14 ก.ค. 2563
1,550 ครั้ง

นายกฯ ขอโทษคนไทยการ์ดตก สั่งยกเครื่องกฎเข้าประเทศ ทบทวนสิทธิ์วีไอพี

นายกรัฐมนตรี ขอโทษคนไทยปมทหารอียิปต์ติดเชื้อที่ระยอง รับเสียใจไม่ควรเกิดขึ้น สั่งทบทวนมาตรการทั้งหมด ระงับเที่ยวบินจนกว่าปิดช่องโหว่ได้ ยังไม่ถึงขั้นล็อกดาวน์รอบสอง ชี้ไม่ถึงขนาดขนาดแบล็กลิสต์ ยืนยันไม่เกี่ยวต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่
 
 
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีพบทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด-19 ที่ จ.ระยอง โดยไม่กักตัวว่า ถือเป็นเรื่องสำคัญที่เป็นประเด็นเหตุการณ์ ที่ไม่น่าเกิดขึ้น เกิดจากความไม่เคารพกติกา ไม่มีวินัย ไม่รับผิดชอบต่อส่วนรวมและมีการโทษกันไปมา ซึ่งตนในฐานะผอ.ศบค. ขอรับผิดชอบในเรื่องนี้
 
 
ทั้งนี้ได้มีการให้ไปตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกจากกรณีนี้ ทั้งการลงทะเบียนเข้าออกและการตรวจเชื้อเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกคนสบายใจมากที่สุด พร้อมสั่งศบค.ทบทวนมาตรการผ่อนคลายต่างๆ รวมทั้งกรณีของสถานทูตฯ และทูตต่างๆ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ ขณะเดียวกันในส่วนการบินเข้า-ออก ไม่ว่าเป็นเครื่องทหารหรือใครก็ตามต้องทำตามระเบียบเคร่งครัด
 
 
นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า ในส่วนของคนไทยที่จะกลับประเทศ ทูต ครอบครัวทูต นักธุรกิจ และผู้นำ ก็ยังมีความจำเป็นต้องเดินทาง ซึ่งจะชะลอการเดินทางในขณะนี้ก่อน เพื่อหามาตรการที่เหมาะสมในการควบคุมดูแล ไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้ขึ้นอีก
 
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืน ทั้งนี้ได้มอบกระทรวงต่างประเทศไปหารือกับเอกอัครข้าราชทูตอียิปต์แล้ว และตอนนี้ให้ระงับเที่ยวบินไม่ให้เข้ามาอีก จนกว่าแก้ปัญหาได้ ยืนยันรัฐบาลไม่หยุดยั้ง มาตรการด้านสาธารณสุข ขอให้เชื่อมั่นระบบสาธารณสุขของเรา พร้อมย้ำว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ตนเสียใจ ขอโทษประชาชนคนไทยด้วย ซึ่งหลายปัญหาเป็นสิ่งไม่คาดคิด และได้เน้นย้ำที่ประชุมครม.และศบค.ให้ทบทวนมาตรการต่างๆ เพราะมีผลกระทบความปลอดภัยต่อประชาชนโดยรวม
 
 
นอกจากนี้สิ่งที่เป็นกังวลขณะนี้หลายพื้นที่การ์ดตก ทั้งในส่วนของประชาชนและสถานประกอบการต่างๆ จึงให้มีการกวดขันให้ตรวจตราโดยเฉพาะผับ บาร์ สถานที่ท่องเที่ยวกลางคืน หากไม่แก้ไขก็ให้ปิดทันที เพราะกำหนดมาตรการไปแล้วถ้าไม่แก้ไขก็ต้องยกเลิกไป
 
 
ส่วนเรื่องนี้จะกลับมาล็อกดาวน์ใหม่หรือไม่ คงยังไม่ถึงล็อกดาวน์ทั้งหมด แต่จะหามาตรการเข้มข้นในจุดที่มีปัญหา โดยเรื่องนี้ต้องทบทวนก่อน และต้องหามาตรการที่เหมาะสม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามสอบสวนโรคอยู่ อีกทั้งทุกอย่างขึ้นอยู่กับทุกคน ถ้าไม่ทำตามระเบียบก็จะมีปัญหาหมด วันนี้สั่งการเข้มงวดทุกพื้นที่ ขณะที่เรื่องรับนักท่องเที่ยว ต้องไม่ผลีผลามไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหา
 
 
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์ รัฐธรรมนูญไทย เตรียมยื่นร้องป.ป.ช. เอาผิดฐานศบค.ทั้งคณะฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่เหตุการณ์ทหารอียิปต์ ว่า เป็นเรื่องฟ้องร้องไป ตามกระบวนยุติธรรม แต่ขอให้เป็นธรรมด้วยในการฟ้องอะไรต่างๆ ต้องดูครบทุกมิติด้วย
 
 
ทั้งนี้จะถึงขั้นแบล็กลิสต์คนอียิปต์กลุ่มนี้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ถึงขนาดขนาดแบล็กลิส และเรื่องดังกล่าวก็ยังไม่มีส่วนเกี่ยวกับพิจารณาต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่
 
 
ส่วนของการท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศในขณะนี้ โดยเฉพาะที่ภายหลังเกิดกรณีนายทหารชาวอิยิปย์ รัฐบาลก็ต้องส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยได้อนุมัติในหลักการ เกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยมองว่าจะต้องส่งเสริมให้เกิดกานท่องเที่ยวในเมืองรอง ควบคู่กับเมืองหลักด้วย
 
 
ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับประเมินความพร้อม ของแต่ละจังหวัด ขณะนี้ขอให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อม สำหรับการท่องเที่ยวไว้ เมื่อมีการเปิดให้ดำเนินการ ก็จะสามารถทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียน ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ
 
นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยด้วยว่า การวิจัยวัคซีนโควิด-19 มีความคืบหน้า ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อม ที่จะทดลองใช้กับคน ที่ต้องมีอาสาสมัครหลายพันคน
 
นอกจากนี้ ยังต้องส่งวัคซีนที่วิจัยไปตรวจสอบที่ต่างปรเะเทศ ซึ่งการวิจัยวัคซีนนี้ หากเราสามารถทำได้สำเร็จเป็นลำดับต้นๆ ก็จะถือว่าเป็นการสร้างชื่อเสียง และความเชื่อมั่นกับประเทศ พร้อมกันนี้ขอบคุณคณะแพทย์โดยเฉพาะจากคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ที่ได้ทำงานวิจัยวัคซีนนี้อย่างต่อเนื่อง
 
 
รับชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : youtu.be/c7QSwpirb2I
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ