29 ก.ค. 2563
47,648 ครั้ง

จับตาอัยการถก คดีสั่งไม่ฟ้อง 'บอส อยู่วิทยา' ขีดเส้น 7 วันตอบสังคม - ถอดสมการความเร็วรถ หลังตัวเลขเปลี่ยน

จากกรณีคดี บอส วรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถหรูเฟอร์รารี่ชนรถจักรยานยนต์ ด.ต.วิเชียร กล่ำประเสริฐ สายตรวจ สน.ทองหล่อ ก่อนลากรถและร่างไปไกลกว่า 200 เมตร เสียชีวิต ซึ่งอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง จนทำให้เป็นที่กังขาของสังคมนั้น
 
 
วานนี้ (28 ก.ค.63) นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงกรอบของการประชุมนัดแรก ในการตรวจสอบการพิจารณาสั่งคดีของอัยการคดีพิเศษอาญากรุงเทพใต้ 1 หลังสั่งไม่ฟ้อง บอส อยู่วิทยา ว่า จะมีการพิจารณาใน 3 ประเด็นหลักตามที่อัยการสูงสุดได้สั่งการ
 
 
ในประเด็นแรกคือ คำสั่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ประเด็นที่ 2 เป็นไปตามระเบียบกระบวนการหรือไม่ และประเด็นที่ 3 มีเหตุและผลอย่างไรที่พิจารณาสั่งไม่ฟ้อง โดยอัยการสูงสุดมีกรอบให้ทำงาน 7 วัน ในการสรุปประเด็นดังกล่าว
 
 
ส่วนที่สังคมมีการตั้งข้อสังเกตต่าง ๆ เช่น เรื่องพยานบุคคล 2 ราย ที่ทำให้อัยการเชื่อได้ว่าคดีนี้เป็นความผิดฐานประมาทร่วม แทนข้อกล่าวหาเดิม ในรายละเอียดคงไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีการนำความคิดเห็นหรือข้อมูลต่าง ๆ ที่มีการแชร์ในโลกโซเชียลมาเป็นประเด็นพิจารณาหรือไม่ ซึ่งจะต้องอยู่ที่คณะกรรมการว่าจะนำเข้าพิจารณาหรือไม่
 
 
ส่วนกรณีที่อัยการและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องตรงกัน จะสามารถรื้อฟื้นคดีนี้มาได้อีกหรือไม่นั้น รองโฆษกอัยการสูงสุด ระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปในประเด็นนี้ ขอให้คณะทำงานได้ตรวจสอบสำนวนทั้งหมดก่อน แต่ตามหลักของกฎหมายแล้ว หากความเห็นสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาด อัยการไม่สามารถสั่งฟ้องคดีได้ เว้นแต่มีพยานหลักฐานใหม่ในคดี หรือญาติของผู้เสียหายยื่นฟ้องต่อศาลเอง ซึ่งเป็นคดีอาญาที่ไม่สามารถยอมความกันได้
 
 
สำหรับการทำงานของอัยการสูงสุดในขณะนี้ ที่สังคมเคลือบแคลงสงสัยการทำงานว่าเป็นกลางหรือไม่นั้น ยืนยันว่าการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะหาข้อเท็จจริง รวมทั้งการสั่งคดี การทำงานของอัยการว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการทำงานบกพร่องจะลงโทษกับพนักงานอัยการผู้สั่งคดีหรือไม่ ขอให้คณะทำงานพิจารณาก่อน
 
 
สำหรับกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งตั้ง พลตำรวจเอกศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นประธาน พร้อมคณะกรรมการ รวม 10 ราย ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการตำรวจว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องหรือไม่
 
 
พลตำรวจเอกศตวรรษ เปิดเผยว่า แม้จะยังไม่เห็นคำสั่งดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่ก็ได้นัดหมายให้คณะกรรมการที่มีรายชื่อทั้งหมด ไปประชุมเรื่องนี้เวลา 10 นาฬิกา ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการที่จะร่วมพิจารณาข้อเท็จจริง จะเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องในด้านต่าง ๆ เช่น จเรตำรวจ, ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5
 
 
ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องรอการหารือในที่ประชุมก่อน แต่ยืนยันได้ว่าเมื่อเข้าสู่ที่ประชุมแล้ว จะเร่งพิจารณาข้อเท็จจริงทันที เพื่อหาข้อสรุปให้ได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ เคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ อีกทั้งผู้บัญชากานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดกรอบเวลาในการพิจารณาไม่เกิน 15 วัน นับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง ก็ต้องเร่งหาข้อเท็จจริงให้ได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด
 
 
ทั้งนี้ ในประเด็นที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเร็วรถของ บอส อยู่วิทยา ที่ตัวเลขเปลี่ยนแปลงไปหลังการให้การของพยาน 2 ปากใหม่ จาก 177 กม./ชม. เมื่อปี 2555 เหลือ 79 กม./ชม. ในปี 2562 นั้น   
 
 
ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในทีมเก็บหลักฐานคดีบอส เมื่อปี 2555 ได้เผยวิธีคำนวณความเร็วรถยนต์ ได้ 177 กม./ชม. โดยจากวงจรปิด กำหนดจุดเริ่มต้นในจุดที่รถโผล่พ้นดวงไฟสว่าง แล้วให้จุดที่รถลับขอบของเฟรมกล้องทางด้านซ้ายมือเป็นจุดสิ้นสุด   
 
 
วัดระยะทางในพื้นที่จริง โดยใช้เทปวัดได้ 31 เมตร บวกลบ 2 เมตร แล้วมาดูเวลาจากวงจรปิด รถเฟอร์รารี่ผ่านเข้ามาตอนประมาณ 05.34.17 นาที แล้วออกไปตอนที่ยังไม่ถึง 05.34.18 นาที ระยะทาง 30 เมตรใช้เวลาน้อยกว่า 1 วินาที หมายความว่า 30 เมตรต่อวินาที
 
 
ดร.สธน เปิดเผยว่า ตนได้นำภาพจากวงจรปิดมาคำนวณแต่ละเฟรม ในส่วนของตนคำนวณได้ 177 กม./ชม. อีกทีมได้ 174 กม./ชม. ซึ่งผลไปในทางเดียวกัน ส่วนการคิดให้ได้ตัวเลขน้อยกว่า 80 กม./ชม. จะสามารถคำนวณได้อย่างไรนั้น ดร.สธน กล่าวว่า คนที่จะตอบได้ต้องเป็นคนที่คำนวณ และไม่ทราบว่าภายหลังมีตัวเลขเปลี่ยนไป
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VJGOmD33C8s
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ