27 ก.ค. 2563
14,063 ครั้ง

เปิดคำให้การ 2 พยานใหม่ ยัน 'บอส วรยุทธ' ขับรถหรูความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.

ความคืบหน้าประเด็นใหญ่ ที่สังคมตั้งคำถามถึงกระบรวนการยุติธรรมของประเทศไทย กรณี บอส วรยุทธ อยู่วิทยา หลุดทุกคดี ไร้มลทิน หลังขับรถชนดาบตำรวจเสียชีวิต เมื่อปี 2555 แล้วหนีไปต่างประเทศ ผ่านมา 8 ปี อัยการสูงสุด และตำรวจ เห็นพ้อง มีคำสั่งไม่ฟ้อง สามารถเดินทางกลับไทยได้ โดยคำสั่งออกมาตั้งแต่เดือน มิ.ย.63 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
 
กรณีอัยการสั่งไม่ฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดัง สาเหตุหลัก คือ คำให้การของพยานใหม่ 2 คนที่เห็น และพยานผู้เชี่ยวชาญที่กลับคำเรื่องการใช้ความเร็วของรถเฟอร์รารี่ แต่เรื่องนี้นักการเมืองหลายคนกลับเห็นต่าง และตั้งคำถามที่ต้องมีคำชี้แจง
 
คดีนี้เกิดเหตุเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 นาย วรยุทธ อยู่วิทยา ในวัย 27 ปี ขับรถเฟอร์รารี่ พุ่งชน ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ กำลังขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจ บนถนนสุขุมวิท และลากศพไปไกลถึง 200 เมตร เสียชีวิตคาที่ ก่อนจะขับรถหลบหนีเข้าบ้านในซอยสุขุมวิท 53 แล้วให้คนรับใช้มารับผิดแทน คดีนี้ต่อสู้กันยืดเยื้อมานานถึง 8 ปี นาย วรยุทธ ไปพบตำรวจเพียงครั้งเดียว คือ วันที่เกิดเหตุ เพราะ พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในขณะนั้นไปตามตัวถึงบ้าน และหลังจากนั้นก็ให้ทนายไปแทน อ้างว่าป่วยหรือติดธุระ กระทั่งคดีหมดอายุความไป 3 ข้อหา และข้อหาที่หนักสุด คือ กระทำการโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จะหมดอายุความในเดือนกันยายน 2570 (หนังสืออัยการสั่งไม่ฟ้อง)
 
แต่ล่าสุดกลับมีหนังสือคำสั่งจากสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้1ระบุวันที่ 12 มิถุนายน 2563 เรื่อง แจ้งคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี ถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เนื้อความสำคัญคือ ทางอัยการมีความเห็นว่าให้ยุติการดำเนินคดีกับ นาย วรยุทธ ในข้อหากระทำการโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดย พลตำรวจโท เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่แย้งคำสั่งอัยการ 
 
หตุผลหลักที่สั่งไม่ฟ้อง เพราะมีการสอบปากคำพยานใหม่ 2 ปาก คือ พลอากาศโท คนหนึ่ง และ นาย จารุชาติ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562 เป็นพยานใหม่ที่ตำรวจเพิ่งตามเจอหลังเหตุการณ์ผ่านมากว่า 7 ปี ทั้งคู่ให้การว่า ทั้งคู่ขับรถยนต์ตามหลังรถจักรยานยนต์ของดาบวิเชียร ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และรถของ นาย วรยุทธ ก็มาในความเร็วเท่ากัน ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของพยานผู้เชี่ยวชายจึงเชื่อว่า ดาบตำรวจวิเชียร เปลี่ยนเลนกะทันหัน ทำให้ นาย วรยุทธ พุ่งชนจนเสียชีวิต ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่ความประมาทจึงไม่เป็นความผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พยานหลักฐานจึงไม่พอฟ้อง และทางครอบครัวผู้ตายได้รับเงินชดเชยจาก นาย วรยุทธแล้ว ไม่ประสงค์ดำเนินคดีทั้งอาญาและแพ่งจึงมีคำสั่งไม่ฟ้อง 
 
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qLmLynYTVKg
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ