวมทั้งทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทางโรงเรียนมีมาตรการป้องกันเช่น การตั้งจุดคัดกรอง การสวมหน้ากากอนามัย และให้นักเรียนใช้เจลล้างมือก่อนเข้าห้องเรียน รวมทั้งห้องเรียนทุกห้องมีเจลไว้ให้นักเรียนได้ใช้ รวมทั้งให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพ เว้นระยะห่าง และจัดเวลารับประทานอาหารกลางวันเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกเริ่มเวลา 11 นาฬิกา 10 นาที และช่วงที่ 2 เริ่มเวลา 12 นาฬิกา ส่งผลให้ไม่พบนักเรียนติดเชื้อโควิด-19 
 
โอกาสนี้ทอดพระเนตรนิทรรศการภายในห้องเกียรติยศ นำเสนอประวัติความเป็นมาในการก่อตั้งโรงเรียน ตั้งแต่ปี 2537 ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินมาทรงติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริและทรงเยี่ยมราษฎรจำนวน 5 ครั้ง และผลงานดีเด่นของโรงเรียนในด้านต่างๆ เช่น ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ กลุ่มยุวเกษตรกรดีเด่นประจำปี 2559 และรางวัลห้องสมุดดีเด่นระดับประเทศจากสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ 
 
จากนั้นทอดพระเนตรกลุ่มอาชีพต่างๆ ในอำเภอกุสุมาลย์ จำนวน 13 กลุ่ม มีสมาชิกรวม 477 คน อาทิ กลุ่มทอผ้าบ้านขาไก่ กลุ่มทอผ้าบ้านนาดี กลุ่มตัดเย็บและแปรรูปผลิตภัณฑ์บ้านขาไก่ และกลุ่มทอกกผสมฝ้ายย้อมสีธรรมชาติบ้านม่วง ขณะนี้เน้นผลิตหน้ากากผ้าจำหน่าย ส่งจำหน่ายที่ร้านภูฟ้า สภากาชาดไทย และตลาดพึ่งตนเอง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการจักสานไม้ไผ่ลายขิด สอนให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 6 จำนวน 7 คน มีวิทยากรจากศิลปาชีพเข้ามาสอนเป็นเวลา 1 เดือน ผลงานส่งจำหน่ายที่ศิลปาชีพ ส่วนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ส่งเสริมให้นักเรียนปลูกพืชผัก ผลไม้และเลี้ยงสัตว์ เพื่อใช้ประกอบเลี้ยงอาหารกลางวัน และเป็นแหล่งอาหารโปรตีนแก่นักเรียน ผลผลิตที่ได้เพียงพอต่อการบริโภค
 
เมื่อปี 2562 ได้พระราชทานเงินสำหรับต่อเติมโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ ให้เป็นโรงเรือนเลี้ยงไกไข่อินทรีย์แบบปล่อย และศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ จังหวัดเลย นำไก่ไข่ จำนวน 200 ตัวมามอบให้โรงเรียนเลี้ยง ทำให้มีผลผลิตไข่ไก่เพียงพอต่อการบริโภคของนักเรียน ส่วนการแปรรูปผลผลิตการเกษตร ให้นักเรียนนำผลผลิตที่ปลูกในโรงเรียนมาแปรรูป เช่น น้ำมัลเบอร์รี่ ชาใบหม่อนผสมกุหลาบ ขนมเปียกปูนใบเตยสด เค้กใบเตย เค้กฟักทอง และน้ำมะนาวพร้อมดื่ม 
 
นอกจากนี้มีการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยการจัดกิจกรรมการทำผ้ามัดย้อม เริ่มปีการศึกษา 2560 เดิมนำต้นไม้และเปลือกไม้ในโรงเรียนมาย้อมผ้า ต่อมานำครามมาย้อมผสมกับสีเปลือกไม้ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เสื้อยืด กระเป๋า หมอนรองคอ และหน้ากากผ้า ส่งจำหน่ายที่สหกรณ์โรงเรียน เพื่อให้นักเรียนมีอาชีพและรายได้ระหว่างเรียน ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพทำไร่ ทำสวน 
 
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดป่าชมภูพานตำบลเขาค้อ อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ในการพระราชทานเพลิงศพ พระอธิการดำเกิง วรวุฑโฒ เดิมชื่อ ดำเกิง ชาลีจันทร์อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าชมภูพาน เกิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2478เป็นบุตรของพันเอก หลวง ชาญสงคราม (กฤษณ์) และนางแฉล้ม ชาญสงคราม ในปี 2501 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อมาสำเร็จการศึกษาปริญญาโท สาขาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยอิลลินนอยส์ ชิคาโก สหรัฐอเมริกา เริ่มเข้ารับราชการนักกสิกรรมตรี แผนกยุวกสิกร กองส่งเสริมและเผยแพร่ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานมาโดยตลอด ได้ดำรงตำแหน่งต่างๆ อาทิ นักวิชาการเกษตร 8 สาขาดินและปุ๋ย กองพืชสวน ระหว่างรับราชราชการ ได้ถวายงาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร โดยป็นผู้ร่วมจัดตั้งสถานีทดลองเกษตรหลวงขุนวาง สถานีทดลองเกษตรที่สูง แม่จอนหลวง หรือศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ในปัจจุบัน และร่วมจัดตั้งสถานีทดลองเกษตรที่สูงวาวี จังหวัดเชียงราย (ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงราย ) รวมทั้ง สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ จังหวัดเลย (ศูนย์วิจัยพืชสวนเลย)
 
โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญในการทดลองปลูกถั่วมะคาเดเมีย มะละกอฮาวาย ต้นสัก และ พัฒนาเมล็ดพันธุ์กาแฟ ดอยวาวี จนประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงจนถึงปัจจุบันโดย ตำแหน่งสุดท้ายคือ หัวหน้าสำนักงานการเกษตรที่สูง สถาบันวิจัยพืชสวน ด้านชีวิตครอบครัวสมรสกับ นางสาวสุมาลี จาตุรงคกุล ต่อมาในปี 2534 ลาออกจากราชการ เพื่ออุปสมบท เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2534 ณ อุทกุกเขปสีมา เมืองออนทาริโอ รัฐแคลิฟอร์เนียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีส่วนช่วยในการสร้างวัดพุทธนิมิตร รัฐแคลิฟอร์เนียร์ สหรัฐอเมริกา และ วัดป่าเทสรังสี รัฐนิวแฮมเชียร์ สหรัฐอเมริกา จนสามารถเป็นสถานที่สั่งสอนพุทธได้ รวมทั้งพระอธิการดำเกิง วรวุฑโฒ มรณะภาพ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2563 สิริอายุรวม 85 ปี
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ