28 ก.ค. 2563
3,354 ครั้ง

'นิพิฏฐ์' ชี้ 2 ช่องทางรื้อคดี 'บอส วรยุทธ' ด้านอัยการสูงสุดนัดประชุมครั้งแรกคาดรู้ผลใน 7 วัน

นิพิฏฐ์ ชี้ 2 ช่องทางรื้อคดี บอส อยู่วิทยา ร้องผ่าน ป.ป.ช.-ตำรวจ พิสูจน์ในชั้นศาลยัน อัยการ สั่งคดีโดยมิชอบ ย้ำต้องทำให้คดีไร้ข้อสงสัย ห่วงคนไม่เชื่อมั่นอันตรายกระบวนยุติธรรมไทย
 
 
(28 ก.ค.63) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง นายนายวรวุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อยู่วิทยา ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ว่า เรื่องนี้ต้องเร่งทำให้ข้อเท็จจริงเกิดความชัดเจน ไม่มีข้อสงสัย พร้อมได้พูดถึงช่องทางที่นำไปสู่การรื้อคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ว่าทำได้ใน 2 ช่องทาง คือ 1.ต้องมีคำพิพากษาของศาลยืนยันว่าอัยการสั่งคดีโดยมิชอบ ซึ่งผู้ที่ติดใจสามารถร้องกล่าวโทษผ่าน ตำรวจ หรือ คณะกรรมการป.ป.ช.ได้ และ 2.ทายาทของผู้เสียชีวิตสามารถฟ้องต่อศาลได้โดยตรง แต่ส่วนตัวเชื่อว่าทายาทคงไม่ฟ้องร้องเพราะได้รับค่าเสียหายไปแล้ว
 
 
นายนิพิฏฐ์ ย้ำว่าเรื่องนี้กระทบต่อกระบวนการยุติธรรมไทย เพราะคำสั่งอัยการขัดแย้งกับความรู้สึกของประชาชน ผลที่ตามมาจะทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นและถูกตั้งคำถามว่า “คนจนถูกบังคับใช้อีกแบบ-คนรวยเป็นอีกแบบนึง” ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นอันตราย
 
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่าตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาแถลงยืนยันว่าพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยาหรือบอส ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายแล้ว และดำเนินการเพิกถอนหมายจับต่อไปนั้น
 
กรณีที่เกิดขึ้นมีข้อพิรุธและข้อสงสัยที่สังคมไทยต้องการคำตอบจากอัยการและตำรวจถึง 9 ประเด็น ดังนี้
 
1)ตามระเบียบสํานักงานอัยการสูงสุดการสั่งคดีอาญาที่จะมีผลกระทบต่อผลประโยชน์อันสําคัญของประเทศกำหนดให้เป็นหน้าที่ของอัยการสูงสุดเท่านั้น เหตุใดรองอัยการสูงสุดจึงสั่งแทนได้
 
2)การระบุมีพยานใหม่ 2 รายที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่เพิ่งมาโผล่เป็นพลเมืองดีเมื่อเวลาผ่านไป 7 ปีมาแล้ว ซึ่งพยานในลักษณะนี้ในทางคดีไม่มีความน่าเชื่อถือที่จะรับฟังได้ มีพิรุธ แต่ทำไมอัยการจึงให้น้ำหนักกับพยาน 2 รายดังกล่าว
 
3)การที่ผู้ตรวจสอบความเร็วให้การในครั้งแรกว่า บอสขับรถด้วยความเร็ว 177 กม./ชม.เมื่อมีการร้องขอความเป็นธรรม ความเร็วของรถลดลงเหลือเพียง 76 กม./ชม. ซึ่งอัยการก็เชื่อตามนั้นได้อย่างไร เมื่อประจักษ์พยานที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่สำคัญคือ จุดที่รถจักรยานยนต์ผู้ตายไปตกอยู่ห่างจากจุดที่ชนถึง 163.6 เมตร หากความเร็วรถยนต์ 76 กม./ชม.จะลากยาวขนาดนั้นได้อย่างไร
 
4)ข้อมูลการพบสารแปลกปลอมในร่างกายของนายบอส ตามที่สน.ทองหล่อประสานมาให้ รพ.รามาธิบดีตรวจสอบพบ 1.สาร Alprazolam (อัลพาโซแลม) 2.สาร Benzoylecgonine(เบนซอยเลกโกไนน์) 3.สาร Cocaethylene(โคเคเอธทีลิน) และ 4.สาร Caffeine(คาเฟอีน) ทำไมจึงไม่ปรากฎในสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ที่ส่งไปยังอัยการเลย เช่นนี้จะสามารถใช้เป็นข้อมูลใหม่ในการรื้อฟื้นคดีได้หรือไม่
 
5)การร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ สนช.ซึ่งมิได้มีหน้าที่ใดๆในทางคดีตาม ป.วิ.อาญาเลยนั้น อัยการให้น้ำหนักความน่าเชื่อถือได้อย่างไร ทั้งๆที่มีข้อพิรุธมากมาย
 
6)การปล่อยให้บอสหลบหนีไปต่างประเทศหลังจากประกันตัวออกไป โดยไม่มีการติดตามและระมัดระวังอย่างเพียงพอ และไม่สามารถนำตัวมามอบให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลได้ จนนำไปสู่การขอเลื่อนคดีถึง 7 ครั้ง การกระทำเช่นนี้ในทางคดีเรียกว่าเป็นการประวิงคดี อัยการไม่รู้เชียวหรือ
 
7)การตั้งข้อหาให้นายดาบตำรวจที่เสียชีวิตว่าเป็นจำเลยร่วมในคดี ทั้งๆที่เป็นผู้เสียหายในคดีซึ่งขัดต่อข้อเท็จจริงที่สังคมรับรู้ร่วมกัน เป็นเทคนิคทางคดีที่เด็กอมมือก็รู้ แต่อัยการไม่รู้เชียวหรือ
8)กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่ามีมูลความผิดตำรวจ 7 นาย ฐานเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในข้อกล่าวหาหลายๆข้อ ซึ่งล้วนมีน้ำหนักในทางคดีมาก เหตุใดอัยการจึงไม่ให้น้ำหนักต่อรายงานของ ป.ป.ช.ดังกล่าว
9)คดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจกันของสาธารณชน เป็นคดีใหญ่ ในการสั่งคดีนั้นต้องคำนึงถึงระเบียบสํานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของอัยการ 2547 โดยเคร่งครัดให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน ตามข้อ 5 ณ เวลานี้ท่านอัยการได้ปฏิบัติครบถ้วนแล้วหรือ
 
ขณะที่วันนี้ (28 ก.ค.63) คณะทำงานตรวจสอบการพิจารณาสั่งคดีของอัยการ 7 คนจะประชุมกัน และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของฝ่ายตำรวจก็จะต้องหาข้อสรุปกันภายใน 15 วันนั้น ก็หวังว่าท่านทั้งหลายจะไม่ทำให้คดีนี้กลายเป็นปัญหาที่นำไปสู่การทำลายเสาหลักแห่งความยุติธรรมไปเสียสิ้น ถ้าเสาหลักล้ม หน่วยงานของพวกท่านก็จะมีปัญหาตามไปด้วย นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด
 
 
สำนักงานอัยการสูงสุด ประชุมนัดแรกคณะทำงานตรวจสอบพิจารณาสั่งคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ส่วนตำรวจชุดทำงานประชุมพรุ่งนี้
 
พรุ่งนี้ (29 ก.ค. 63) คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีพลตำรวจเอกศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเรียกคณะทำงานรวม 10 คน ประชุมนัดแรกที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติในช่วงเช้า
 
 
 
 
ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/VEuGoKJ5Qck
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ