26 ก.ค. 2563
2,696 ครั้ง

ชำแหละปมอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง ‘บอส อยู่วิทยา’ เปิดสำนวนพบ 2 พยานโผล่ปี 62

จากกรณีอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องนาย วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง หลังก่อเหตุขับรถหรูไปชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสิรฐ ผบ.หมู่งานป.สน.ทองหล่อเสียชีวิต เมื่อปี 2555 ซึ่งต่อมาบอสได้หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ 8 ปี เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องดังกล่าว และเป็นที่กังขาของสังคมว่าเหตุใดอัยการสูงสุดจึงมีคำสั่งไม่ฟ้อง
 
ล่าสุด ในโลกออนไลน์ได้มีส่งต่อ และเปิดเผย โดยเป็นหนังสือฉบับหนึ่งซึ่งถูกระบุว่า หนังสือฉบับนี้คือเอกสารหนังสือคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ โดยใจความช่วงหนึ่งระบุว่า 4 ธ.ค. 2562 มีพยาน 2 ปากเข้าให้ปากคำ ว่า วันเกิดเหตุเขาขับรถยนต์ตามหลังมาเห็น ด.ต.วิเชียร ขี่รถจักรยานยนต์ ปาดเลนที่ 1 ซ้ายสุด มายังเลน 3 ใกล้เกาะกลาง  ทำให้บอสซึ่งอยู่เลนนี้ มาด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กม/ชม.เบรกไม่ทัน จึงชนเข้าอย่างจัง   นับเป็นเหตุสุดวิสัยไม่ใช่การประมาทฉะนั้นไม่เข้าข่ายตามข้อกล่าวหา 
 
ด้าน ทนายอานนท์ นำพา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงอัยการสูงสุด และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยได้มีการอ้างอิงถึงข้อมูลที่ได้จากเอกสารฉบับดังกล่าว และตั้งเป็นข้อสังเกตซึ่งข้อหนึ่งระบุว่า 
 
คดีนี้ ผู้ต้องหาไม่ได้ให้ความร่วมมือตั้งแต่ก่อเหตุชนคนตายแล้วหลบหนี ทั้งยังส่งพ่อบ้านซึ่งเป็นบุคคลอื่นเข้ามอบตัวแทน จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการจับกุมจากบ้านพัก และมีการสอบสวนจนนำไปสู่การตั้งข้อหาขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและข้อหาอื่นๆ 
 
ซึ่งจากผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดย พ.ต.ต.ธนสิทธิ แตงจั่น กองพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปรากฏว่ารถของผู้ต้องหาใช้ความเร็วถึง 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนนำไปสู่การสั่งฟ้องของอัยการศาลอาญากรุงเทพใต้  
 
จากนั้น ผู้ต้องหาก็บ่ายเบี่ยงการเข้าพบอัยการเพื่อส่งตัวฟ้องต่อศาลมาโดยตลอด โดยมีการออกหมายเรียกถึง 7 ครั้ง และมีการออกหมายจับ กระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีออกต่างประเทศ 
 
ระหว่างนั้น ฝ่ายผู้ต้องหาได้ขอให้พนักงานสอบสวนสอบสวนพยานฝ่ายผู้ต้องหาคือ พ.ต.ท.สมยศ แอบเนียน และ พ.ต.ท.สุรพล เดชรัตนวิไชย พยานทั้งสองปากกลับให้การโดยดูเพียงจากสภาพความเสียหายของรถทั้งสองคันเมื่อเปรียบเทียบกับคดีอื่นกลับให้ความเห็นว่ารถยนต์ของผู้ต้องหาใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และพนักงานสอบสวนได้สอบ ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ตามที่ผู้ต้องหาร้องขอเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2560 ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 5 ปี หลังเกิดเหตุ กลับได้ความว่ารถยนต์ของผู้ต้องหาใช้ความเร็ว 76.175 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 
 
ซึ่งคำให้การของพยานทั้ง 3 ขัดกับผลตรวจของกองพิสูจน์หลักฐานโดย พ.ต.ต.ธนสิทธิ ซึ่งได้ตรวจจากกล้องวงจรปิดหลังเกิดเหตุว่ารถยนต์ของผู้ต้องหาใช้ความเร็วถึง 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
 
วันที่ 2 มีนาคม 2559  อัยการสั่งสอบ พ.ต.ต.ธนสิทธิ ใหม่ ทำไมมีการให้การใหม่และแก้ไขคำให้การเดิมของ พ.ต.ต.ธนสิทธิ จากเดิม 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 79.23 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระหว่าง 4 ปีก่อนเข้าให้การใหม่เกิดกระบวนการไม่ชอบมาพากลกับ พ.ต.ต.ธนสิทธิ หรือไม่?
 
จากนั้นวันที่ 4 ธันวาคม 2562 อัยการสำนักงานอัยการสูงสุดจึงสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมพยานอีก 2 ปากคือ ซึ่งอ้างว่าเป็นคนขับรถยนต์ในที่เกิดเหตุ เห็นรถยนต์ของผู้ต้องหาใช้ความเร็วเพียง 50 ถึง 60 กิโลเมตรเท่านั้น
 
โดยทนายอานนท์ ได้ตั้งคำถามด้วยว่า เพราะเหตุใดทั้งสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงกลับคำสั่งเดิมที่เคยสั่งฟ้องแล้วกลับมาสั่งไม่ฟ้องในภายหลัง ทั้ง 2 องค์กรเชื่อพยานฝ่ายผู้ต้องหามากกว่าภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดและสอบสวนทันทีหลังเกิดเหตุกระนั้นหรือ?
 
อีกหนึ่งประเด็นที่ทนายอานนท์ตั้งคำถามคือ เหตุใดพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการจึงไม่ตั้งข้อหาเสพโคเคนซึ่งเป็นสารเสพติดประเภทสอง และไม่ดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยเสพสารเสพติดประเภท 2 ในคดีนี้ตั้งแต่แรกของการดำเนินคดี
 
จากหนังสือแจ้งผลการตรวจสารแปลกปลอมของโรงพยาบาลรามาธิบดี ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2555 ที่ตรวจสารแปลกปลอมที่พบในร่างกายของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ปรากฏว่าพบสาร Benzoylecgonine ซึ่งเป็นผลมาจากการเสพโคเคน (สารนี้จะไม่พบในอาหารและยาอื่น) และพบสาร Cocaethyene ซึ่งเป็นผลมาจากการเสพโคเคนร่วมกับแอลกอฮอล์ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับรายงานฉบับนี้จากแพทย์ผู้ตรวจพิสูจน์แล้ว มีเหตุผลอะไรที่พนักงานสอบสวนไม่ตั้งข้อหาเสพโคเคนซึ่งเป็นสารเสพติดประเภทสอง และไม่ดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยเสพสารเสพติดประเภทสองในคดีนี้ตั้งแต่แรกของการดำเนินคดี ทั้งที่มีความชัดเจนของผลตรวจ
 
ชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/qb2ehX2-Eas
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ