25 ก.ค. 2563
2,896 ครั้ง

นักกฎหมายจี้อัยการสูงสุด แจงไม่ฟ้อง #บอสอยู่วิทยา ทั้งที่ความผิดคาตา วงจรปิดชัดเป็นคนขับชน ตร.ตาย

หลังจากที่อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ในคดีขับรถชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐเสียชีวิต วันนี้ก็มีหลายฝ่ายออกมาแสดงความเห็น โดยเฉพาะนักกฎหมายและทนายความ ออกมาเรียกร้องให้สำนักงานอัยการสูงสุดชี้แจงเหตุสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งมีพยานหลักฐานชัดเจนว่า เป็นผู้กระทำผิด
 
 
นายอานนท์ นำภา ทนายความ เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงอัยการสูงสุดและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สอบถาม กรณีที่อัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งไม่ฟ้อง บอส อยู่วิทยา ในข้อหาเสพโคเคน ซึ่งเป็นสารเสพติดประเภทสอง และไม่ดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยเสพสารเสพติดตั้งแต่แรก 
 
 
รวมทั้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ทั้งที่อัยการศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาไปแล้ว และทำไมไม่ออกหมายจับตั้งแต่ 2 ครั้งแรกที่มีหมายเรียก แต่รอถึงต้องมีหมายเรียกถึง 7 ครั้ง กระทั่งคดีบางส่วนขาดอายุความและผู้ต้องหาหลบหนีไปต่างประเทศ ทั้งที่คดีนี้ มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดแต่กลับเชื่อพยาน จึงขอให้ออกมาแถลงข่าวชี้แจงด้วย
 
 
ด้านนายปริญญา เทวนาฤมิตรกุล โพสในเฟชบุ๊คส่วนตัว โดยตั้งคำถาม ไปถึงอัยการสูงสุดด้วย ว่า ทำไม การที่อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาคดีนี้ จึงเป็นเรื่องร้ายแรง โดยระบุว่า กรณีนี้ไม่ใช่แค่ขับรถชนโดนประมาท ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตเท่านั้น แต่เป็นเรื่องชนแล้วหนี และคนที่ถูกชนก็เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่กำลังปฎิบัติหน้าที่ ทั้งมีการใช้ผู้อื่นมารับผิดแทน โดยคดีล่าช้ามาถึง 8 ปี แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติ และแสดงให้เห็นถึงปัญหา "ความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรมของประเทศมากพออยู่แล้ว" เป็นเรื่องร้ายแรงในความรู้สึกของคนทั่วไป และตอกย้ำในสิ่งที่พูดกันว่า คุกมีไว้ขังคนจน ส่วนคนรวยหลุดคดี 
 
 
นายปริญญา ยังระบุว่า ดังนั้นสำนักงานอัยการสูงสุดจึงต้องชี้แจงเหตุผล ว่า ทำไม จึงสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทุกคดีเช่นนี้ อย่าให้คิดไปว่า กระบวนการยุติธรรมของไทย สามารถวิ่งเต้นและใช้เส้นสายได้ เพราะนี่คือกรณีสั่นคลอนความเชื่อมั่น 
 
 
ส่วนพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ซึ่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาลสมัยนั้น ให้สัมภาษณ์ล่าสุดระบุว่า สำนวนคดีและหลักฐานที่มี ควรมาเปิดเผยให้ชัดเจน เนื่องจากสังคมเกิดความสงสัย อัยการสั่งสอบเพิ่มกี่ครั้ง โดยคดีนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เป็นคดีประมาทเป็นเหตุให้คนตาย ซึ่งมีอยู่ทั่วไปมีเหตุชนคนตายประจำ เพียงแต่พฤติกรรมที่มีการเบี่ยงเบนคดีตั้งแต่ต้น ทำให้สังคมรับไม่ได้ ทั้งนี้เกษียณมา 6 ปี แล้ว เข้าใจคดีจบไปแล้ว ต้องไปดูว่าเมื่ออัยการสั่งไม่ฟ้องแล้ว ตำรวจแย้งหรือไม่ หากตำรวจไม่แย้งก็ต้องชี้แจงด้วย 
 
 
หนึ่งในอดีตตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ที่เคยทำคดีนี้ ก็ออกระบุว่า การตรวจสอบพบเป็นการชนท้าย ไม่ใช่การปาดหน้า และมีหลักฐานจากกลองวงจรปิดเป็นหลักฐาน และนายวรยุทธเป็นคนขับรถจากร่องรอยการคาดเข็มขัดไม่ใช่พ่อบ้านที่นำมามอบตัว โดยส่งผลให้พนักงานสอบสวนภายใน1เดือน แต่กว่าสำนวนจะสรุปกลับใช้เวลานานหลายปี
 
 
ขณะที่นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ยังตรวจราชการที่อัยการภาค 4 จังหวัดขอนแก่น จะกลับ ในสัปดาห์หน้า เกี่ยวกับข่าวการสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ ทางอัยการสูงสุดก็เพิ่งทราบเรื่องนี้ทางสื่อ และได้สั่งการให้ตรวจสอบสำนวนคดีดังกล่าวแล้ว
 
 
โดยคดีนี้ มีนายเนตร นาคสุก รองอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง แต่ถ้าตำรวจเห็นพ้องกับอัยการจึงจะเป็นคำสั่งเสร็จเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม กฎหมาย ป.วิ.อาญา ยังบอกว่าหากมีพยานหลักฐานชิ้นใหม่ ก็สามารถสอบสวนและดำเนินคดีอีกได้ในอายุความ และเตรียมชี้แจงรายละเอียดในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ