14 ก.ค. 2563
11,111 ครั้ง

แพทย์นิติเวชยันผลชันสูตรศพ 'น้องชมพู่' ไม่พบร่อยรอยฆาตกรรม ตั้งปมหลงป่า ขาดอาหารตายเอง

แพทย์นิติเวชยืนยันผลชันสูตรศพน้องชมพู่ ไม่พบร่อยรอยฆาตกรรม ย้ำหาก ตร.มีประเด็นแย้งต้องทำข้อสงสัยให้คลี่คลาย ระบุกรณีผมที่ถูกตัดไป 36 เส้น เป็นเส้นผมที่พบหลังเจอศพ ด้านครอบครัวน้องชมพู่ติดกล้องวงจรปิดหน้าบ้าน ขณะที่ กมธ.กฎหมายฯ เชิญ รอง ผบ.ตร.ประชุมพุธนี้ แนวทางสืบสวนคดีย้อนแย้งกับผลนิติเวชหรือไม่

 

ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตปริศนาของ น้องชมพู่ ผ่านมากว่า 60 วัน เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ในส่วนของปมการเสียชีวิต เมื่อวานนี้ ทีมข่าวได้สอบถาม นายแพทย์กฤษติน มีวุฒิสม นายแพทย์ชำนาญการนิติเวช เปิดเผยถึงผลการชันสูตรศพน้องชมพู่ ว่าจากลักษณะบาดแผลและการผ่าชันสูตร ไม่พบร่องรอยการถูกฆาตกรรม หรือมีคนทำให้เสียชีวิต

 

โดยการผ่าชันสูตรนั้นทำอย่างละเอียดทุกจุด ตั้งแต่สมอง ปอด หัวใจ กระเพาะอาหาร และเส้นเลือด โดยพบว่ามีบาดแผลลักษณะขีดข่วนกระจายทั้งร่างการ ตามหลัง และที่เท้า และการกระจายของเลือดที่กระจุกอยู่ตามจุดต่าง ๆ ที่กดทับ รวมทั้งกล้ามเนื้อต่าง ๆ  ไม่พบร่องรอยการฆาตกรรม หรือถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ซึ่งจากสภาพศพคำนวนเวลาว่า เสียชีวิตช่วงวันที่ 13 พ.ค. ก่อนจะพบศพ 24 ชม. โดยคำนวนจากสภาพศพและหนอนที่เริ่มกัดแทะศพ 

 

ซึ่งแสดงว่าน้องชมพู่เสียชีวิตเอง จากการขาดน้ำ ขาดอาหาร และอาจจะเดินพลัดหลงป่าเอง ซึ่งจุดที่พบศพ ทุกคนที่เคยขึ้นภูเหล็กไฟ และนักข่าว อาจจะมองว่าเป็นไปได้ยากที่เด็กวัย 3 ขวบ จะเดินขึ้นไป แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ 

 

ส่วนกรณีที่พบเส้นผมน้องชมพู่ ถูกตัดไป 36 เส้น ตัดในลักษณะที่ใช้ของมีคมคล้ายมีด สับที่เส้นผม เรื่องนี้คุณหมอระบุว่า จุดนี้ ตร.ต้องไขปริศนาให้ได้ แต่เส้นผมที่พบนั้นเก็บได้ในวันต่อมา ไม่ใช่พบในวันที่พบศพเลย ก็ยังไม่ชี้ชัดว่าผมนี้ถูกตัดก่อนน้องหาย หรือ ช่วงระหว่างเก็บศพหรือไม่ จุดนี้ ตร.ต้องไปหาคำตอบให้ได้ 

 

มีข้อสังเกตว่า หากน้องหลงป่าและไปเสียชีวิตบนภูเหล็กไฟ ทำไมตามเนื้อตัวน้องดูสะอาด ไม่มีรอยคราบสกปรกเหมือนคนหลงป่า คุณหมอบอกมีเศษรอยดินที่เท้าแต่ไม่มาก และการที่เนื้อตัวไม่พบคราบสกปรกก็เป็นไปได้ ที่น้องค่อย ๆ เดินจนหมดแรงตรงนั้น ส่วนการถอดเสื้อผ้าออก เด็กวัยนี้สามารถถอดเสื้อผ้าเองได้ แต่เสื้อหาไม่พบนั้นก็ยังเป็นปริศนา

 

ในการค้นหาน้องยังมีข้อมูลว่า ในวันที่ 12 มีนายพรานที่หาของป่าและล่าสัตว์ ขึ้นไปหาของป่าบนภูเหล็กไฟ และได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ แต่ไม่ได้สนใจและคิดว่าเป็นเรื่องไสยศาสตร์ ตรงนี้ต้องไปสอบถามนายพรานผู้นั้นว่า ได้ยินจริงหรือไม่และช่วงไหน ซึ่งอาจจะได้ข้อมูลบางอย่างเพิ่มขึ้น

 

ด้าน นายสิระ เจนจาคะ ประธานกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า วันที่ 15 ก.ค.นี้ กรรมาธิการจะเชิญ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาชี้แจงการปฏิบัติงานในการสืบสวนคดีน้องชมพู่ และมีการเรียกประชาชนมาสอบสวนมากเกือบ 1,000 คน ทำให้คดีนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า มีธงคดี ที่ไม่สอดคล้องกับผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์หรือไม่

 

เพราะการชันสูตรก็ชัดเจนแล้วว่า การเสียชีวิตของน้องชมพู่ ไม่มีการละเมิดทางเพศ ทำไมจึงหลงประเด็น ไม่เชื่อผลการชันสูตร ไม่ใช่สื่อกดดันแล้วต้องทำตามสื่อ และในวันที่ 15 ก.ค. รอง ผบ.ตร.ต้องมาชี้แจง

 

ขณะที่ความเคลื่อนไหวที่บ้านกกกอก บ้านพ่อแม่น้องชมพู่ เมื่อวานนี้ ครอบครัวก็ให้ช่างมาติดตั้งกล้องวงจรปิด เพราะตั้งแต่หลังเกิดเหตุน้องหาย และจนถึงแม่ถูกไลน์ปลอมเป็นรอง ผบ.ตร. มาข่มขู่ และมีบุคคลต่าง ๆ เดินทางมาที่บ้านทุกวัน ครอบครัวน้องก็กังวลเรื่องความปลอดภัย จึงติดกล้องวงจรปิด 

 

จากนั้นช่วงบ่าย ตร.ได้ขออนุญาตพ่อแม่ และครู ขอสอบปากคำน้องสะดิ้ง พี่สาวน้องชมพู่เพิ่มเติม บางประเด็น

 

ส่วนประเด็นที่มีการระบุว่า มีพยานเป็นชาวบ้านอ้างว่า วันที่น้องชมพู่หายตัวไป มีโทรศัพท์ปริศนา โทรเข้ามาสอบถามน้องหายและมีลักษณะการหัวเราะเย้าเย้ย ล่าสุด แหล่งข่าว เปิดเผยว่าพยานรายนี้ให้การกลับกันว่า เป็นคนรับโทรศัพท์จริง ได้ยินสอบถามว่าลูกหายจริง แต่ช่วงที่หัวเราะเยาะเย้ยมีเพื่อนบ้านอีกคนได้ยิน แต่ในแนวทางสอบสวนกลับไม่พบว่ามีการหัวเราะเยาะเย้ย มีเพียงสอบถามเรื่องน้องหาย เพราะมีการประกาศตามหาน้องทางเฟซบุ๊ก และลงเบอร์มือถือแม่

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CzdjtsNcV34

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ